Big Knit Café ที่นี่ไม่ได้มีแค่อาหารอร่อย
Health Channel ต้อนรับปี 2552 กับคอลัมน์ใหม่ “Food Today” ฉบับนี้เราจะพาคุณไปประเดิมกันที่ร้าน Big Knit Café ร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 (ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท) ..ที่นี่ไม่ได้มีแค่อาหารให้ลิ้มลองเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบงานฝีมือ เขายังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำอีกด้วย ว่ากันว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมพลของคนรักการถักนิตติ้ง เพราะเป็นนิตติ้งคาเฟ่แห่งแรกของเมืองไทย
เมื่อผลักประตูบานสีขาวเข้าไปภายในร้าน ก็ต้องสะดุดตากับกำแพงไหมพรมหลากสี ที่มีไว้สำหรับตกแต่งร้านและให้บริการกับลูกค้าทั้งขาประจำ ขาจร เข้ามาเลือกซื้อหาไปใช้ทำงานฝีมือ นอกจากนี้ยังมีอาหารหลายชนิดไว้คอยบริการด้วย เนื่องจากลูกค้าที่เข้ามานั่งถักนิตติ้ง ส่วนใหญ่จะเข้ามานั่งทั้งวัน แถมยังมีทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย
อาหารก็มีหลากหลายค่ะ ทั้งเค้ก ขนมปัง อาหารไทย และอาหารฝรั่ง เมนูแรกที่จะแนะนำสำหรับเรียกน้ำย่อยและสำหรับคุณผู้หญิงที่ดูแลรูปร่างก็คือ “Japanese Salad” ซึ่งมีผักหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักกรีนโอ๊ค, เรดโอ๊ค โรยหน้าด้วยยำสาหร่าย ปูอัด และไข่กุ้ง เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดสูตรพิเศษ ที่มีรสชาติหวานมัน เข้ากันดีกับผักสดๆ กรอบๆ เรียกว่าอร่อยอย่างบอกใครเชียวค่ะ
แต่สำหรับคนที่อยากทานอาหารแบบหนักท้องหน่อย ก็ต้อง “คลับ แซนวิช” เป็นแซนวิชที่ถูกหลักโภชนาการ เพราะมีสารอาหารครบ 5 หมู่ในชิ้นเดียว คือมีทั้งขนมปังเนื้อนุ่มที่ให้คาร์โบไฮเดรต พร้อมใส่อีก 3 ชั้น คือทูน่า (ในน้ำเกลือ) ปรุงรสชาติด้วยพริกไทยและมายองเนส ซึ่งให้ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ อีกชั้นคือไข่ดาว และชั้นสุดท้ายคือแฮมและเบคอน ประกบคู่กับผักกาดหอมสดๆ อิ่มตั้งแต่ชิ้นแรกที่ทานเลยค่ะ
คนที่ชอบรับประทานอาหารไทย ขอแนะนำนี่เลยค่ะ “ส้มตำกุ้งสด” ขอคอนเฟิร์มว่ากุ้งสดมากๆ แถมตัวโต๊โต รสหวานกรอบเชียวค่ะ ซึ่งทางร้านเขาก็รู้ใจคุณผู้หญิง เพราะส้มตำจานนี้เพื่อสุขภาพและเพื่อผิวพรรณด้วยล่ะค่ะ สังเกตได้จากมะเขือเทศที่อยู่ในจาน จะเรียกว่าส้มตำมะเขือเทศก็คงไม่ผิด
เริ่มน้ำลายสอกันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ต้องขอบอกว่า เขาไม่ได้มีเมนูแบบนี้ทุกวันนะคะ เพราะอาหารของที่นี่จะเป็นแบบ Special of The Day คืออาหารในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน และก็ไม่ได้กำหนดล่วงหน้าวันวันไหนจะเป็นอะไร ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เขาหาได้ว่าอันไหนสด ก็จะทำอันนั้น เพราะแม่ครัวจะไปตลาดทุกเช้า เช่น วันไหนที่มีข้าวคลุกกะปิ ก็แสดงว่าได้ปลาทูสดๆ ที่มาจากแม่กลอง …ความพิเศษของอาหารที่นี่คือ เขาจะทำเหมือนทำทานเอง ดังนั้นอาหารแต่ละจานจึงมีความพิเศษทั้งในเรื่องของปริมาณ รสชาติความอร่อย และความสวยงาม
แล้วก่อนกลับก็อย่าลืมเลือกซื้อหาไหมพรมสักกลุ่มสองกลุ่มไปลองทำผ้าพันคอ หรือหมวกไหมพรม เป็นของขวัญให้ตัวเองและคนพิเศษของคุณนะคะ

ยังไม่ได้ทานก้อทำเอาน้ำลายไหลแล้วครับ หิว…