อิ่มท้อง พร่องแคลอรี่ ที่ “S Cuisine
ตามเราไปชิมอาหารมื้ออิ่มท้องพร่องแคลอรี่ ที่ “S Cuisine” ร้านอาหารเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยเมนูอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายกันค่ะ และขอบอกว่าอาหารทุกจานของร้านนี้เขาเน้น อิ่มอร่อย แต่แคลอรี่ต่ำ ทานแล้วไม่อ้วน เน้นอาหารธรรมชาติประเภท Low fat
เมนูแรกที่อยากแนะนำคือ “ต้มข่าไก่” กลิ่นหอมลอยมาแต่ไกลเลยล่ะค่ะ ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่ส่วนผสมอย่างน้ำนมข้าวโอ๊ตและน้ำนมลูกเดือยที่ถูกนำมาใช้แทนน้ำกะทิ เรื่องของไขมันและแคลอรี่นั้นคอนเฟิร์มได้เลยว่า ต่ำกว่าในน้ำกะทิมาก
ส่วนอาหารจานเดียวอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวเส้นบุก” คือใช้เส้นบุกแทนเส้นก๋วยเตี๋ยวจากแป้ง ซึ่งไม่มีแคลอรี่เลย เพราะฉะนั้นแคลอรี่ที่เราจะได้รับนั้นมาจากหมูและส่วนประกอบอื่นๆ ส่วนความหวานของน้ำซุปมาจากน้ำตาลทรายแดง ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการขัดสีเหมือนกับน้ำตาลทรายขาว จึงยังคงคุณค่าที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติไว้
อีกจานที่รสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทยคือ “ไก่ผัดพริกกะเพรา” ซึ่งจะเสิร์ฟพร้อมกับไข่ดาวน้ำ และจะใช้ข้าวกล้องหรือข้าวธัญพืชแทนข้าวขาว ส่วนเนื้อไก่ที่ใช้ เขาจะเลือกใช้เฉพาะเนื้อตรงส่วนอกไก่เท่านั้น เพราะเป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันน้อยที่สุด…แต่เคล็ดลับที่จะทำให้อาหารจานนี้ดูน่ารับประทานก็คือกลิ่นหอมและสีสันที่เหมือนกับไก่ผัดพริกกะเพราทั่วไป ทั้งๆ ที่ไก่ไม่ได้ถูกผัดกับน้ำมัน ดังนั้นในการปรุงเขาก็ต้องใช้ซีอิ้วดำและน้ำตาลทรายแดงมาช่วยทำให้เนื้อไก่มีสีเข้มขึ้น นอกจากนี้ยังมีผักหลายชนิดผัดรวมมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นหอมใหญ่, พริกหวาน และพริกชี้ฟ้า ส่วนรสชาติและความเข้มข้นนั้นไม่ต้องพูดถึง รับรองได้ว่าถูกปาก
“สตูเนื้อ” อาหารอีกจานที่อยากแนะนำ บางคนอาจมองว่าหนักเกินไปหรือเปล่า ทานแล้วจะอ้วนไปไหม อันนี้ขอบอกว่า อิ่มนี้ไม่มีอ้วน เพราะเนื้อที่เขาเลือกใช้ เป็นเนื้อตรงส่วนที่มีเอ็น ซึ่งเอ็นนี้คือคลอลาเจนไม่ใช่ไขมันที่ร่างกายเราสามารถนำมาเก็บสะสมไว้ได้ แต่สำหรับใครที่ชอบอาหารเบาๆ แต่รสแซ่บ ขอแนะนำ [...]
ดวง - วรรณพร (ภูมิจิตร) โปษยานนท์
ถ้าพูดสาวปากแดงแห่งวงการเซเลบ คงเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก “ดวง - วรรณพร (ภูมิจิตร) โปษยานนท์” ซึ่งการันตรีความงามด้วยตำแหน่งรองมิสไทยแลนด์เวิร์ล ปี 2001 และตอนนี้เธอยังมีธุรกิจเสื้อผ้าเด็กแบรนด์ Rhapsody เป็นของตัวเอง รวมถึงเป็นผอ.ศูนย์ข้อมูลการศึกษาสถาบันแฟชั่นมารังโทนี่อีกด้วย…ทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้ เราไปทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นดีกว่า
มีสไตล์เป็นของตัวเอง
ทำงานในวงการแฟชั่นมาตลอด ทำให้เรารู้เทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ แต่ส่วนตัวจะไม่เลือกซื้อเสื้อผ้าตามเทรนด์ จะเลือกแบบที่เหมาะกับตัวเอง ชอบเสื้อผ้าที่มีดีไซด์เก๋ๆ มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ แต่ต้องดูทะมัดมะแมงหน่อย เช่นมีสูทและกางเกงเข้ามา ส่วนกระโปรงก็มีใส่บ้าง และไม่ชอบเสื้อผ้าสไตล์หวานๆ ด้วย แบรนด์ที่ชอบคือ “FLYNOW” ส่วนแหล่งช้อปปิ้งของดวงต้องที่ “เกษรพลาซ่า” ค่ะ
สูง ผอม แต่ไม่เพรียว
ถามว่าผอมไหม จริงๆ ไม่ผอมนะ ออกจะอวบๆ ด้วยซ้ำ ตอนนี้จึงเริ่มหันมาออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง คือเห็นรูปร่างสูงโปร่งแบบนี้หลายคนคงคิดว่าดวงควบคุมอาหาร แต่จริงๆ แล้วเป็นคนชอบทานอาหารมาก มีความสุขกับการได้ทานอาหารอร่อยๆ แต่ก็พยายามเลือกทาน อย่างเนื้อติดมันและอาหารปิ้งย่างที่ไหม้ๆ อันนี้จะไม่ทาน เพราะกลัวเป็นมะเร็ง ดวงชอบทานปลาและผักผลไม้ โดยเฉพาะอาหารเวียดนามเพราะมีผักเยอะ ส่วนอาหารไทยก็ชอบไม่แพ้กัน อาหารจานโปรดคือ [...]
ตระเวนชิม กับคนดัง
วิภาวี คอมันตร์
ร้าน “cassia” ค่ะ เป็นร้านของเพื่อนแถมอาหารอร่อยด้วย มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง ที่ชอบคือซุป มีทั้งซุปมะเขือเทศ, ซุปหน่อไม้ฝรั่ง และซุปฟักทอง และยังมีอาหารแบบโฮมเมดให้เลือกทานอีกหลายอย่าง บรรยากาศดี ออกแนวอังกฤษๆ นั่งจิบชายามบ่ายได้สบายๆ โทนสีภายในร้านเป็นลายดอกไม้สีฟ้า-ขาว ดูสะอาดและสบายตา ร้านอยู่ที่ ซ.สุขุมวิท 31 (ซ.สวัสดี) Tel. 0-2662-0325
………………………………………………………………………………………………………………..
ปณิธี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ปกติก็เป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว แต่ถ้าจะออกไปทานอาหารนอกบ้านก็จะเลือกอาหารที่เราทำเองไม่เป็น เช่น อาหารญี่ปุ่น และอาหารอินเดีย ซึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นนิกกี้ชอบไปที่ร้าน “ISAO (อิซาโอะ)” ซอยสุขุมวิท 31 โทร.0-2258-0645 ส่วนอาหารอินเดีย ชอบไปที่ร้าน “Himalaya Chacha” อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 31 เหมือนกัน ชอบที่นี่เพราะกลิ่นเครื่องเทศเขาไม่ฉุนมาก
………………………………………………………………………………………………………………..
อมรรัตน์ วิริโยธินกุล
ชอบทานอาหารทะเลค่ะ ซึ่งร้านประจำที่ไปตอนนี้คือร้าน “แหลมเจริญ ซีฟู้ด” ซึ่งเขามีหลายสาขา ทั้งที่ ถ.รามอินทรา, เหม่งจ๋าย [...]
คนคือรากฐาน…โรคคือปรากฎการณ์ (人为本,病为标)
คนเราจะเกิดความทุกข์เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำอย่างไรจึงจะหายจากโรค ฝากความหวังไว้กับหมอกับยาเป็นหลัก
สำหรับแพทย์แผนจีนแล้ว การรักษาโรคคือปัจจัยรอง ไม่ใช่ปัจจัยหลัก ปัจจัยหลักคือการรักษาคนด้วยแนวคิดสำคัญที่ว่า “คนคือรากฐาน โรคคือปรากฎการณ์ ” (人为本,病为标)
คัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง”(黄帝内经) มองว่าโรคเป็นผลพวงของการดำเนินชีวิต รูปแบบวิถีของชีวิตในหลายๆ ด้านที่ไม่ถูกต้อง ที่สะสมพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเงื่อนไขพื้นฐานของการจะหายจากโรคได้หรือไม่ (โดยเฉพพาะโรคเรื้อรัง) จึงอยู่ที่ตัวผู้ป่วยเองที่จะยอมเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่างๆ ที่เป็นโทษ, รวมทั้งความเคยชินในการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้องในอดีต หันสู่แนวทางธรรมชาติเพื่อสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับร่าง กาย
คนโบราณว่า “คนตายด้วยโรค ครึ่งหนึ่งมาจากตัณหาราคะ, ที่อยู่อาศัย อีกครึ่งหนึ่งมาจากพลังอุดกั้น (อารมณ์)” (人死于疾病者,色欲居其半,气郁其半) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย คือตัวคนเป็นอันดับที่หนึ่ง ก่อนจะพูดถึงโรค
การพิเคราะห์และวางแผนการรักษาผู้ป่วย จึงต้องพิจารณาแก้ไขปัญหาของคน คือตัวผู้ป่วย และปัจจัยทางร่างกายและจิตใจที่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการเกิดโรค
การปรับสมดุล คือ การดำเนินตามกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ ทำให้ถึงจุดที่เรียกว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์แห่งฟ้า “因天之序” นั่นคือการปรับเปลี่ยนที่ตัวคน ซึ่งเป็นหลักสำคัญ ไม่ใช่การมุ่งเน้นที่จะไปปรับเปลี่ยนโรค (พยาธิสภาพ)เพียงอย่างเดียว
ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดเรื่อง “6 ไม่รักษา”(六不治)ที่กล่าวไว้ในบันทึก “สื่อจี้, เปี่ยนเชียะจว่าน”史记.局鹊传 ซึ่งไม่ได้หมายความว่าแพทย์จะปฎิเสธการรักษา แต่หมายถึง ผู้ป่วยเหล่านี้คือคนที่ยากแก่การรักษา [...]
ชวนกันมาแว๊กซ์..น้องสาวกันดีกว่า
ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะทำนะค่ะ…แค่ดิฉันจะชวนคุณๆ ไปแว๊กซ์ขนเท่านั้นเอง แต่งานนี้ต้องปลอดผู้ชายนะ เพราะเป็นเรื่องของผู้หญิ๊งงง ผู้หญิงจริงๆ
ใครไม่มีขนยกมือขึ้น คงไม่มีใครกล้ายกหรอกนะค่ะ เพราะคงจะแปลกหากคุณไม่มีขนขึ้นปกคลุมอยู่บนร่างกายเลย ใครที่มีขนน้อยหน่อย อาจไม่ค่อยกังวลใจนัก แต่ในคนที่ขนดก อาจไม่ชอบใจนักและหาทางกำจัดขน ดกๆออกไปซะ
วันนี้เลยจะชวนเฉพาะคุณผู้หญิง ไปแว๊กซ์ขนกันค่ะ แต่ถ้าเป็นขนทั่วไปตามร่างกายธรรมดาๆ ก็คงไม่เป็นเรื่อง แต่นี่ดิฉันชวนไปแว๊กซ์ขนตรงของสงวนส่วนตั๊วส่วนตัวของคุณผู้หญิงทุกคนนั่นเองค่ะ สำหรับบางคนแล้วแค่ฟังว่าจะชวนไปแว๊กซ์น้องสาว ก็แสนจะจั๊กกี้แล้วใช่ไหม…
แต่ที่นี่ The Waxing Bar สถานเสริมความงามสำหรับคุณผู้หญิง เขาเชี่ยวชาญเรื่องการแว๊กซ์ขนค่ะ เพราะมีบริการด้านการขจัดขนทุกส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นคิ้ว, แขน, ขา, ใต้วงแขน หรือ แม้แต่บริเวณน้องสาวด้วยค่ะ
ตอนเดินเข้าร้าน ด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ จังหวะหัวใจเต้นแบบเพลงกัลลี่เบอรี่เลยค่ะ แต่พอเข้าไปภายในร้าน ความตื่นเต้นหายไปทันทีเมื่อสะดุดตากับโซฟารับแขกนุ่มๆสีชมพูสด กับบรรยากาศตกแต่งร้านที่เรียบหรูอบอุ่น สะอาด เฮ้อ..ค่อยหายตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย
ได้คุยกับคุณพิ๊ง วรรณนันท์ พิพัฒน์มโนทัย เจ้าของร้านแสนสวย เลยได้ความว่า ที่นี่เป็นสถานเสริมความงามด้านแว๊กซิ่งเพียงอย่างเดียว มีห้องให้บริการที่เป็นส่วนตัวแยกตามกลิ่นแว๊กซ์กลิ่นต่างๆออกไป ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นช๊อกโกแลต, กลิ่นสตรอเบอร์รี่, กลิ่นกุหลาบ หรือแม้แต่ กลิ่นวนิลา จึงทำให้ทุกครั้งที่ทำทรีทเมนต์เป็นเวลาที่ผ่อนคลายและมีความสุขที่สุด
[...]
“Gene Test” ตรวจยีนส์ก่อนสาย…ป้องกันก่อนกลายพันธุ์
ยีนส์ คือรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มนุษย์เราเองก็มีรหัสพันธุกรรมนี้อยู่ในร่างกาย เป็นรหัสที่อยู่ในเซลล์แต่ละเซลล์ ทุกเซลล์จะมีเหมือนกันหมด โดยยีนส์จะควบคุมลักษณะการแสดงออกของคน
ยีนส์แต่ละยีนส์จะควบคุมการแสดงออกของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร เช่น ยีนส์เพศก็จะแยกได้เป็นยีนส์เพศชายและยีนส์เพศหญิง ถ้าเป็นยีนส์ที่เกี่ยวกับผิวพรรณก็จะแยกเป็นผิวขาว ผิวดำ ยีนส์ที่เกี่ยวกับเส้นผมก็จะเป็นยีนส์ที่มีเส้นผมสีทอง ยีนส์ที่เป็นเส้นผมสำดำ
ยีนส์จะได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ ก็คือเราเอายีนส์ครึ่งหนึ่งของพ่อมา และเอายีนส์ครึ่งหนึ่งขอแม่มา แล้วก็มารวมเป็นยีสน์ของเราในที่สุด
ยีนส์กลายพันธุ์
บางครั้งก็มีการผิดพลาดในการรวมกันของยีนส์ เรียกว่าการกลายพันธุ์ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ตอนที่ยีนส์ของพ่อและยีนส์ของแม่มารวมกัน หรืออาจจะเกิดระหว่างทางในการเจริญเติบโตในท้องก็ได้ หรืออาจจะเจริญเติบโตออกมาแล้วๆ เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นก็ได้ การกลายพันธุ์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะว่าเซลล์ของเรามีการแบ่งตัวตลอดเวลานั่นเอง
การกลายพันธุ์ของยีนส์ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมีตัวกระตุ้นทำให้มีการกลายพันธุ์ อย่างเช่น สิ่งแวดล้อม รังสีเอ็กซเรย์ สารเคมี ควันบุหรี่ สารพิษต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้ยีนส์เกิดการกลายพันธุ์ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาสุขภาพ
ยีนส์กลายพันธุ์ก่อมะเร็ง
ในที่นี่จะมุ่งในเรื่องของการกลายพันธุ์ของยีนส์มะเร็งอย่างเดียวก่อน ยีนส์มะเร็งมันก็คือการกลายพันธุ์ของยีนส์ที่ควบคุมการแบ่งเซลล์ ทำให้เซลล์มันแบ่งตัวแบบไม่มีขีดจำกัด ทำให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง เพราะโรคมะเร็งก็คือโรคที่มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์แล้วลุกลาม ควบคุมไม่ได้ แล้วก็ยังกระจายได้ด้วย
เซลล์มะเร็งก็จะมียีนส์ที่แตกต่างกันไป มียีนส์เฉพาะเซลล์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ เรียกว่าอองโคยีนส์ ก็คือยีนส์มะเร็ง เป็นยีนส์ที่ถูกถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม แต่มันอาจจะทำงานหรือไม่ทำงานขึ้นก็ได้ในชั่วชีวิตคนๆหนึ่ง แต่เมื่อไหร่ที่มันทำงานขึ้นมามันก็ทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็ง
ยีนส์ประเภทที่สองที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งก็คือ ยีนส์ที่ปกติแต่ว่าถ้ามันถูกกลายพันธุ์ในตำแหน่งนั้นมันก็จะกลายเป็นยีนส์มะเร็ง เรียกว่าโปรโตอองโคยีนส์ ก็คือยีนส์ที่มันปกติอยู่ แต่ตำแหน่งนั้นเป็นตำแหน่งสำคัญถ้ามันกลายพันธุ์ตรงนั้นมันจะกลายพันธุ์เป็นอองโคยีนส์ ตำแหน่งสำคัญคือตำแหน่งของยีนส์ [...]
“หมอสมศรี เผ่าสวัสดิ์” ความสุขของคนสูงวัยที่ยังได้ทำงาน
หลายคนรู้จัก “ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์” ในบทบาทของประธานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ซึ่งท่านคลุกคลีกับงานนี้มาจวบจนตอนนี้อายุย่างเข้า 70 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนอายุจะไม่ได้เป็นอุปสรรคกับงานหลายต่อหลายอย่างที่ท่านทำอยู่เลย
เพราะนอกจากงานในวิชาชีพซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ที่ทำอยู่ในหลายโรงพยาบาลแล้ว ท่านยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย, กรรมการแพทยสภา, กรรมการคณะกรรมการควบคุมคุณภาพมาตรฐานสำนักงานหลักประกันสุขภาพ, ประธานเครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ รวมถึงประธานเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่
แม้งานที่กล่าวมาทั้งหมดจะมากมาย แต่ท่านก็ยังสามารถที่จะจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัว ทั้งนี้เพราะเป็นคนทำงานเร็ว และดูเหมือนว่าจะมีเวลาทำงานมากกว่าคนอื่น เนื่องจากท่านไปถึงที่ทำงานแต่เช้าทุกวัน
“ปกติก็ตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าทุกวัน ยิ่งวันไหนที่ต้องไปดูงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศยิ่งต้องตื่นเร็ว เพราะเดี๋ยวไม่ทันเครื่องบิน พอทำกิจวัตรส่วนตัวเสร็จ ก็ออกจากบ้านประมาณ 6 โมงครึ่ง ถึงที่ทำงานประมาณ 7 โมงเศษๆ ก็เริ่มทำงานเลย ซึ่งเราต้องดูว่างานอะไรที่จะต้องทำก่อนก็จะหยิบขึ้นมาก่อน แล้วก็ทำมันไปเรื่อยๆ จริงๆ มีอีกหลายอย่างที่อยากทำแต่ไม่ยังมีเวลาทำ อย่างหนังสือที่เคยคิดว่าอยากจะอ่านก็เก็บสะสมไว้ ถึงวันนี้ยังไม่มีเวลาได้อ่าน ทั้งที่เคยคิดไว้ว่าหลังจากเกษียณแล้วก็จะมานั่งอ่านหนังสือพวกนี้ เพราะงานที่ทำอย่างเรื่องบุหรี่มันต้องติดตามสถานการณ์ ติดตามโครงการที่ทำไว้อย่างต่อเนื่อง…แต่งานที่ทำส่วนใหญ่ไม่ค่อยเครียดนะ เพราะได้ทำงานกับเพื่อนฝูงที่สนิทกัน ทำไปคุยไป มันเลยกลายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะเวลาไปเยี่ยมโรงพยาบาลตามต่างจังหวัดก็ไปกับเพื่อน จึงเหมือนได้พักผ่อนไปในตัวด้วย”
นอกจากจะเข้าทำงานแต่เช้าแล้ว ในวันเสาร์-อาทิตย์ ท่านยังมิได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้านเหมือนคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน เรียกว่าทำงานตลอด 7 วัน เลยทีเดียว เพราะโดยมากแล้วเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีงานกบัคนไข้ในเคสผ่าตัดต่างๆ กับเพื่อนหมอที่สนิทๆ กัน นอกจากนั้นก็มีงานเอกสารที่ต้องอ่านต้องเซ็นต์ และยังต้องไปสอนนักศึกษา [...]
คุยเรื่อง “ผ่าตัดยกกระชับ” กับ นพ.สมชาย จันทร์เจริญ
เดี๋ยวนี้ “ความสวย” เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่อาวุธที่สามารถจะมัดใจสามีไว้ได้ แต่ต้องมีทั้ง “ความสวย…สาว และสด” ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงหลายคนจึงไม่รีรอที่จะไปนอนให้หมอ(สูติ) ผ่าตัดยกกระชับอวัยวะส่วนสงวน หรือที่เรียกว่า “รีแพร์” นั่นเอง
วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ “นพ.สมชาย จันทร์เจริญ” สูตินรีแพทย์ ผู้ซึ่งทำการผ่าตัดยกกระชับความสาว ให้กับผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ท่านเล่าให้ทีมงานฟังว่า หลังจากที่เรียนจบเป็นสูตินรีแพทย์มากว่า 30 ปี ก็ได้ทำการรักษาคนไข้สตรีที่มาด้วยโรคทั่วๆ ไปตามปกติ แต่ระยะหลังๆ ได้เข้ามาอยู่ในวงการเกี่ยวกับการทำรีแพร์ค่อนข้างมาก เพราะคนไข้เข้ามาปรึกษาถึงปัญหานี้มากขึ้น
สร้างความสมานฉันท์ คืองานของเรา
คุณหมอบอกว่า “ผู้หญิงที่อายุ 30 - 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะหญิงที่มีลูกแล้ว มักมีปัญหาความไม่กระชับของช่องคลอด บางครั้งส่งผลถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในครอบครัว เพราะในระหว่างการทำภารกิจ การเสียดสีจะน้อยลง ทำให้ผู้ชายต้องใช้เวลานานขึ้น จนเกิดความเบื่อหน่าย ผู้ชายแอบไปมีกิ๊กนอกบ้าน การทำรีแพร์จึงกลายเป็นทางออกของปัญหา ซึ่งผมเองก็มีหน้าที่รับฟังและช่วยผ่าตัดแก้ไขให้ความสัมพันธ์ของเขากลับมาดีดังเดิม….แต่สิ่งที่คนไข้ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนก็คือ ต้องการทำเพื่ออะไร คิดว่าทำไปแล้วจะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ มันเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดหรือเปล่า อันนี้ต้องตกลงกับคนไข้ให้เข้าใจก่อน เพราะถ้าเกิดแก้ไม่ตรงจุดเราก็ไม่อยากให้คนไข้มาเสียค่าใช้จ่าย เสียเวลาในจุดนี้”
รีแพร์คืออะไร..ทำไมต้องทำรีแพร์?
ตามหลักการแพทย์จริงๆ การทำรีแพร์มักจะทำในคนไข้ที่ผ่านการคลอดบุตรมาแล้วหลายคน เพราะคนเหล่านั้นมักมีปัญหาการหย่อนยานของช่องคลอด ส่งผลให้มีปัสสาวะเล็ดเวลาไอหรือจาม ถ้าเป็นมากๆ จะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะไว้ได้ ซึ่งการทำรีแพร์อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความสวยงาม [...]
“แผ่นห้ามเลือดจากข้าวเจ้า” วัสดุการแพทย์…ฝีมือคนไทย
ทราบหรือไม่คะว่า ข้าวสารเม็ดเล็กๆ ที่เป็นอาหารหลักของคนไทยมานานนับร้อยนับพันปีนั้น วันนี้มันมีคุณค่ามากกว่าแค่เอาไว้รับประทานอย่างเดียว เมื่อคนไทยเราสามารถคิดค้นและพัฒนาวัสดุทางการแพทย์โดยใช้ข้าวเจ้าเป็นวัตถุดิบได้
วัสดุทางการแพทย์ที่พูดถึงคือ “แผ่นห้ามเลือดจากข้าวเจ้า” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ รศ.นพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับคนไข้ การผ่าตัด และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ มานับสิบๆ ปี ทำให้ทราบว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีใช้อยู่ในเมื่อไทยตอนนี้ ส่วนใหญ่ล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่านับหลายแสนล้านบาท ทั้งที่จริงๆ แล้ว ไทยเราเองก็มีศักยภาพพอที่จะผลิตวัสดุอุปกรณ์เหล่านั้นขึ้นมาได้
“แผ่นห้ามเลือดจากข้าวเจ้า” ถูกคิดค้นขึ้นภายใต้ข้อจำกัดที่ว่า ต้องมีคุณภาพและประสิทธิที่ใกล้เคียงกับของต่างประเทศ, วัตถุดิบและทรัพยากรต้องเป็นของไทย ซึ่งจะช่วยให้วัสดุทางการแพทย์มีราคาถูกลง และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทย แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดก็คือวัสดุทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นนี้ต้องเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพื่อจะได้จดสิทธิบัตรได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถนำไปยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้
เมล็ดข้าวเจ้าหัก ซึ่งเป็นข้าวชั้นสองที่คนมักนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ ถูกนำไปโม่เปียก จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการสกัดเอาสารอาหารต่างๆ อาทิ โปรตีน และวิตามินต่างๆ ออก จนเหลือเพียงผงแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตบริสุทธิ์ ซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขบอกไว้ว่า ผงคาร์โบไฮเดรตบริสุทธิ์นี้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเม็ดยาได้…เมื่อได้ผงแป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์มาแล้วก็นำไปผสมกับผงเจลาติน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในการยึดเกาะ รวมถึงผสมกรดชนิดต่างๆ ลงไป จากนั้นนำไปให้ความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ผงแป้งเกิดการบวมน้ำ จับตัวกันเป็นแผ่น มีความยืดหยุ่น ไม่ขาดง่าย และสามารถย่อยสลายได้ตามเวลาที่กำหนด
ขณะนี้งานวิจัยดังกล่าวดำเนินการผ่านมาได้ [...]
ประโยชน์นานาของ “ยาคุม”
ขึ้นชื่อว่า “ยาเม็ดคุมกำเนิด” แล้ว แน่นอนว่าประโยชน์หลักของการใช้ยาที่ทุกคนทราบดี ก็คือ ใช้ยับยั้งการตั้งครรภ์ โดยไประงับการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางและฝ่อ ไม่เหมาะกับการฝังตัวของตัวอ่อน อีกทั้งยังมีฤทธิ์ให้มูกที่บริเวณปากมดลูกเหนียวข้น ตัวอสุจิจึงว่ายผ่านได้ยาก รวมทั้งยังทำให้ท่อนำไข่มีการเคลื่อนไหวลดลง ทำให้จับไข่ได้ยากขึ้น แต่ผลอื่นๆ ของ “ยาคุม” ที่ทางการแพทย์นำมาใช้รักษาอาการของโรคอื่นยังมีอีกมาก ผมเลยอยากจะขอเล่าให้คุณผู้อ่านได้ทราบไว้ ดังต่อไปนี้นะครับ
1. ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ทุก 28 – 30 วัน ป้องกันอาการเลือดออกกะปริดกะปรอย และลดปริมาณเลือดประจำเดือนให้ออกน้อยลง จึงทำให้คุณผู้หญิงไม่เสียเลือดมาก และปวดประจำเดือนน้อยกว่าเดิม
2. ช่วยเลื่อนรอบประจำเดือนออกไป จึงมีประโยชน์เมื่อจะเดินทางไปท่องเที่ยว ไปว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยทานยาที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หรือร่วมกับเอสโตรเจน ก่อนประจำเดือนมาอย่างน้อย 7 วัน และทานต่อเนื่องไปทุกวัน จนกว่าจะเดินทางกลับ
3. ช่วยลดการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ เนื้องอกเต้านมชนิดไม่ร้ายแรง และลดการเกิดตั้งครรภ์นอกมดลูก
4. ช่วยรักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ช็อคโกแลตซีสต์) และทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบลดลง
5. ใช้รักษาถุงน้ำที่รังไข่ โดยเฉพาะโรค PCOD ซึ่งจะมีถุงน้ำขนาดเล็กๆ จำนวนมากที่รังไข่ทั้งสองข้าง [...]
