Archive for September, 2009

เมื่อแพทย์ขาดความรู้เรื่องกฎหมาย….

17 Sep 2009
Posted by ศ. นพ. สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา

สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของนายแพทย์ผู้หนึ่ง กรณีเจ้าหน้าที่กองควบคุมวัตถุเสพติดได้ทำการตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ เป็นผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินกิจการ พบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวมีการจัดทำบัญชีรับ - จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ (บ.จ.9) ไม่ตรงกับความเป็นจริง อันเป็นความผิดตามพระราช -บัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518  ซึ่งนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ ถูกเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 20,000 บาท แล้ว  เลขาธิการแพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง
             คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ได้ประชุมปรึกษาและตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสำนวนคดีรวมทั้งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่  กองควบคุมวัตถุเสพติดได้ทำการตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  ซึ่งมีนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ เป็นผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินกิจการ โดยสถานพยาบาลแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ตามใบอนุญาต จากการตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวมีการจัดทำรายการบัญชีรับ – จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (บ.จ.9) ไม่ตรงกับความเป็นจริง อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518  ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน    นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวโทษ ได้ยอมรับในการกระทำความผิด ของตน กรณีนี้ จึงมีมติ คดีมีมูล   คณะกรรมการแพทยสภา พิจารณาแล้วมีมติ คดีมีมูล [...]

อาหารต้านมะเร็ง

17 Sep 2009
Posted by น.พ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต www.absolute-health.org

มีคนสงสัยว่า อาหาร จะต้านมะเร็งได้อย่างไร แล้วคนเป็นมะเร็ง ควรทานอย่างไร จึงจะดีที่สุด  ก่อนอื่นต้องแยกให้ชัดเจนก่อนว่า การป้องกันมะเร็ง กับการรักษามะเร็ง เป็นคนละเรื่องกัน การป้องกันมะเร็ง เราจะเลือกใช้อาหารและสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ อาหารก็ต้องเลือกที่ปลอดสารพิษ หรือมีการล้างอย่างดี เช่น การล้างด้วยน้ำด่าง แช่ด้วยผงถ่าน หรือใช้เครื่องล้างผักสำเร็จรูป ซึ่งจะใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อ ทำลายสารเคมีตกค้าง และใช้อัลตร้าโซนิกในการทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยชะล้างสารเคมีตกค้าง ที่อาจฝังแน่นในเนื้อผักผลไม้ลึกลงไปกว่าที่ผิว การเลือกใช้วิธีไหนก็คงขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ และทัศนคติต่อการดูแลรักษาสุขภาพ  เช่น ผงถ่าน ข้อดีคือ ดูดซับสารพิษได้ดี โรงพยาบาลทุกแห่งมีใช้ เวลาผู้ป่วยได้รับสารพิษที่ไม่มีข้อห้ามในการล้างท้อง ก็จะใช้ผงถ่านในการล้างท้อง เพื่อดูดซับสารพิษออกมา ผงถ่านกระปุกใหญ่ ใช้ได้นานเป็นเดือน ราคากระปุกละ 85 บาท  ส่วนการใช้น้ำด่างและน้ำที่มีค่า ORP ติดลบ สำหรับคนที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำด่างและน้ำ ORP เป็นลบไว้แล้วที่บ้าน ก็สามารถใช้น้ำชนิดนั้นมาแช่ผักผลไม้ได้เลย  ความจริง ผงถ่านเมื่อละลายน้ำแล้ว ก็จะเกิดความเป็นด่าง ซึ่งจะดึงดูดโมเลกุลของสารเคมีต่างๆ ให้หลุดออกมาจากผิวของผักผลไม้ได้ดี  ส่วนเครื่องล้างสารพิษออกจากผักผลไม้ ราคาเครื่องละ 20,000 – 30,000 [...]

หมอเฉลียว ปิยะชน “ผมมันคนไม่กลัวตาย”

17 Sep 2009
Posted by ธนิดา

คุณเคยลองคิดเล่นๆ ดูไหมคะว่า ถ้าอายุ 70 แล้วคุณจะทำอะไร ไปอยู่ที่ไหน จะยังดูแลตัวเองได้อยู่รึเปล่า แล้วใครจะมาดูแลคุณ…เรื่องเหล่านี้แม้จะเป็นเรื่องของอนาคต แต่เราสามารถกำหนดมันได้ด้วยการใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างระมัดระวัง เหมือนกับชายวัย 72 ปีคนนี้ “เฉลียว  ปิยะชน”
            เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณเฉลียว หรือคุณหมอเฉลียว แห่งโรงพยาบาลล้านนา จ.เชียงใหม่ ต้องเผชิญกับโรคร้าย “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านไม่คาดฝันมาก่อน เพราะดูแลตัวเองดี ไม่เคยมีปัญหาคลอเลสเตอรอลสูงมาก่อนเลย
            “แม้ผมจะหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกที่มีคลอเลสเตอรอลสูงๆ แล้วก็ตาม แต่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มันก็ยังเกิดขึ้นกับผมได้ ดังนั้นคนที่คิดว่าคลอเลสเตอรอลปกติแล้วจะปลอดโรค ไม่ใช่นะครับ คือคนที่คลอเรสเตอรอลสูงอาจจะเป็นโรคหลอดเลือดสูงกว่าคนปกติเล็กน้อยเท่านั้นเอง ผมต้องเข้าๆ ออกๆ นอนโรงพยาบาลอยู่เป็น 10 ครั้ง และเกิด Heart Attack 2 ครั้ง ครั้งที่หนักสุดถึงขั้นขาดเลือดไปเลี้ยงที่สมอง ทำให้เกิดเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ต้องพักฟื้นอยู่นานเป็นปี สิ่งหนึ่งที่ทำให้อาการดีขึ้นก็คือยา ซึ่งตอนนั้นได้รับยาเยอะมาก ทั้งยาลดคลอเลสเตอรอล, ยาปรับการเต้นของหัวใจ และยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งช่วยให้อาการดีขึ้นในระดับหนึ่ง…แต่ผมลองมานั่งคิดดูว่าสิ่งที่จะทำให้ฟื้นคืนสภาพได้จริงๆ คือต้องรักษาหลอดเลือดให้ฟื้นคืนสภาพ [...]

ฝังเข็มรอบดวงตารักษาโรค

17 Sep 2009
Posted by กองบรรณาธิการ

 
ศาสตร์การแพทย์จีนเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องการฝังเข็มที่นับเป็นวิธีการรักษาโรคและรักษาสุขภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแพทย์จีนเท่านั้น ซึ่งโดยปกติ การรักษาด้วยวิธีฝังเข็มเรามักเห็นภาพหมอนำเข็มแท่งเล็กๆ ไปปักตามจุดต่างๆ ทั่วร่างกาย แต่ที่คลินิกแพทย์แผนจีน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล การฝังเข็มรักษาโรคที่นี่ให้ความสำคัญกับการฝังเข็มรอบๆ ดวงตาเป็นสำคัญ
“การฝังเข็มที่ตา เป็นการรักษาได้ทั้งร่างกาย เหมือนกับร่างกายเราต้องมีตาเป็นมอนิเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ เราจะดูคอมได้เราต้องมีมอนิเตอร์ มีจอทีวี ตาคนเราก็เหมือนกันเสมือนหนึ่งเป็นจอทีวีในร่างกายเรา ที่จะบอกว่าตำแหน่งไหนในร่างกายเราที่ไม่สบายอวัยวะต่างๆในร่างกายมันมีส่วนที่ Link มาที่ตา  เกิดอาการอะไรขึ้น คุณหมอจะรู้ จะอ่านที่ตาออกได้ และก็จะใช้จุดที่ตาในการรักษา” หมอสุรินทร์  ส่งทานินทร์ แพทย์จีนประจำคลินิกแพทย์แผนจีน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดลเล่าให้ฟัง  ในขณะที่วางมือจากการฝังเข็มให้ผู้ป่วยรายหนึ่งเสร็จ
            เมื่อทีมงานถามถึงที่มาที่ไปว่าเหตุใดมหาวิทยาลัยมหิดลจึงมีคลินิกแพทย์แผนจีน ก็ได้รับคำตอบว่า
“แพทย์แผนจีนไม่ได้ปฏิเสธการรักษาแบบแผนปัจจุบัน ถ้าเรารู้จักใช้ทั้งแผนจีนและแผนปัจจุบันเข้ามาร่วมกันรักษาแล้วทำให้มีผลดีต่อผู้ป่วยมากขึ้น  ก็จะเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหม?  เดี๋ยวนี้ที่เมืองจีน แผนจีนและแผนปัจจุบันเขาผสมผสานกันแล้ว ร่วมกันรักษาผู้ป่วยมานานแล้ว ตอนนี้เขาทันสมัยมาก  ผลการรักษาดีมาก และเราก็ต้องเอาสิ่งที่ดีของเขามาใช้กับบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยมหิดลได้ร่วมมือทางวิชาการกับทางมหาวิทยาลัยแพทย์จีนเหลียวนิง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน มีการส่งอาจารย์แพทย์จีนมาสอนวิธีการรักษา อัมพฤกษ์ อัมพาตด้วยการฝังเข็มที่ตา วิชานี้ทางจีนเขาเก็บเป็นความลับมานาน”
หมอสุรินทร์ยังเล่าต่อว่า  เมื่อ 16 ปีที่แล้ว สมเด็จพระเทพฯ เคยเสด็จไปที่เหลียวนิง และได้ชมปรมาจารย์ที่จีนรักษาผู้ป่วยด้วยการฝังเข็มที่ตา  และผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตก็ลุกเดินขึ้นได้ [...]

รักษาความปวดแนวใหม่..ไม่ใช้ยา..ไม่ต้องผ่าตัด

17 Sep 2009
Posted by กองบรรณาธิการ

ในยุคสมัยที่ชีวิตเร่งรีบ ความเครียด หน้าที่การงาน หรือว่าการใช้ชีวิต ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก จนอาจเกิดปัญหาต่อการปวดทั้งกล้ามเนื้อและกระดูก  เช่น การอยู่กับคอมพิวเตอร์นานๆ หรือการทำงานที่ต้องนั่ง ต้องเดิน ต้องยืนที่นานๆ มากเกิดปกติ หรือการใช้ชีวิตที่ผิดๆ ก็มีปัญหาต่อการปวดได้ 
            แล้วเมื่อเกิดอาการปวดแล้ว……คุณคิดถึงอะไรเป็นอันดับแรก  บางคนบอก  กินยาแก้ปวดไปเลย เร็วดี  หายเร็ว  แต่การกินยาอยู่เป็นประจำ นานเข้าคงไม่ดีแน่  หรือไปนวดดีกว่า นวดแล้วหายเมื่อย  สบายตัว ตัวเบาเชียวแหละ   แต่พอกลับถึงบ้าน อ้าว เฮ้ย..ทำไมอาการปวดกลับมาอีกแล้ว..แบบนี้ไม่ต้องไปนวดกันทุกวันเหรอะเนี๊ยะ
            เฮ้อ..ปวดมากๆเข้า  สงสัยไม่ดีแล้ว  ไปหาหมอดีกว่า……แล้วแบบนี้จะไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านใดดี  หมอกระดูกหรือหมอนวดไทย หรือหมออะไรดีละ??
            เชื่อแน่ว่าหลายคนเก็บความสงสัยนี้ไว้  เพราะยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้……
            แต่ ณ วันนี้  มีคำตอบแล้ว  กับคลินิกรักษาความเจ็บปวดแนวใหม่  ไม่ใช้ยา ไม่ต้องผ่าตัด ไม่อันตราย  ปลอดภัย 100 % กับคลินิกที่รวบรวมเอาศาสตร์การบรรเทาและรักษาความปวดทั้งแพทย์แผนตะวันตกอย่าง การทำกายภาพบำบัด การรักษาอาการปวดด้วยเครื่องมืออันทันสมัย  ผสมผสานร่วมกับแพทย์แผนตะวันออกอย่างการฝังเข็มบรรเทาปวดและการนวดบำบัดด้วยแพทย์แผนไทย   ทั้งหมดนี้รวมอยู่ด้วยกันที่  Convergo Clinic 
            [...]

มดลูกต่ำ ทำไงดี

17 Sep 2009
Posted by นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช (สูตินรีแพทย์)

เรื่องของกระบังลมหย่อน หรือมดลูกต่ำนั้น คือภาวะที่กล้ามเนื้อและพังผืดต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่รองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกรานมีอาการอ่อนแรงลง จึงทำให้เกิดการหย่อน ยื่น หรือการเคลื่อนต่ำลงมาของมดลูก กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ผนังช่องคลอดหรือแม้กระทั่งลำไส้  อันนับเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณผู้หญิงจำนวนมากเกิดอาการปวดหน่วงท้องน้อยหรือปวดหลัง รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อยื่นโผล่มาจุกอยู่ในช่องคลอด ระคายเคืองในช่องคลอด มีตกขาวซึ่งอาจปนเลือดหรือหนอง
และที่สำคัญมากๆ คือ ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจในการมีเซ็กส์ ตั้งแต่รู้สึกว่าหลวม ไม่กระชับ ไปจนกระทั่งมีเสียงลมลอดออกจากช่องคลอดในขณะเบ่งเกร็ง หรือกำลังขยับ ซึ่งสร้างความอับอายให้กับคุณผู้หญิง
            ความจริงเรื่องนี้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับ ต้องอาศัยการสังเกตดูว่า ภายในช่องคลอดซึ่งปกติยาวประมาณ 3 นิ้ว หรือเมื่อลองเอานิ้วสอดเข้าไปจนสุดแล้ว ปลายนิ้วจึงอาจสัมผัสไปถึงปากมดลูกได้ แต่ถ้าใครสอดเข้าไปแค่ครึ่งนิ้ว หรือสัมผัสดูเหมือนมีอะไรห้อยย้อยลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลองออกแรงเบ่งหรือไอแรงๆ ดู แล้วพบว่ายิ่งยื่นห้อยลงมาแล้วละก็ แสดงว่าต้องมีการหย่อนของกระบังลมเกิดขึ้นบ้างแล้วไม่มากก็น้อย รายที่เป็นมากอาจพบปัสสาวะเล็ดออกมาพร้อมกับเวลาไอด้วย และควรลองขมิบช่องคลอดดูด้วยว่ายังรู้สึกว่ามีผนังช่องคลอดมาบีบรัดนิ้วมืออย่างกระชับแน่นหรือไม่ เพื่อประเมิณความแข็งแรงของกลมเนื้อที่หย่อนเหล่านั้น
            สาเหตุของกระบังลมหย่อน ล้วนเกิดจากปัจจัยที่ทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบริเวณช่องคลอดและเชิงกราน อ่อนแอลง ซึ่งอาจจะมาจากอายุที่มากขึ้นจึงเกิดการเสื่อมสภาพไปตามวัย แต่ก็มีภาวะหลายอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดกระบังลมหย่อนได้เร็วขึ้น
1.       คลอดบุตรทางช่องคลอด อาจเกิดการยืดขยายหรือฉีกขาดของกล้ามเนื้อบริเวณฝีเย็บและหูรูดรอบทวารหนัก นอกจากนี้ ถ้าคลอดบ่อย มีลูกมาจนแทบจะไม่ต้องเบ่งเลยเวลาคลอดคนหลังๆ อย่างนี้รับรองว่าหย่อนแน่ๆ ครับ ยิ่งถ้าหลังคลอดไม่ขยันออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อกระบังลมให้บ่อยๆ เพื่อช่วยให้กระชับเข้าที่ ก็ยิ่งจะมีแต่หย่อนลงทุกวัน
2.       [...]

ไล – บรา – รี่ (Library) ห้องสมุดนี้มีแต่ของอร่อย

16 Sep 2009
Posted by ธนิดา

เคยฝันอยากให้ห้องสมุด  เป็นมากกว่าห้องสมุดไหมค่ะ
            ฝันนี้เป็นจริงได้ค่ะ ที่ “ไล – บรา – รี่” ห้องสมุดสำหรับหนอนหนังสือและคอกาแฟในที่เดียวกัน ด้วยบรรยากาศที่แบ่งออกอย่างลงตัว คือ ด้านนอกกับชุดรับแขกและเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่พร้อมเบาะและหมอนอิงรายล้อมด้วยบรรยากาศสบายๆ ของสวนหน้าบ้าน
            ภายในร้านดูอบอุ่นสบายและสะอาดตา ด้วยโทนสีขาวและน้ำตาลที่ถูกหยิบมาใช้ตกแต่งร้าน ไม่ว่าจะเป็นเคาร์เตอร์บาร์ โต๊ะ-เก้าอี้ รวมไปถึงโซฟา และชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ ที่มีตั้งอยู่แทบจะทุกมุมของร้าน ซึ่งอัดแน่นไปด้วย Magazine และหนังสือสำหรับนักออกแบบอีกมากมาย บางเล่มอายุเป็นสิบปีก็มี เนื่องจากเจ้าของร้านทั้งคู่เป็นสถาปนิกนั่นเอง มีมุมให้เลือกนั่งทั้งเก้าอี้ไม้และโซฟาชุดรับแขก ห้องนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการความเป็นส่วนตัวมากนัก และสามารถชมการปรุงเครื่องดื่มต่างๆ และอาหารง่ายๆ ของพนักงานได้ด้วย และโซนที่ 3 คือห้องด้านในร้าน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ซึ่งเดิมเป็นห้องแกลอรี่ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะหอบงานมาทำที่ร้านด้วย เพราะที่นี่เขาให้บริการอินเตอร์เน็ตฟรี บางคนนั่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้าถึงเย็นเลยก็มี
            สำหรับลูกค้าที่เป็นคอกาแฟ มาร้านนี้ก็ต้องสั่งนี่เลย “กาแฟเย็นไลบรารี่” เป็นกาแฟสูตรเด็ดของร้านที่เจ้าของคิดขึ้นเอง โดยใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ที่คั่วส่งมาจากเชียงใหม่กันเลยทีเดียว ที่สำคัญเขามีแต่แบบเย็นเท่านั้นไม่มีแบบร้อน กลิ่นหอม รสกลมกล่อม เข้มข้นหวานมัน ถูกปากคนไทย แต่สำหรับคนที่ไม่ถนัดเรื่องกาแฟ แนะนำเป็นเครื่องดื่มปั่น ที่มีให้เลือกมากมาย [...]

นวดตา…รักษาต้อหิน

16 Sep 2009
Posted by กองบรรณาธิการ

เมื่อพูดถึงกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับดวงตาที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ  ที่รู้กันโดยทั่วไปคือ โรคต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม และต้อหิน  ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการมองเห็นจนถึงขั้นตาบอด  Health channel ฉบับนี้จะพูดเฉพาะเรื่องโรคต้อหิน
ต้อหินเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคต้อตามที่ประชาชนเรียกกันโดยทั่วๆ ไป  แต่ต้อหินเป็นต้อเพียงชนิดที่ไม่มีตัวต้อให้เห็น เพราะต้อหินจริงๆ แล้วเป็นกลุ่มโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงถูกทำลายของขั้วประสาทตา ซึ่งเป็นตัวนำกระแสการมองเห็นไปสู่สมอง ซึ่งเมื่อขั้วประสาทตาถูกทำลายจะมีผลทำให้สูญเสียลานสายตา เมื่อเป็นมากๆ ก็สูญเสียการมองเห็นในที่สุด เป็นการสูญเสียถาวรรักษาให้กลับคืนมามองเห็นไม่ได้ โดยอาการในผู้ป่วยแทบทุกรายก็คือ มีความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้ขั้วประสาทตาถูกทำลายได้ง่าย  ประเด็นที่สำคัญและน่าสนใจคือ จักษุแพทย์ทั่วโลกยอมรับว่า สายตาที่สูญเสียไปจากโรคนี้ ไม่สามารถรักษาให้หายได้  การรักษาในปัจจุบันที่ทำได้คือประคับประคองและยืดอายุการสูญเสียสายตาให้นานขึ้นเท่านั้น   ศูนย์วิจัยโรคต้อหินทั่วโลกกำลังเร่งค้นคว้าหาสาเหตุและหาวิธีรักษาที่ดีกว่าในปัจจุบัน เนื่องจากประชากรประมาณ 70 ล้านคนทั่วโลก กำลังป่วยด้วยโรคต้อหิน และประมาณ 10% คือ 7 ล้านคน ตาบอดแล้ว 2 ข้าง ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคต้อหินเรื้อรังประมาณ 2% ของประชากรหรือราว 1.4 ล้านคนและในจำนวนนี้ ราว 1.4 แสนคนตาบอดหรือใกล้บอดแล้ว
 
สาเหตุของโรคและอาการ
ต้อหินเป็นภาวะที่เกิดจากความดันในลูกตาสูงขึ้นและมีการเสื่อมของประสาทตาและสูญเสียการมองเห็น ความดันในตาที่สูงจะกดดันเส้นประสาทตา (optic nerve)ให้เสื่อม  เมื่อมีความดันสูงเป็นเวลานานประสาทตาก็จะเสื่อมทำให้สูญเสียการมองเห็น การสูญเสียการมองเห็นจะเริ่มที่ขอบนอกของลานสายตา ส่วนตรงกลางภาพยังเห็นชัด หากไม่ได้รักษาการมองเห็นจะจะได้ภาพเล็กลง [...]

วิธีเปล่งเสียง 6 คำอักษร ขจัดโรค - ทำให้อายุยืน 祛病延年六字法

16 Sep 2009
Posted by นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล

ความสนใจเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในยุคปัจจุบัน ด้วยความรู้และสิ่งที่ได้รับจากการแพทย์แผนปัจจุบันแบบสูตรสำเร็จ เช่น กินอาหารให้ครบ 5 หมู่, ออกกำลังกาย, พักผ่อนให้เพียงพอ, หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์, ควบคุมจิตอารมณ์, ขับถ่ายของเสีย ฯลฯ ดูเหมือนจะไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาสุขภาพเสียแล้ว การแสวงหาภูมิปัญญาโบราณ ที่สั่งสมประสบการณ์นับพันๆ ปี เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ โดยเน้นการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงเป็นเรื่องที่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน เพราะรายละเอียดในแง่หลักการ, วิธีการ การปฏิบัติ มีความแตกต่างกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญในการอธิบายสิ่งต่างๆ ในสิ่งที่เป็นรูปลักษณ์  แต่เพียงด้านเดียว คือเน้นไปทางด้านวัตถุ หรือสิ่งที่มองเห็นแต่ขาดมิติของสิ่งที่ไร้รูปลักษณ์ คือพลังงาน พลังลมปราณเป็นตัวกำหนดความมีอยู่ของชีวิต พลังชีวิตที่มีอยู่จริง แต่มองไม่เห็น
              การฝึกพลังลมปราณ ชี่กง เพื่อปรับสมดุลของอวัยวะภายใน และการไหลเวียนของเลือด -พลังในเส้นลมปราณ ซึ่งเส้นลมปราณ จะเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะภายในร่างกายกับภายนอกร่างกาย รวมถึงการเชื่อมต่อกับพลังแห่งคลื่นธรรมชาติ (ฟ้า-ดิน) การฝึกพลังลมปราณ ชี่กง เป็นวิถีการเชื่อมพลังร่างกาย-จิตใจ กับพลังธรรมชาติ ให้เป็นหนึ่งเดียวอีกวิธีหนึ่ง  เป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้ง ล้ำลึก มีมิติทางจิตที่เป็นนามธรรม ไร้รูปลักษณ์ ควบคู่กับการเคลื่อนไหวภายนอก  และการหายใจที่มองเห็นได้
              วิธีการฝึกลมปราณมีหลายวิธี [...]

D.I.Y สูตรลดไขมันหน้าท้อง

16 Sep 2009
Posted by อายุกร ขุนเนียม

ปัญหาอย่างหนึ่งของสาวผอมแต่เลี้ยงพุง ทั้งๆ ที่ไมได้ตั้งใจเลี้ยงไว้หรอกค่ะ เป็นปัญหาชวนปวดหัวจริงๆ นะคะ ก็แหม เล่นมีไขมันสะสมเฉพาะจุดแบบนี้  เสีย Self หมดเลยค่ะ ลองนึกภาพตามนะคะ สาวหน้าสวย ผอม นางหนึ่ง มองมุมไหนก็สวยไปหมดเลย ยกเว้นพุงค่ะ พุงน้อยๆ ที่ค่อยๆ สะสมมาเรื่อยๆ จนสร้างปัญหาเข้าให้แล้ว…….เฮ้ยยยย กลุ้มไม่ใช่เล่น ตรงส่วนอื่น ดูดีไปเสียหมด เว้นแต่หน้าท้องนี่แหละค่ะ เห็นแล้วแบบว่า หมด…รมณ์เลย…วัยรุ่นเซ็ง
แต่ตอนนี้หาวิธีช่วยลดหน้าท้องได้แล้วค่ะ หลังจากที่ลอง Search หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและนำมาปรับใช้กับตัวเอง ขอบอกว่า นี่เข้าเดือนที่ 2 แล้ว ที่ปฎิบัติ D.I.Y  สูตรลดไขมันหน้าท้อง ตามแบบฉบับดิฉันเองค่ะ
ก็เพราะหน้าท้องนอกจากจะบ่งบอกว่าอาหารที่กินเข้าไปมันเข้ามันสะสมจนทำให้มีไขมันหน้าท้องมาก และจะกลายเป็นคนอ้วนไปในที่สุด  นอกจากนี้  ไขมันหน้าท้องยังเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะบ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายของเราได้ด้วย 
            วันนี้จึงมีวิธีลดหน้าท้องมาฝากคุณผู้อ่านกันค่ะ ไม่ยากเลยเพียงผสมโยเกิร์ตรสจืด ครึ่งถ้วย เข้ากับนมสดรสจืด 1 กล่องและน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะบีบมะนาว 1 ลูกลงไป นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากัน แล้วดื่มตอนเช้า มื้อเดียวก่อนอาหาร [...]