Archive for the '' Category

เมื่อแพทย์ขาดความรู้เรื่องกฎหมาย….



17 Sep 2009
Posted by ศ. นพ. สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา


  Print This  

สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของนายแพทย์ผู้หนึ่ง กรณีเจ้าหน้าที่กองควบคุมวัตถุเสพติดได้ทำการตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ เป็นผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินกิจการ พบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวมีการจัดทำบัญชีรับ - จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ (บ.จ.9) ไม่ตรงกับความเป็นจริง อันเป็นความผิดตามพระราช -บัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518  ซึ่งนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ ถูกเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 20,000 บาท แล้ว  เลขาธิการแพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง

             คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ได้ประชุมปรึกษาและตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสำนวนคดีรวมทั้งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่  กองควบคุมวัตถุเสพติดได้ทำการตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  ซึ่งมีนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ เป็นผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินกิจการ โดยสถานพยาบาลแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ตามใบอนุญาต จากการตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวมีการจัดทำรายการบัญชีรับ จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (บ.จ.9) ไม่ตรงกับความเป็นจริง อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518  ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน    นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ ได้ยอมรับในการกระทำความผิด ของตน กรณีนี้ จึงมีมติ คดีมีมูล   คณะกรรมการแพทยสภา พิจารณาแล้วมีมติ คดีมีมูล ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวน

             พิเคราะห์จากข้อเท็จจริงประกอบกับพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว สรุปได้ว่า นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ เป็นผู้ขออนุญาตและผู้ดำเนินการ สถานพยาบาลได้มีการจัดทำรายงานบัญชี รับ-จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต ไม่ตรงกับความเป็นจริง และพบว่ามีความผิดพลาดของบัญชีรับ-จ่าย เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวทางคลินิกได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดทำรายงานที่เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่เกิดจากการประสานงานที่ไม่ชัดเจน ทำให้ผู้จัดทำรายงานคนเก่ายังจัดทำรายงานตามปกติเป็นเดือนสุดท้าย และนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษไม่ได้แจ้งข้อมูลแก่พนักงานคนเก่าว่ามีการรับยาเข้ามาในเดือนนั้น แต่มอบหมายให้ผู้จัดทำรายการคนใหม่ทำแทน ทำให้ผู้จัดทำรายงานคนเก่าจัดทำรายงานโดยไม่ได้ลงข้อมูลการ รับยา และเกิดความเข้าใจผิดที่ผู้ส่งเอกสารได้นำเอกสารชุดรายงานดังกล่าวมาเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทำให้เกิดการผิดพลาดขึ้นโดยมิได้ตั้งใจ และนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมทั้งส่งรายงานฉบับที่ถูกต้องสมบูรณ์เสนอต่อคณะกรรมการอาหารและยาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสำหรับกรณีดังกล่าวทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ทำการเปรียบเทียบปรับนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ เป็นจำนวนเงิน  20,000 บาท (สองหมื่นบาท) ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          คณะอนุกรรมการสอบสวน ได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ ได้ประพฤติผิดข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ประกอบกับข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 หมวด 2 ข้อ 5 “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมดำรงตนให้สมควรในสังคมโดยธรรมและเคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง” จึงมีมติลงโทษ ว่ากล่าวตักเตือน กรณี ไม่เคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง

          เหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้พบบ่อยมาก สาเหตุมีหลายประการ

          1. แพทย์ขาดความรู้เรื่องกฎหมายว่าต้องทำรายละเอียดการรับจ่ายยาวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอย่างละเอียด เนื่องจากไม่ได้มีการสอนในโรงเรียนแพทย์ เป็นเรื่องที่ต้องไปศึกษาเอง ทางคณะกรรมการอาหารและยาเพิ่งจัดอบรมในเรื่องนี้ให้กับแพทย์ที่ขออนุญาตครอบครองยาประเภทนี้เมื่อปีที่แล้ว  

          2. แพทย์จบใหม่บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีนายทุนเปิดสถานพยาบาลแต่ไม่ได้เป็นแพทย์จึงไปว่าจ้างให้แพทย์ที่จบใหม่มาเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล เมื่อสถานพยาบาลมีการกระทำผิดกฎหมายไม่ว่าแพทย์จะทราบหรือไม่ก็ตาม แพทย์ที่เป็นผู้ขออนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด

          3. แพทย์บางท่านได้แจ้งเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลแล้วต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นแต่ไม่ได้แจ้งเลิก เมื่อมีการทำผิดกฎหมายขึ้นในสถานพยาบาลนั้น แพทย์ผู้ไปขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แม้ว่าตนไม่อยู่แล้วก็ตาม หรือใบอนุญาตหมดอายุแล้วไม่ได้ไปต่อก็ยังถือว่าต้องรับผิดชอบอยู่ แถมจะโดนปรับฐานที่ไม่ต่อใบอนุญาต

          4. แพทย์บางท่านตั้งใจทำผิดกฎหมายโดยคิดว่าคงไม่มีใครตรวจสอบ เพราะการขายยาเสพติด หรือยาลดความอ้วน หรือยาที่มีผลต่อจิตประสาท สามารถทำรายได้มาก บางคนรับจ้างเป็นผู้ดำเนินการ สถานพยาบาลให้กับนายทุได้ค่าตอบแทนสูงโดยไม่ต้องทำงานมาก แล้วปล่อยห้สถานพยาบาลนั้ค้ายาเสพติดอยู่หน้าร้าน โดยอ้างว่าตนตรวจผู้ป่วยอยู่ในห้องไม่ทราบว่ามีการขายยา ในบางรายมีการขายเป็นล้านเม็ด ในกรณีเช่นนี้ควรลงโทษหนัก ถอนใบอนุญาตหรือพักใช้ใบอนุญาตไม่ต่ำกว่าหกเดือน

          แพทยสภามีหน้าที่กำจัดแพทย์ที่เลวออกจากระบบและขอร้องให้แพทย์ด้วยกันช่วยทำการสอดส่องแจ้งให้แพทยสภาทราบด้วย เพื่อรักษาเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและความไว้วางใจของสังคม

         

 

VN:F [1.0.6_327]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)

 

Leave a Reply