Archive for June, 2009

ดื่มน้ำเย็นประจำ ทำลายไตหยาง -รากฐานชีวิต常喝冷水,傷腎陽-生命之根

24 Jun 2009
Posted by นพ.ภาสกิจ วัณณาวิบูล

                  การดื่มน้ำเย็น มักเป็นความเคยชินของคนไทย  ตรงกันข้าม คนจีนแต่เก่าแต่ก่อน สอนไม่ให้ดื่มน้ำเย็น เพราะว่าไม่ดีจะทำลายสุขภาพระยะยาว
                ถ้าพูดถึงอุณหภูมิของร่างกาย สำคัญต่อชีวิตอย่างไร คงต้องเท้าความถึง ชีวิตบนโลกมนุษย์ เรียกว่าโลกทางชีวภาพ กับภูเขา แม่น้ำ สิ่งแวดล้อมต่างๆ เรียกว่าทางโลกกายภาพ บนโลกใบนี้ ที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบกันเข้าอย่างกลมกลืนเพราะอุณหภูมิที่พอเหมาะบนผิวโลก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17 องศาเซลเซียส  น้ำซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญบนโลกนี้ ยังคงสภาพเป็นของเหลวได้ ต่างกับ ดาวพระเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ เช่น ดาวพุธ ดาวศุกร์ ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวยังสูงกว่า 400 องศาเซลเซียส ซึ่งน้ำจะถูกระเหยไปหมด            
 

อุณหภูมิร่างกาย กำหนดการเกิด, แก่, เจ็บ, ตาย ของชีวิต溫度决定生老病死 
                อุณหภูมิของคนเรามีค่าค่อนข้างคงที่ คือ 37 องศาเซลเซียส ค่าอุณหภูมิ 35-41 องศาเซลเซียส ร่างกายอยู่ในภาวะที่ปรับตัวอยู่ได้ แต่ถ้าไข้สูง อุณหภูมิมากกว่า 41 องศาเซลเซียส อวัยวะภายใน เช่น ตับ [...]

ภาวะกระดูกพรุน

18 Jun 2009
Posted by

ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน คือ ภาวะกระดูกบาง หรือเมื่อเป็นมากขึ้นจะเรียกว่า กระดูกพรุน ซึ่งจะเกิดมากเมื่อเพศหญิงขาดฮอร์โมนจำเป็น ทั้งที่เกิดจากอายุ และที่เกิดก่อนวัยอันควร เช่น ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทั้งสองข้างไปพร้อมกัน และไม่สามารถใช้ฮอร์โมนทดแทนได้ เนื่องจากแพ้ หรือกลัวเป็นมะเร็ง กลัวอ้วน สิวขึ้น ฯลฯ
หลายท่านอาจไม่ทราบว่า กระดูกของมนุษย์เป็นเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องสองอย่างคือ การสร้างกระดูก และการสลายกระดูก เกิดขึ้นควบคู่กันไปเรื่อยๆ จนตลอดชีวิต ทั้งสองอย่างนี้ถูกควบคุมด้วยระบบฮอร์โมนหลายชนิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย
ฮอร์โมนที่สั่งการให้สร้างกระดูกคือ โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จากต่อมใต้สมอง, ไธรอยด์ฮอร์โมน และฮอร์โมนเพศ หญิงคือเอสโตรเจน ในชายคือแอนโดรเจน นอกจากนี้วิตามินดีและพาราไธรอยด์ฮอร์โมน ก็มีผลในการดึงแคลเซียมกลับเข้ากระดูกเพื่อเกิดการสร้างกระดูก
ฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกคือ แคลซิโตนินจากต่อมไธรอยด์ ทั้งนี้แคลซิโตนินจะหลั่งออกมาเมื่อร่างกายมีภาวะขาดแคลเซียม หรือได้รับแคลเซียมไม่พอเพียง เนื่องจากแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในขบวนการทำงานต่างๆ ของร่างกาย เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ การส่งผ่านกระแสประสาทไปยังอวัยวะเป้าหมาย ที่ลำไส้ แคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการจับกับกรดไขมันอิสระและกรดน้ำดีซึ่งระคายเคืองผนังลำไส้ ดังนั้นการได้รับแคลเซียมทางอาหารอย่างพอเพียงจึงช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ได้  เนื่องจากแคลเซียมจะสลายออกจากกระดูกตลอดเวลาหากว่าร่างกายได้รับไม่เพียงพอ
ดังนั้น การรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอ หรือให้แคลเซียมเสริม จึงมีส่วนช่วยลดอัตราการสลายกระดูกได้ แต่การสร้างกระดูก ขึ้นกับฮอร์โมนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น บางคนคิดว่ารับประทานแคลเซียมแล้วกระดูกจะหนาขึ้น [...]

“นพ.เฉก ธนะสิริ ”ชายคนนี้จะใช้ชีวิตให้ถึง 120 ปี

18 Jun 2009
Posted by กองบรรณาธิการ

หลายๆ ท่านคงคุ้นชื่อของ นพ.เฉก ธนะสิริ  เพราะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ดูแลรักษาสุขภาพกาย-ใจได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้คุณหมอวัย 83 ย่าง 84 ปี ท่านนี้ กล้าที่จะปรารภต่อประชาชีว่า “จะใช้ชีวิตให้ยาวนานถึง 120 ปี” เพื่อดูความเจริญเติบโตของลูกหลานเหลนโหลน และความก้าวหน้าของประเทศชาติต่อไป จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต…
ฟังดูอาจจะไม่น่าเชื่อ เพราะน้อยคนนักที่จะมีอายุยืนยาวได้ถึง 120 ปี  แต่สำหรับหมอเฉก ท่านบอกว่า ถ้าตายอายุไม่ถึงร้อยปีนี่ถือว่าอายุสั้น พ่อแม่ของท่านอายุไม่ยืน   คุณพ่อเสียตอนอายุ 90 ปี ส่วนคุณแม่เสียชีวิตเมื่ออายุ 98 ปี ที่กล่าวเช่นนี้เพราะการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า อายุขัยถัวเฉลี่ยของมนุษย์ที่ควรจะเป็นคือ 110 ปี!
            เมื่อประกาศไปว่าจะมีอายุ 120 ปี คุณหมอจึงวางแผนการใช้ชีวิตใหม่เมื่อ 45 ปี ก่อน โดยการออกกำลังกายทุกเช้ามืด
“40 กว่าปี ที่ผมปฏิบัติตนด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง ด้วยการกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เน้นผักผลไม้ให้มากขึ้น พร้อมกับหมั่นฝึกสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน ใช้หลักของจิต ทำให้ชีวิตและสุขภาพเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ” หมอเฉก กล่าว พร้อมฝากข้อคิดดีๆว่า [...]

“ผศ.นพ.พรเลิศ ฉัตรแก้ว”จากประสบการณ์ในงานสู่โครงการอาสาข้างเตียง

18 Jun 2009
Posted by

“การเป็นวิสัญญีแพทย์ ทำให้ได้สัมผัสความรู้สึกของคนไข้ เป็นความรู้สึกที่ต่างไปจากความรู้สึกทั่วไปตรงที่เป็นความรู้สึกช่วงสำคัญของชีวิต  โดยเฉพาะเมื่อคนไข้ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ดังนั้น ก่อนลงมือทำหน้าที่จึงต้องทำการพูดคุยกับคนไข้ รับฟังความรู้สึกของคนไข้และต้องปรับสภาพของคนไข้โดยเฉพาะทางด้านจิตใจ เพื่อมิให้เกิดความแปรปรวนต่อสภาพร่างกาย  แม้กระทั่งเรื่องของอายุ น้ำหนัก – ส่วนสูง ล้วนแต่มีผลทั้งสิ้นต่อการประมาณการการทำงาน จึงไม่มีสูตรตายตัวที่แน่นอน เปรียบเหมือนกับเป็นช่างตัดสูท ที่ต้องดูทุกสัดส่วน ทั้งช่วงแขน ช่วงขา  เอว  แล้วตัดให้เข้ากับแต่ละบุคคลซึ่งไม่มีใครเหมือนกันเลย” …นี่เป็นความตอนหนึ่งจาก นพ.พรเลิศ  ฉัตรแก้ว วิสัญญีแพทย์ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่บอกเล่าถึงความคิด ความรู้สึกของตนเองจากการผ่านประสบการณ์สัมผัสคนไข้เมื่อต้องเข้ารับการผ่าตัดมานับไม่ถ้วนในฐานะวิสัญญีแพทย์
ก้าวสำคัญสู่โครงการอาสาข้างเตียง
อาจารย์หมอเล่าถึงที่มาของโครงการอาสาข้างเตียงว่า “จริงๆ แล้วเริ่มจากโครงการเล็กๆ เราพบว่าคนไข้ที่นอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นโรคเรื้อรังที่บางทีรักษาไม่หาย ในแต่ละวันที่ผ่านไป บางทีเขาอาจจะรู้สึกเหงา ไม่มีเพื่อน หรือว่ารู้สึกกลัว เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเป็นอะไรต่อไป หรืออาจรู้สึกโดดเดี่ยวที่มาอยู่กับคนที่ไม่รู้จักเลย  มันเหมือนกับถูกทอดทิ้ง เราก็คิดว่าน่าจะมีใครไปอยู่เป็นเพื่อน เราก็เลยให้นักเรียนแพทย์ไปคุยแต่ก็แนะนำว่าอย่าไปคุยเรื่องโรค โดยเฉพาะโรคที่เขายังไม่รู้ และก็ไม่ต้องเข้าไปแนะนำอะไรที่เราคิดว่าดีแต่เราไม่รู้หรอกว่าผลที่เกิดตามมานั้นจะเป็นอย่างไร  เราก็แค่เข้าไปฟังเรื่องราวของเขา ไปเป็นเพื่อนเขา  อาสาสมัครที่จะเข้าร่วมโครงการนี้จะมีการอบรมก่อนที่จะส่งออกทำกิจกรรม  มีอาสาอยู่ในโครงการปีหนึ่งประมาณ 20-30 คน เราจะจัดเป็นช่วงสั้นๆ ประมาณ 3 เดือน เราจะให้เขาจับคู่กัน 2 คนต่อการไปคุยกับคนไข้ 1 [...]

ใช้เครื่องช่วยฟัง ก็อินเทรนด์ได้

18 Jun 2009
Posted by ธนิดา

อายุที่มากขึ้น ปัญหาความเสื่อมถอยของอวัยต่างๆ ก็ตามมา  ไม่เว้นแม้กระทั่ง “หู” อวัยวะที่มักถูกละเลยในการดูแล อันเนื่องมาจาก อยู่ข้างใน มองไม่เห็น เลยขาดความเอาใจใส่จากเจ้าของ แต่พอเกิดปัญหาขึ้นนี่ซิ..เรื่องใหญ่
            ยิ่งในผู้สูงอายุ  ที่มักไม่ค่อยได้ยินเสียงพูดคุย เสียงสนทนา  อันนั้นเป็นปัญหาการได้ยินแบบหนึ่ง เรียกว่า การสูญเสียการได้ยินที่เกิดขึ้นในหูชั้นใน หรือที่เรียกว่าประสาทหูเสื่อมตามวัย อีกกรณีหนึ่งเป็นการสูญเสียการได้ยินที่เกิดจากแก้วหูชั้นกลางทะลุ หรือในคนที่เป็นหูน้ำหนวก
ซึ่งปัญหาทั้งสองแบบนี้แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัด หรือรับการรักษาด้วยวิธีการอื่นก่อน แต่หากรักษาไปแล้ว และการได้ยินยังไม่ดีขึ้น แพทย์ก็จะแนะนำให้ใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมต่อไป ดังนั้น “เครื่องช่วยฟัง” จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการได้ยิน
เครื่องช่วยฟัง ได้ถูกพัฒนาไปมาก จากแต่ก่อนที่ทำหน้าที่ คือเสียงเข้ามาระดับไหนก็จะปล่อยเสียงให้ได้ยินเท่านั้นเลย จะไม่มีการตัดเสียรบกวน แม้กระทั่งเสียงลมก็ได้ยิน สร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก อย่างที่เคยเห็นผู้สูงอายุใช้กันบ่อยๆ ก็คือเครื่องช่วยฟังแบบกล่อง ซึ่งมีลักษณะคล้ายซาวน์เบ้าท์ อีกอันหนึ่งก็คือแบบทัดหลังหู แต่ทั้งสองแบบนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มองเห็นได้ชัดเจน ทำให้ผู้มีปัญหาการได้ยินบางท่านอายที่จะใช้
ปัจจุบันเจ้าเครื่องช่วยฟังเหล่านี้ ได้รับการพัฒนาไปมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องของการใช้งาน คุณสมบัติ รวมถึงรูปลักษณ์ลวดลายที่สวยงามและกะทัดรัดมากขึ้น จนกลายเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งไปแล้ว บางชนิดมีขนาดเล็ก สามารถใส่ในรูหูได้ ซึ่งจะทำให้มองไม่เห็นจากภายนอก จึงไม่มีปัญหาเรื่องความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีเครื่องช่วยฟังระบบ “ดิจิตอล” ซึ่งให้เสียงที่มีความคมชัดมากกว่าแบบเดิม และมีความสามารถลดและตัดเสียงรบกวนที่สร้างความรำคาญได้อีกด้วย นอกจากนี้มันยังสามารถปรับเสียงได้เองอัตโนมัติ [...]

เมื่อน้องสาว…ถึงคราวแห้ง - คัน

18 Jun 2009
Posted by นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช (สูตินรีแพทย์)

         พูดถึงเรื่องของ “น้องสาว” หรือพื้นที่สุดสงวนของคุณผู้หญิงนั้น เราเคยคุยกันมาหลายครั้งแล้วนะครับ เกี่ยวกับปัญหาเวลาน้องสาวถึงคราวต้องเฉอะแฉะ เปียกชื้น หลังจากไปว่ายน้ำหรือลุยน้ำท่วมมา นำไปสู่ปัญหาการมีตกขาว คันช่องคลอด เกิดเชื้อรา และการอักเสบตามมามากมาย แต่ในวันนี้ เมื่อเวลาที่น้องสาวเกิดแห้งแล้งเกินไป จะมีอะไรเป็นสาเหตุและก่อผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง เรามาติดตามกันดีกว่าครับ
            อวัยวะส่วนสำคัญของคุณผู้หญิงนี้ โดยธรรมชาติแล้วจะมีความชุ่มชื่นอยู่พอสมควร อันเป็นผลจากฮอร์โมนเพศหญิง คือ เอสโตรเจน ซึ่งจะมีฤทธิ์กระตุ้นให้เยื่อบุผนังช่องคลอดมีการผลิตน้ำหล่อลื่น ทำให้เกิดความชุ่มชื้น และมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ อันจะเป็นการช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ในเบื้องต้น ดังนั้นปัจจัยที่ผิดไปจากธรรมชาติทั้งหลาย ก็ย่อมจะทำให้เกิดปัญหาช่องคลอดแห้งเกินไปตามมา
สาเหตุที่ทำให้น้องสาวแห้ง
            1. การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น กรณีที่เข้าสู่วัยหมดระดู หรือวัยทอง ภาวะถุงน้ำหรือเนื้องอกที่รังไข่ซึ่งทำให้การทำงานของรังไข่ผิดปกติ ไม่เกิดการสร้างไข่หรือตกไข่ตามธรรมชาติ รวมไปถึงโรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น ความไม่สมดุลย์ของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น
            2. อากาศเย็นจัด เป็นปัจจัยให้ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ สูญเสียความชุ่มชื้นได้โดยง่าย
            3. การระคายเคือง จากการแพ้สารต่างๆ เช่น ขอบกางเกงชั้นใน ผ้าอนามัย แป้งหรือครีมบำรุงทั้งหลายที่ใช้ทาในบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดผื่นแดง คัน เยื่อบุแห้ง และระคายเคือง
            4. ภาวะที่ร่างกายขาดน้ำมากเกินไป [...]

อร่อยไม่จำเจ กับอาหารเจ ที่ “ชิจูย่า”

18 Jun 2009
Posted by ธนิดา

           เป็นที่รู้กันว่า “อาหารเจ” คือหนึ่งในเมนูสุขภาพที่ผู้รักสุขภาพทั้งหลายมักซื้อหามาทานกัน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น…“ชิจูย่า” ร้านอาหารเจเฟรนไชส์จากไต้หวัน ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย โดยวัตถุดิบที่ใช้นั้นได้รับการคัดสรรค์และนำเข้ามาจากไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นกุ้งเจ ลูกชิ้นเจ ปูเจ และปลาดิบเจ เนื่องจากที่ไต้หวันมีการกินเจกันมานานมากแล้ว วัตถุดิบจึงได้รับการพัฒนาให้มีหน้าตาและรสชาติที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ของจริงมากๆ โดยล้วนดัดแปลงมาจากของธรรมชาติ เช่น หัวบุก เผือกและแครอท
            เมนูเด็ดของร้านที่ใครมาก็ต้องสั่ง ก็คือปลาไหลโรยงา, ซูชิเผือกและซูชิอโวกาโด, กุ้งพริกไทยดำในกะทะร้อน, กุ้งเจย่าง, ข้าวปั้นหน้าแซลมอน และกุ้งเทมปูระ เป็นต้น
            หลังจากที่เลือกโต๊ะนั่งกันเป็นที่เรียบร้อย พนักงานก็จะนำเมนูมาให้เราเลือกสั่ง พร้อมแนะนำออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อย นั่นก็คือ “ออร์เดิร์ฟเรือ” ที่ถูกประดับตกแต่งด้วยซูชิไส้ต่างๆ เช่น ซูชิอโวกาโด, ซูชิเผือก รวมทั้งยังมีปูอัดเจ กุ้งเจ และยำสาหร่ายเจ สวยจนแทบไม่กล้าทานเลยล่ะคะ แต่ต้องบอกว่าจิ้มกับซอสโชยุและวาซาบิ อร่อยไม่แพ้ซูชิจากเนื้อสัตว์เลยค่ะ…แต่ถ้ามาท่านเดียว และดูว่าออร์เดิร์ฟเรือจะหนักท้องเกินไป งั้นลอง “แคลิฟอร์เนีย เทมากิ” สักอัน ที่ทั้งหวานและกรอบจากปูอัดเจ กระหล่ำซอยฝอย และหน่อไม้ฝรั่ง เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียวค่ะ
            จานต่อมา “ปลาไหลโรยงา” ต้องบอกว่าหน้าตาเหมือนปลาไหลเปี๊ยบ แต่ไม่ใช่นะคะ [...]

มหันตภัย “ไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009″

14 Jun 2009
Posted by กองบรรณาธิการ

คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ความเจริญของโลกในปัจจุบัน เป็นปัจจัยทำให้ไวรัสแพร่เชื้อออกไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว  รวมทั้งพัฒนาตัวเองไปอีกระดับหนึ่งซึ่งอาจมีความรุนแรงกว่าเดิม
            หากย้อนกลับไปมองในอดีต  จะพบว่าโลกเราผจญกับมหันตภัยจากโรคร้ายมาหลายครั้งหลายครา  ที่รุนแรงที่สุดคือ
กาฬโรค ซึ่งมีการระบาดหลายครั้งทั้งในยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง  พาหะที่สำคัญของโรคนี้คือ หนู ซึ่งในการระบาดแต่ละครั้งได้คร่าชีวิตชาวโลกไปเป็นจำนวนมหาศาล
            โรคระบาดที่ร้ายแรงอีกโรคหนึ่ง คือ ไข้ทรพิษ หรือฝีดาษ มีการระบาดทั้งในตะวันออกกลาง ยุโรป แอฟริกา และทวีปอเมริกา ความร้ายแรงของโรคก็คร่าชีวิตมนุษย์ไปมากมายแล้ว แต่ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือ การที่มนุษย์เองใช้ไข้ทรพิษเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ดังเช่น ในปี 2306  ทหารอังกฤษในอเมริกาให้ผ้าห่มที่ทาสนิโกรซึ่งเป็นไข้ทรพิษห่มนอนแก่อินเดียนแดง  อันนับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเลือดเย็น  แม้ว่าต่อมาไข้ทรพิษจะสามารถป้องกันได้ด้วยการปลูกฝี
            โรคร้ายต่อมาที่ใกล้ตัวคนไทยเข้ามาอีก คือ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง  หรือ เอดส์ เป็นการเจ็บป่วยที่เกิดจากร่างกายรับเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะเข้าไปทำลายเม็ดโลหิตขาว ซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ และเอดส์เป็นโรคที่พบการระบาดไปทั่วโลก และยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาดได้
            นอกจากนี้ยังมีการเกิดโรคไข้หวัดนกในเอเชีย และการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) โรคนี้จัดเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงทั้งด้านสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้คนตื่นตระหนกมากและไม่กล้าเดินทาง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา 
จนถึงปัจจุบันกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งมีทีท่าว่าจะเป็นมหันตภัยที่น่ากลัวสำหรับมนุษยชาติเช่นเดียวกัน
ทั้งๆ ที่ [...]

ริ้วรอยน่ะเหรอ…จัดการได้ (ง่ายนิดเดียว)

14 Jun 2009
Posted by

อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด… อกอิฉันจะแตกค่า คุณขา หลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วส่องกระจกพบว่า “กา กา กา  บินร้องกา กา ออกมาหากิน”  ใช่ค่ะ รอยอีกามาเยือนอิฉันซะแล้ว..ว่าไปก็สมควรอยู่หรอกค่ะ  ก็อายุปาเข้าไปเลขสามฝ่าๆ แล้ว
            เฮ้อ  พยายามจะคิดแค่ว่า ยุบหนอ พองหนอ จะได้ไม่ต้องไปกังวลกับมันมาก  แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ ค่ะ  แบบว่า ยอมไม่ได้จริงๆ ไอ้เรื่องไม่สวย หรือเรื่องแก่ๆ เนี๊ยะ ฟังแล้วแสลงหู ยอมตายเสียดีกว่ายอมแก่ค่ะ
            กลัวแก่ขึ้นสมองอย่างฉัน  ก็ต้องหาวิธีการหรืออะไรก็แล้วแต่ค่ะที่จะยืดอายุความสาว เอาไว้ให้นานที่สุด ที่จริงก็ทำมาทู้กวิธีแล้วนะคะ  แบบไหนที่เขาว่าดีกัน ลองมาหมดแล้วค่ะ  และก็เห็นผลนะคะ  เลยอยากนำมาฝากกันค่ะ
            เริ่มจากดื่มน้ำค่ะ  ดื่มเข้าไป เยอะๆ เลย เห็นผลจริงๆ เพราะวันไหนที่ดื่มน้ำเยอะ  เห็นชัดว่าริมฝีปากจะไม่แห้ง ไม่ลอก แต่งหน้าแล้วหน้านิ่มๆ ตึงๆ ด้วย แต่ขอบอกว่าต้องเป็นน้ำเปล่านะคะ เซย์โนไปเลยกับน้ำอัดลม เพราะน้ำอัดลมไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใดเลยค่ะ (ในแง่ของวิตามิน และแร่ธาตุ) แต่จะมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง มีกรดสูงมาก และมีสารปรุงแต่งจำพวก [...]

ผ่าตัดผิด…เอาผิดใครดี?

14 Jun 2009
Posted by

สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง กรณีผู้ร้องได้ไปทำการผ่าตัดทำตาสองชั้นที่สถานพยาบาลเอกชน โดยมีนายแพทย์ เป็นผู้ทำการผ่าตัด หลังผ่าตัดปรากฏว่าแพทย์ไม่ได้ทำการผ่าตัดทำตาสองชั้นให้ผู้ร้องตามที่ตกลงกันไว้ แต่กลับผ่าตัดเสริมจมูกให้แทนซึ่งไม่ตรงกับที่ผู้ร้องต้องการ จึงขอให้แพทยสภาตรวจสอบ  เลขาธิการแพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ พิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริง
          คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ได้ประชุมปรึกษาและตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสำนวนคดี รวมทั้งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องได้เดินทางมาที่คลินิก แห่งแรก ซึ่งตั้งอยู่ที่ ปริมณฑลของกรุงเทพฯโดยผู้ร้องประสงค์จะทำตาสองชั้น ทางคลินิกได้โทรแจ้งนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหา ให้มาทำการผ่าตัดให้ผู้ร้อง แต่นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหา ได้แจ้งกับทางคลินิกว่าให้ส่งตัวผู้ร้องไปทำการผ่าตัดที่สถานพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ แทน เพราะนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถมาทำการผ่าตัดให้กับผู้ร้องที่คลินิกแห่งแรกได้ เนื่องจากการจราจรติดขัดและเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งทางแพทย์ที่คลินิกแห่งแรกก็ได้ส่งตัวผู้ร้องไปทำการผ่าตัดที่สถานพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเมื่อผู้ร้องมาถึงที่สถานพยาบาล นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาได้ทำการเสริมจมูกให้กับผู้ร้อง
            ทางคลินิกแห่งแรกได้มีหนังสือยืนยันว่าในการส่งตัวผู้ร้องมายังสถานพยาบาลที่ทำการผ่าตัด ได้แจ้งนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหา และได้บอกกับพนักงานเคาน์เตอร์ของสถานพยาบาลแล้วว่า ผู้ร้องประสงค์จะทำตาสองชั้น ซึ่งนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาก็ทราบแล้ว อีกทั้งหลังจากที่ผู้ร้องเรียนกลับมาที่คลินิกแห่งแรกแล้วก็ได้มีการโทรศัพท์ไปสอบถามนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาด้วยว่าทำไมถึงทำการผ่าตัดจมูกแทนการผ่าตัดตาสองชั้นซึ่งนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาโด้ตอบว่าทำการเสริมจมูกให้ก่อนเพราะว่าจมูกเบี้ยวไม่สวย และจะนัดมาทำตาสองชั้นทีหลัง จากพยานหลักฐานดังกล่าวเห็นได้ว่าเป็นการผ่าตัดที่ผิดไปจากจุดประสงค์ของผู้ร้องเรียน อีกทั้งในการผ่าตัดครั้งนี้นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ให้ผู้ร้องเรียนลงลายมือชื่อในใบยินยอมการผ่าตัด (consent form) แต่อย่างไร  ประกอบกับนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีพยานเอกสารใดมาแสดงให้เห็นว่า ผู้ร้องประสงค์จะทำจมูก เนื่องจากในการผ่าตัดให้แก่ผู้ร้องหรือผู้ป่วยรายอื่น นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยทำใบยินยอมในการผ่าตัด (consent form) เลย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดจะต้องให้ผู้ป่วยเซ็นยินยอมในการที่จะให้แพทย์ทำการผ่าตัดทุกกรณี 
          อาศัยเหตุผลดังกล่าว คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ มีความเห็นว่าเป็นกรณี คดีมีมูล และอนุกรรมการสอบสวนพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า นายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหา [...]