สวยสไตล์นางงาม…ชาม - ไอยวริญท์
“ชาม – ไอยวริญท์ โอสถานนท์” มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2549 ที่วันนี้เธอโตเป็นสาวสะพรั่งแล้วค่ะ และพกพาส่วนสูงถึง 171 เซนติเมตร มาเล่าเรื่องสวยๆ งามๆ ให้เราฟัง
(จำเป็น) ต้องสวย
ต้องบอกว่าเป็นคนไม่รักสวยรักงามเอามากๆ เลยล่ะค่ะ ตั้งแต่เด็กๆ แล้วจะมีรอยฟกช้ำดำเขียวตามแขนขาอยู่ตลอดเวลา เป็นคนแบบว่าลุยๆ ชอบเล่นกีฬากลางแจ้ง ทั้งตีกอล์ฟ ว่ายน้ำ และปีนเขา พึ่งจะมารักสวยรักงามก็ตอนที่จะตั้งใจว่า OK. ปีหน้าจะต้องลงประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส จึงใช้เวลาบ่มเพาะตัวเองประมาณปีหนึ่งเห็นจะได้ จากที่ผิวสีแทนๆ ก็เริ่มเนียนขึ้น ขาวขึ้น (บ้าง)
แต่งตัวไม่ค่อยเป็น
ชามแต่งตัวไม่ค่อยเป็นหรอกค่ะ ส่วนใหญ่ก็แต่งออกแนวสปอร์ต อยู่บ้านก็ใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกีฬาตัวโคร่งๆ ออกจากบ้านก็ใส่กางเกงยีนส์ - เสื้อยืด ไม่ได้พิถีพิถันกับการแต่งตัวมากนัก ช่วงก่อนที่จะประกวดเวลาไปไหนก็จะใส่รองเท้าผ้าใบอย่างเดียวเลย แต่เดี๋ยวนี้ใส่แต่ส้นสูง และการแต่งตัวก็ต้องให้ดูเรียบร้อยและถูกกาลเทศะมากขึ้นด้วย
แหล่งช้อปฯ ของชาม
จากที่บอกว่าแต่งตัวไม่ค่อยเป็น ชามจึงต้องมีที่ปรึกษาส่วนตัว นั่นก็คือสไตลิสต์ในกองถ่ายนั่นเอง คือเวลาพี่ๆ เขาหาเสื้อผ้าอะไรมาให้เราใส่ถ่ายแบบถ่ายละคร ถ้าใส่แล้วสวยและเหมาะกับตัวเองก็จะขอซื้อเขามาเลย เรียกว่าช้อปปิ้งกันในกองถ่ายนั่นแหละ ไม่ต้องไปเดินที่ไหนให้เมื่อย อย่างชุดนี้ก็ได้จากกองถ่ายเหมือนกันค่ะ และบางครั้งนอกจากจะซื้อเสื้อผ้าเขามาแล้ว ยังแถมด้วยเครื่องประดับที่เข้าชุดกันมาด้วย งานนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม [...]
เปลี่ยนถ่ายไต ข้ามหมู่เลือด ความสำเร็จของแพทย์ไทย
โรคไตเรื้อรัง (CKD) เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้จำนวนมากและมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง จากสถิติการสำรวจของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย มีโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในประเทศไทยที่ต้องการการปลูกถ่ายไตประมาณ 20,000 ราย แต่ในแต่ละปีมีผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไตเพียงปีละประมาณ 200 รายเท่านั้น
การปลูกถ่ายไตทำได้จำกัด เนื่องจากมีจำนวนผู้บริจาคทั้งชนิดที่เป็นผู้ป่วยสมองตายและผู้บริจาคที่เป็นญาติมีจำนวนน้อย ที่มีหมู่เลือดเดียวกัน
แต่เมื่อไม่นานมานี้คงได้ยินข่าว แพทย์ไทยสามารถเปลี่ยนถ่ายไตข้ามหมู่เลือดได้สำเร็จ หลายคนอาจไม่แปลกใจหรือดีใจกับเรื่องนี้ หากไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องป่วยเป็นโรคไตหรือมีญาติพี่น้อง คนรักป่วยเป็นโรคไต แต่แน่นอนว่า การเปลี่ยนถ่ายไตข้ามหมู่เลือดที่ทำได้นี้ ย่อมเป็นความหวัง ความปิติยินดีแก่คนป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยโรคไต
โรคไต อันตรายแค่ไหน เป็นโรคไตในระยะใดถึงต้องเปลี่ยนถ่ายไต แล้วใครคือกลุ่มเสี่ยงและแนวทางการรักษาทำได้อย่างไร ค้นหาคำตอบได้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไต รศ.นพ.ยิ่งยศ อวิหิงสานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ
โรคไต หมายถึง โรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของพยาธิสภาพของไตในการทำงานเพื่อขับของเสียออกจากร่างกายและรักษาความสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกายคนเรา
อาจารย์ยิ่งยศ เล่าว่า สาเหตุของการเป็นโรคไตมีได้หลายสาเหตุ แต่ที่พบมากที่สุดคือ สาเหตุมาจากโรคเบาหวาน ใช้ภาษาง่ายๆว่า เบาหวานลงไต ซึ่งจริงๆมันก็คือภาวะแทรกซ้อนของคนที่เป็นเบาหวานนั่นเอง
สาเหตุต่อมาคือ มีความดันโลหิตสูง ,โรค SLE ,โรคไตอักเสบชนิด IGA และอีกจำนวนมากที่ไม่รู้สาเหตุแต่พบว่ามีพฤติกรรมบางอย่างที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น การรับประทานยาที่เป็นผลเสียต่อไต ยกตัวอย่าง ยาแก้ปวดข้อ [...]
ตบนม…เสริมอึ๋ม
สาวอกเล็ก อกแฟบ มาทางนี้ค่ะ เพราะวันนี้ ดิฉันจะพาอินเทรนด์กับเรื่องฮิปๆ อย่างแฟชั่นตบนมค่ะ ..อิอิ..ชอบๆ แหมก็ร้อยทั้งร้อยของผู้ชาย ชอบผู้หญิงอกสะบึมกันทั้งนั้นแหละค่ะ..หรือว่าไม่จริง
ไอ้คุณผู้หญิงเรา ก็เลยต้องสรรหาสารพัดวิธีเพิ่มอกอึ๋ม….ที่ใจกล้าหน่อยก็ไปเสริมซิลิโคนมันซะเลย แต่ถ้าใจไม่ถึงอย่างดิฉัน..ขอหาวิธีเพิ่มอกอึ๋มสะบึมๆด้วยวิธีอื่นก็แล้วกันนะค่ะ
หลังจากที่หามาสารพัดวิธีเพิ่มอกอึ๋ม ไม่ว่าจะเป็นทาถู ทาถู หรือถูนวด ถูนวด ด้วยครีมทุกรูปแบบที่โฆษณากันว่า นวดแล้วอึ๋มทันใจ ดิฉันลองมาหมดแล้วค่ะ ก็พอสร้างกำลังใจให้นมสองเต้า ฮึกเหิมขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย
เกือบจะหมดหวังแล้วเชียว..ดีที่ไปเจอเข้ากับเทคนิคใหม่ อัพไซส์ได้ ด้วยการตบนม กับมือตบ (นม) นามว่าพี่กุ้ง เขมิกา ณ สงขลา
พี่กุ้งมือตบ (นม) เล่าให้ฟังว่า การตบนมเป็นภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญายาย เป็นการตบในชั้นไขมันเพื่อรีดเอาไขมันส่วนที่กระจายอยู่ข้างลำตัวและข้างรักแร้ขึ้นมา เป็นฐานของเต้านม ทำให้นมใหญ่ขึ้นและกล้ามเนื้อ บริเวณหน้าอกแข็งแรงขึ้นได้ โดยไขมันที่ตบไล่เพื่อนำมากองที่นมนั้น ไล่เลียงมาตั้งแต่ข้างลำตัว หน้าท้อง เอว แผ่นหลังหรือใต้รักแร้ หรือแม้แต่หน้าท้อง หลังจากตบแล้วสามารถเพิ่มขนาดได้ 1 – 4 นิ้ว แล้วแต่คน ขึ้นอยู่กับสรีระของนมของแต่ละคน [...]
โรคสมองเสื่อม
เวลานี้ เรามักจะพบว่าคนเราเสียความจำไปได้ง่าย คนสมัยนี้ เป็นโรคขี้หลงขี้ลืมกันเยอะ กระทั่งภรรยาตัวเองพาไปทานข้าว ยังลืมพากลับบ้านก็มี มีอยู่คราวหนึ่ง อาจารย์สอนประกัน พาภรรยาไปทานข้าว ความที่ท่านรู้จักคนเยอะ ก็ไปเจอคนรู้จักที่โต๊ะอื่น ก็เลยเดินเข้าไปทัก แล้วก็ไปนั่งทานกับเขาด้วย พอเขากลับตัวเองก็เลยเดินออกมา ขับรถกลับบ้านไปคนเดียว ทิ้งภรรยาไว้ที่ร้านอาหาร ในที่สุดภรรยาก็เลยต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้าน พอตัวเองเห็นว่าภรรยานั่งแท็กซี่กลับมา ก็เลยถามว่า เธอไปไหนมา…อ้าว เป็นซะอย่างงั้น โธ่ ภรรยาไม่ตบให้ก็บุญแล้วครับ คนรุ่นก่อนสมัยปู่ย่าตายาย ในยุคที่มลพิษน้อย ใช้สารเคมีน้อย ก็จะไม่ค่อยหลงลืม มากเหมือนคนยุคนี้ที่ต้องเจอกับมลพิษต่างๆ มากมาย เซลล์ทุกเซลล์รวมทั้งสมอง ก็เสื่อมไวว่าปกติ
โรคสมองเสื่อม มีสองประเภท ประเภทแรก เกิดจากความเสื่อมตามอายุ โดยทั่วไปคนที่อายุน้อยกว่า 65 ปีพบเพียง 1 ใน 1,000 คน อายุ 65-70 ปี พบประมาณ 1 ใน 70 คน อายุ 70-80 ปีพบ 1 ใน [...]
“รศ.เจริญ กระบวนรัตน์” แนะวิธีออกกำลังกายด้วย “ยางยืด”
“คนมักมองว่า “ยาง” มีประโยชน์แค่ไว้ใช้มัดถุงใส่อาหาร แต่สำหรับผมมันไม่ใช่แค่นั้น คือเมื่อเราลองนำยางมาร้อยต่อๆ กันแล้วดึงให้ยืดออก เราจะพบว่ายางมันมีแรงต้าน ซึ่งเราก็จะใช้ประโยชน์ของแรงต้านนี่แหละในการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ให้มีการตอบสนองในเชิงของการออกแรงที่เพิ่มขึ้น แล้วพอกล้ามเนื้อออกแรงมากขึ้น ผลที่สะท้อนกลับมาก็คือทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และร่างกายแข็งแรงขึ้นนั่นเอง” รศ.เจริญ กระบวนรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาพละศึกษา ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงมุมมองของท่านที่มีต่อยาง ซึ่งเป็นที่มาของผลงาน “ยาง…ยืดชีวิตพิชิตโรค”
อาจารย์เจริญ นับเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านการกีฬาเป็นอย่างมาก ปัจจุบันนอกจากจะเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาพละศึกษาแล้ว ยังรั้งตำแหน่งงานถวายงานจัดโปรแกรมการออกกำลังพระวรกาย แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และยังเป็นประธานคณะกรรมการถวายงานกำกับดูแลการออกกำลังพระวรกาย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณ ณวรีนารีรัตน์ อีกด้วย
อาจารย์เจริญเล่าว่า เริ่มลงมือทำเรื่องยางยืดอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2548 และได้จดลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ซึ่งเริ่มแรกก็ทำยางยืดด้วยการนำเอายางเส้นที่รัดถุงใส่อาหารมาร้อยต่อกัน แต่มันใช้ได้ไม่กี่ครั้งก็ยืดหมดแล้ว จนต่อมามีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเข้ามาช่วยสนับสนุนและคิดค้นยางยืดแบบเฉพาะให้ ซึ่งมีความยืดหยุ่นและแรงต้านสูง และยังคงทนกว่าด้วย ซึ่งตอนนี้ผลิตออกมาจำหน่าย โดยรายได้จากการจำหน่ายยางยืดนี้หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพฯ
“การออกกำลังกายด้วยยางยืดมีข้อดีตรงที่ว่า เราสามารถปรับน้ำหนักของการออกแรงได้ด้วยตัวเอง คือเวลาที่เราจับสั้นหรือจับยาวมันก็จะมีแรงต้านที่ต่างกัน แล้วก็สามารถพกติดตัวไปเล่นที่ไหนก็ได้ อย่างเวลารถติดกว่าจะกลับถึงบ้าน ก็ออกกำลังกายในรถไปพลางๆ ก่อนได้เลย ซึ่งการออกกำลังกายด้วยยางยืดนี้ สามารถใช้ได้กับหลายส่วนของร่างกาย ทั้งลำตัว [...]
“อาแอ๊ด - สมบัติ เมทะนี” แบบอย่างที่ดี เรื่องสุขภาพ
“อาแอ๊ด - สมบัติ เมทะนี” นักแสดงที่เรียกได้ว่า “พระเอกตลอดกาล” ซึ่งที่ผ่านมาได้ฝากผลงานการแสดงภาพยนตร์ไว้กว่า 600 เรื่อง และได้รับการบันทึกในกินเนสส์ บุ๊ค เรียบร้อยแล้ว…ปัจจุบันอาแอ๊ดวัย 72 ปี แม้จะล่วงพ้นวัยแห่งการเป็นพระเอกมาแล้ว แต่ก็ยังมีผลงานการแสดงทั้งภาพยนตร์ ละคร และงานโฆษณาเข้ามามิได้ขาด ดังนั้นเรื่องของการดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่อาแอ๊ดให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง
“พออายุมากขึ้น เราก็ต้องเอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น ยิ่งตอนนี้อายุ 72 แล้ว ก็เรียกได้ว่าเป็นไม้ใกล้ฝั่ง แต่อาก็พยายามที่จะทำให้มันถึงฝั่งช้าลง ด้วยการดูแลตัวเอง บริหารร่างกาย จิตใจและอารมณ์ โดยเฉพาะเรื่องการออกกำลังกายนี่อาเคร่งครัดกับตัวเองมาก บวกกับเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากมีตัวอย่างที่ดีคือคุณพ่อ ที่ท่านเป็นออกกำลังตัวยงเพราะท่านเป็นนักมวย ภาพการออกกำลังกายของพ่อจึงอยู่ในความทรงจำของอามาตั้งแต่เด็ก…อาเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยเครื่องมือง่ายๆ ที่คุณพ่อทำขึ้นเองตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เพราะตอนนั้นอาเป็นเด็กตัวผอมๆ จึงอยากจะมีหุ่นสมาร์ทเหมือนพ่อ แข็งแรงเหมือนพ่อ ดังนั้นเห็นพ่อเล่นอะไรก็จะเล่นตาม ทำแบบนั้นมาจนอายุ 10 ขวบ ก็เริ่มหันมาเล่นกีฬา อย่างฟุตบอลและบาสเก็ตบอล พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็เริ่มเล่นรักบี้ ส่วนการบริหารร่างกายด้วยเครื่องมือแบบพ่ออาก็ยังไม่ทิ้ง เพราะมันช่วยเสริมรูปร่างให้แข็งแรงกำยำ”
อาแอ๊ด เล่าถึงการบริหารร่างกายที่ทำเป็นประจำว่าใช้การบริหาร 2 แบบ คือแบบใช้เครื่องมือและไม่ใช้เครื่องมือ [...]
เรื่องลับของกิจกรรมรัก
วันนี้เรามาคลายร้อน ด้วยเรื่องลับๆของกิจกรรมรักกันดีกว่านะครับ เพราะเรื่องราวพรรค์นี้ คงมีคุณผู้อ่านหลายท่านแอบสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามใคร เพราะเกรงจะถูกหาว่าหมกมุ่น ฝักใฝ่ แต่เรื่องอย่างว่า ใช่ไหมล่ะครับ
เรื่องลับแรก: อันตรายของการฝ่าไฟแดง คุณอาจถูกจับ ปรับ ตัดคะแนน ไปจนถึงส่งฟ้องศาลเพื่อควบคุมประพฤติ เอ้ย! ไม่ใช่ครับ นั้นมันฝ่าไฟแดงจราจร ส่วน “ฝ่าไฟแดง” ที่เราจะพูดถึงอันตรายกันในที่นี้ ผมหมายถึงกรณีที่คุณผู้ชายเล่นลุยในช่วงที่ประจำเดือนมาพอดี ยิ่งช่วงเวลานี้ คุณผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศ ทำให้มีความต้องการสูงขึ้นเสียด้วย ก็เลยตามใจ ปล่อยให้เลยตามเลยเป็นเพลิดเพลินกันไปทั้ง 2 ฝ่าย ปัญหาที่ตามมานอกจากเกิดการนองเลือดขึ้นแล้วนั้น ยังจะทำให้คุณผู้หญิงเกิดการติดเชื้อได้ง่าย เพราะปกติแล้วช่องคลอดจะมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ในระหว่างมีประจำเดือน ฮอร์โมนเปลี่ยน จึงทำให้มีความเป็นด่างสูงขึ้น เชื้อแบคทีเรียจึงแบ่งตัวและเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ในช่วงดังกล่าว เยื่อบุผนังช่องคลอดจะบอบบางมาก จึงฉีกขาดเป็นแผลได้ง่าย ขณะมีประจำเดือน ปากมดลูกซึ่งปกติจะปิดสนิท ก็จะเปิดออกเพื่อเป็นช่องทางระบายเลือดจากภายในออกมา แบคทีเรียจึงบุกเข้าไปทำอันตรายต่อโพรงมดลูก และอวัยวะที่สูงขึ้นไป ได้โดยง่าย ตัวเลือดที่ไหลออกมานี่เอง ก็ยังเป็นอาหารชั้นดีสำหรับเชื้อแบคทีเรียอีกเสียด้วย ฉะนั้นเมื่อ “วันแดงเดือน” มาถึง กรุณาบันยะบันยัง เพลาๆเรื่องเซ็กซ์ลงบ้าง ก็จะดีนะครับ
[...]
ไอศครีมดอกไม้ อร่อย ….เย็นชื่นใจ…ให้ประโยชน์
ร้อนๆ แบบนี้ ไอศครีมเย็นๆ คงจะดับร้อนกันได้นะคะ แต่ไอศครีมแบบไหนที่จะถูกใจและคลายร้อนได้บ้าง…..ว่าแล้วก็มาลอง “ไอศครีมดอกไม้” กันดีกว่าคะ……ว่ากันว่าเป็นไอศครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระด้วยหละ
“ไอศครีมดอกไม้ต้านอนุมูลอิสระ” เป็นการนำดอกไม้ 5 ชนิด ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูง มาวิจัยและคิดค้นจนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มสมุนไพรที่ผลิตจากดอกไม้ท้องถิ่น อ.อัมพวา และพัฒนาจนมาเป็นผลิตภัณฑ์ ไอศครีม
ต้องบอกก่อนว่าดอกไม้ทั้ง 5 ชนิด ที่นำมาใช้นี้ ล้วนเป็นดอกไม้ในท้องถิ่นของ อ.อัมพวา ที่ไม่ได้ปลูกกันเป็นอุตสาหกรรม จึงไม่มีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงและสารเคมีใดๆ ไม่ว่าจะดาหลา, ดอกเข็ม, กุหลาบมอญ, ดอกบัว (เกสรดอกบัว) และอัญชัน จึงรับรองได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งจากการวิเคราะห์หาปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของดอกไม้แต่ละชนิดในห้องทดลองพบว่า ดาหลามีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดถึง 84.72% รองลงมาเป็นดอกเข็มมีสารต้านอนุมูลอิสระ 83.97%, กุหลาบมอญมี 82.67%, เกสรดอกบัวมี 73.23% และอัญชันมี 26.33%
เรียกว่าเป็นการแปลงโฉมและเพิ่มค่าของดอกไม้ที่มีความสวยงามอยู่แล้ว ให้มีประโยชน์และเพิ่มคุณค่ามากยิ่งขึ้น โดยไอศครีมดอกไม้มี 5 รสชาติด้วยกันคือ
{ ดาหลาไวน์ เป็นความลงตัวของดาหลาที่มีรสเผ็ดร้อนและไวน์ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมฝาด ซึ่งนอกจากจะมีดาหลาสกัดและไวน์เป็นส่วนประกอบสำคัญแล้ว [...]
แพทย์แผนจีนไม่ได้รักษาโรค แต่ปรับสมดุลร่างกายรักษาตัวเอง中医不治病而是調理身体治病
มีคำกล่าวเกี่ยวกับแพทย์แผนจีนหลายประโยค เช่น “หมอที่เก่งป้องกันไม่ให้เกิดโรค, หมอไม่เก่งรักษาเมื่อเป็นโรค” (上工治未病, 下工治己病) “หาหมอไม่ดีเท่าหาตนเอง” ( 求医不如求已) และ “แพทย์แผนตะวันออกรักษาอาการ, แพทย์แผนจีนรักษา แก่น” (西医治標,中医治本 )
เวลาไปหาแพทย์จีน ไม่ว่าเป็นโรคอะไร การรักษาโรคก็แทบหนีไม่พ้น ฝังเข็ม, ยาสมุนไพร, และแนะนำการดูแลสุขภาพ
เรื่องอาหารแสลง, การพักผ่อน นอนหลับ การดำเนินชีวิต รวมถึงการฝึกพลังลมปราณ
หลายคนสงสัยว่า ในขณะที่แพทย์แผนปัจจุบัน มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าการวินิจฉัยโรคด้วยเทคโนโลยีแบบทันสมัย การรักษาโรคก็มีเครื่องมือใหม่ๆ มียาเคมีใหม่ๆ, การค้นพบที่เจาะลึกละเอียดอย่างลึกซึ้งในการอธิบาย เกี่ยวกับพยาธิของโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรค ที่ยากต่อการดูแลรักษา ในขณะที่แพทย์แผนจีน ยังวนเวียนอยู่กับการศึกษาค้นคว้า แต่ความลึกลับของคัมภีร์โบราณ และภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าเป็นหลักชี้นำและใช้วิทยาศาสตร์การแพทย์มาตัวช่วย อย่างนี้เรียกว่า มันหลงยุคหรือเปล่า แล้วแพทย์แผนจีนจะไปรักษาโรค ใหม่ๆ ได้อย่างไร?
แนวคิดที่แตกต่างเกี่ยวกับการรักษาโรค
การแพทย์แผนจีนมองว่าร่างกายมนุษย์ มีวิวัฒนาการและการปรับตัวมาเป็นล้านๆ ปี กว่าจะเป็นมนุษย์ที่เป็นอยู่อย่าง
ปัจจุบัน การที่มนุษย์ดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ แสดงว่า ระบบการปรับตัวหรือการปรับสมดุลต่อการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ต้องมีศักยภาพสูงมาก และมีอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว เช่น การติดของบาดแผลเวลามีการฉีกขาด, [...]
ทำอย่างไร เมื่อคนไข้แพ้ยา?
สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากมารดาผู้ป่วยเด็กว่า แพทย์หญิงที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งให้การรักษาบุตรสาวของตน โดยการสั่งยาที่ผู้ป่วยแพ้ให้รับประทาน ทั้งๆ ที่ทราบว่าผู้ป่วยมีอาการแพ้ยาที่แพทย์สั่ง ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าการให้การรักษาของแพทย์เป็นการประมาทเลินเล่อ เลขาธิการแพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ พิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริง
คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ได้พิจารณาคำชี้แจงจากแพทย์ สรุปได้ความว่า ผู้ป่วยเด็กหญิง ได้มารับการรักษากับแพทย์ ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ก่อนสั่งยาแพทย์ได้ถามประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วยกับบิดา ซึ่งบิดาได้ให้ประวัติว่าไม่แน่ใจว่าแพ้ยา แอมพิซิลลิน หรือไม่ ตอนแพ้เป็นยาน้ำรับประทานแล้วมีผื่นขึ้นที่ขาเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ได้อธิบายว่าไม่น่าจะใช่อาการแพ้ยากลุ่มเพ็นนิซิลลิน เพราะถ้าแพ้เพ็นนิซิลลินจะมีผื่นขึ้นที่ตา ตาบวมปากบวม ถ้าแพ้ชนิดรุนแรงจะเป็นลมหรือช็อค แพทย์คิดว่าอาการที่บอกเล่าไม่น่าจะเกิดจากการแพ้เพ็นนิซิลลินจึงได้สั่งยา อะม๊อกซีซิลลิน (250 มก.) ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม เพ็นนิซิลลินให้ผู้ป่วยไป โดยได้แจ้งบิดาผู้ป่วยไปว่าถ้ามีอาการผื่นขึ้น ตา ปากบวม ให้หยุดยา และกลับมาพบแพทย์ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อบิดาให้ประวัติว่า ผู้ป่วยแพ้ยาในกลุ่มแอมพิซิลลิน แล้วเหตุใดแพทย์จึงยังคงจ่ายยาในกลุ่มนี้ให้ผู้ป่วย จึงพิจารณาให้เป็น คดีมีมูล
คณะกรรมการแพทยสภา พิจารณาแล้วมีมติ ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการสอบสวน ดำเนินการสอบสวน
คณะอนุกรรมการสอบสวน ได้พิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ความว่าขณะที่เข้ารับการรักษาบิดาของผู้ป่วย ได้ให้ประวัติแก่แพทย์แล้วว่า ผู้ป่วยแพ้ยาแอมพิซิลลินแต่ทำไมได้สั่งยา อะม๊อกซีซิลลินซึ่งเป็นยาในกลุ่มเดียวกันกับที่ผู้ป่วยแพ้ อันเป็นกรณีที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่แพทย์ก็มิได้ใส่ใจที่จะกระทำการหลีกเลี่ยงแต่อย่างใด อันเป็นการไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย [...]
