Archive for January, 2009

พยากรณ์ประจำเดือน มกราคม 2552

21 Jan 2009
Posted by

                สวัสดีปีใหม่แด่ผู้อ่านนิตยสาร Health Channel ทุกท่านครับ เนื่องในโอกาสปีใหม่นี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงปกปักษ์รักษาให้ท่านผู้อ่าน    มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีความสุขทั้งกายและใจตลอดทั้งปีใหม่นี้เทอญ
 
ท่านที่เกิดเดือนมกราคม
การงาน ปีใหม่นี้เดือนใหม่และวันใหม่ๆ ท่านจะได้ความคิดความอ่าน ออกมาเป็นโปรเจคที่เป็นรูปเป็นร่างได้ หัวหน้าของท่านพักผ่อนในวันหยุดยาว ก็เลยใจกว้างเปิดใจรับความคิดเห็นมากขึ้น   สำหรับคนที่คิดจะเปลี่ยนงาน  ข่าวดีๆปีใหม่นี้กำลังรอท่านอยู่  ไปติดต่อเลยจะโชคดี เงินๆทองๆ และเรื่องทั่วไป  จิตใจแจ่มใส ค้าขายจึงดีขึ้น  บางท่านชีพจรลงเท้า   มีเหตุให้ต้องจากบ้าน  ไม่ต่างจังหวัดก็เมืองนอก  แต่บางคนถือโอกาสแอบนัดคู่ขา  หนีไปรักกัน  เปลี่ยนบรรยกาศไปในตัว  ต้องระวังจะถูกจับได้ว่ามีชู้
 
ท่านที่เกิดเดือนกุมภาพันธ์
การงานช่วงโค้งสุดท้ายยังไม่หมดที่จะโชว์ผลงานให้แก่หัวหน้าดู    ถ้างานเพิ่มขึ้นก็ให้กระจายให้ลูกน้องช่วยกัน  อย่าไปขัดเจ้านาย    ตำแหน่งใหม่ๆรอท่านอยู่   มีโครงการอะไรใหม่ๆ   ตรวจทานให้พร้อมแล้วรอโชว์ผลงานกันในเดือนหน้าจะสะดวกกว่าเงินๆทองๆ และเรื่องทั่วไปเนื่องในวาระปีใหม่นี้   ขอให้เข้าวัดทำบุญกราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์   เป็นการเสริมดวงชะตาให้ดีขึ้น    เรื่องเงินทองให้ระวังจะเสียรู้เขาถูกหลอก  การเก็งกำไรจึงกลายเป็นเงินที่แช่เย็น
 
ท่านที่เกิดเดือนมีนาคม
การงานหัวหน้าของท่านในเดือนนี้มีบทบาทที่เด่นมาก   ระวังการขัดแย้งกับเจ้านายของท่านให้ดี คล้อยตามไปก่อนอย่าไปขัด   ถ้าเจ้านายถามค่อยเสนอความคิดออกไป  และให้ระวังการเซ็นเอกสารของท่าน จะผูกมัดตนเอง เงินๆทองๆ และเรื่องทั่วไปท่านใดที่ต้องการให้ธนาคารช่วยเรื่องเงินๆทองๆ   ให้อ่านเอกสารให้ดีก่อนเซ็นสัญญาจะได้ไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ    การเจ็บป่วยญาติของท่าน   ทำให้ท่านต้องใช้จ่ายเงินทองเพิ่มขึ้น  ดังนั้นควรรักษาแต่เนิ่นๆอย่าปล่อยให้ยืดยาว
 
ท่านที่เกิดเดือนเมษายน
การงานปัญหาทั้งหลายจะกรูกันเข้ามาเหมือนลมหนาวในช่วงเดือนนี้   ดังนั้นขอให้ท่านตั้งรับไว้ให้ดี ค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละส่วนก็จะหมดไปเอง   ปัญหาส่วนใหญ่นั้นท่านเองก็ได้เคยเจอมาแล้ว    จึงให้มีสติและเยือกเย็นให้มาก เงินๆทองๆ [...]

ลดกรดยูริก …ลดโรคเก๊าท์

21 Jan 2009
Posted by

              แม้ว่าอากาศบ้านเราจะไม่หนาวเย็นมากนัก หลายคนรู้สึกชื่นชอบช่วงเวลานี้ แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว อากาศที่อุรหภูมิลดลงเช่นนี้อาจทำให้โรคเรื้อรังที่เป็นอยู่กำเริบขึ้นมาได้  อย่างเช่น โรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์ เกิดจากภาวะที่กรดยูริคในเลือดมีปริมาณสูงเกินไป เกินกว่าที่จะสามารถอยู่ในเลือดในรูปสารละลายได้ จึงตก
ตะกอนสะสมอยู่ตามที่ต่าง ๆ เช่น ตามข้อ ทำให้ข้ออักเสบ หรือ ตามนิ้ว ตาตุ่ม หลังเท้า
สาเหตุของเก๊าท์ เกิดเนื่องจากร่างกายมีกรดยูริคสูงเกิน เป็นเวลานาน สำหรับผู้ชาย ระดับยูริคจะสูงตั้งแต่ ในช่วงวัยรุ่น แต่ผู้หญิงจะสูงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนแล้ว ระดับยูริคที่สูงจะไม่ทำให้เกิดอาการ แต่จะสะสมตกตะกอนไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมีอาการทางข้อเมื่อกรดยูริค สะสมอยู่ในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานหลายสิบปี โดยเฉพาะในผู้ใหญ่วัย 40 ปีขึ้นไป ร่างกายจะมีการสร้างเซลล์หรือเนื้อเยื่อใหม่น้อยลง ส่วนประกอบเล็กๆ เหล่านี้จึงถูกสลายเป็นกรดยูริก ซึ่งถ้าขับถ่ายออกไม่ทันก็จะทำให้กรดยูริกในเลือดเพิ่มสูงได้ง่าย
ยูริคในเลือดที่สูงกว่าร้อยละ 90 เกิดจากร่างกายผลิตเอง อาหารเป็นแหล่งกำเนิดของยูริคในเลือดน้อยกว่าร้อยละ 10 เสียอีก ดังนั้นจึงไม่มีความสัมพันธ์กับอาหารที่รับประทาน  ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องงดอาหารใด ๆ ที่มียูริคสูงเลยและการกินอาหารที่มียูริคสูง (ที่คนทั่วไปเข้าใจกันเช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก) ก็ไม่ได้ทำให้ เกิดโรคเก๊าท์แต่อย่างใด
ที่ผ่านมา ความรู้เรื่องกรดยูริกเปลี่ยนไปมากรวมทั้งในวงการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์พบว่า กรดยูริกที่เพิ่มสูงขึ้นในเลือด อาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล [...]

ไขข้อข้องใจเรื่องศีรษะล้าน กับ นพ.อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร

20 Jan 2009
Posted by

                ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณผู้ชายค่ะ ทำให้ผู้ที่มีปัญหารู้สึกวิตกกังวล ขาดความมั่นใจ  กลายเป็นคนเก็บตัว ไม่กล้าเข้าสังคม ต่างจากในสมัยก่อนในที่ชายไทยคนไหนที่มีลักษณะศีรษะเถิก ศีรษะล้าน ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ทุ่งหมาหลง, ดงช้างข้าม, ง่ามเทโพ, ชะโดตีแปลง, แร้งกระพือปีก, ฉีกขวานฟาด และราชครึงเครา จะถือว่าเป็นชายที่มีลักษณะดี เป็นลักษณะของเศรษฐี ฯลฯ นานาทัศนะแล้วแต่ผู้คนจะกล่าวถึง…แต่ในสมัยนี้ ต่อให้ศีรษะล้านแบบไหนก็คงไม่มีใครอยากเป็นเจ้าของจริงไหมล่ะค่ะ
                ปัจจุบันมีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้าน ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อที่ว่าตำรวจจราจรที่ใส่หมวกกันน็อคแล้วทำให้ผมร่วงศีรษะล้าน และความเชื่ออื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเรื่องศีรษะล้าน กับนพ.อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ประจำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กันค่ะ
“เมื่อไม่นานนี้ ได้มีการทำโพลล์สำรวจชายไทยที่อายุระหว่าง 25 - 40 ปี จำนวน 469 คน ใน  3 กลุ่มอาชีพ คือ ตำรวจจราจร, นักกอล์ฟ และวิศวกร พบว่า ตำรวจจราจรร้อยละ 66 เชื่อว่าการสวมหมวกกันน็อคทำให้ศีรษะล้าน [...]

ยื้อชีวิตผู้ป่วย มะเร็งตับ ด้วยยาแนวใหม่

20 Jan 2009
Posted by

“มะเร็งตับ” โรคซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับที่ 5 ของโลก และในประเทศไทยเรานั้นพบว่า มะเร็งตับเป็นโรคอันดับ 1 ที่เกิดขึ้นในเพศชาย ซึ่งความน่ากลัวของมันก็ได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนไทยทั้งประเทศ ด้วยการคร่าชีวิตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “ยอดรัก  สลักใจ” เมื่อไม่นานมานี้
                จากการศึกษามานานกว่า 30 ปี ไม่พบว่ายาเคมีบำบัดสามารถช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับได้ ดังนั้นการรักษาส่วนใหญ่จึงใช้วิธีการผ่าตัดหรือการฉีดยาเข้าตับ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไปพบแพทย์ในระยะที่เป็นมากแล้ว จึงไม่สามารถทำการผ่าตัดหรือเปลี่ยนตับได้ ทำให้ต้องใช้การรักษาแบบประคับประคองไปจนกระทั่งผู้ป่วยเสียชีวิต
                ด้วยความเชื่อที่ว่า มะเร็งเป็นโรคร้ายที่ไม่มียารักษาจึงไม่มีหนทางหายจากโรคได้นี่เอง ทำให้ผู้ป่วยหมดมีความรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ จึงปล่อยให้โรคลุกลามจนยากแก่การรักษาและเสียชีวิตในที่สุด ทั้งที่จริงๆ แล้วการรักษามะเร็งตับมีด้วยกันหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด โดยตัดตับส่วนที่เป็นเนื้อร้ายออกไปและการปลูกถ่ายตับเข้าไปแทน ซึ่งในกรณีที่ผู้ป่วยทราบว่าเป็นโรคนี้เร็วก็จะรักษาได้ง่ายขึ้น, การฉายรังสี รวมไปถึงการรับประทานยารักษามะเร็งตับชนิดเม็ด ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ที่นิยมนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งตับในปัจจุบัน
                ยาดังกล่าวมีชื่อทางการแพทย์ว่า “โซราเฟนิบ” ซึ่งได้ผ่านการทดสอบในทางคลินิกแล้ว พบว่าสามารถช่วยยื้อชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับออกไปได้อีกร่วม 3 เดือน หรือคิดเป็น 44% เลยทีเดียว ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการค้นพบยารักษามะเร็งตับที่มีประสิทธิภาพ หลังจากมีความพยายามในการคิดค้นหายารักษาโรคนี้มานานหลายสิบปีแล้ว
                และเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งตับก็เมื่อเป็นระยะหลังๆ แล้วดังที่กล่าวไปข้างต้น แพทย์จึงมักจะแนะนำให้ใช้การรักษาหลายๆ วิธีร่วมกัน เช่น ผ่าตัดในกรณีที่ผ่าตัดได้ หรือรับยาเคมีบำบัดบางตัวร่วมด้วย จึงจะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตต่อไปได้นานขึ้น [...]

เตรียมตัวไปตรวจภายใน

20 Jan 2009
Posted by นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช

                พูดถึงเรื่อง “ ตรวจภายใน” ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านที่เป็นสุภาพสตรีทุกท่าน คงจะรู้และเข้าใจกันเป็นอย่างดีแล้วนะครับว่า  มันมีประโยชน์มากและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการป้องกัน “ มะเร็งปากมดลูก”  โรคร้ายที่คร่าชีวิตหญิงไทยเป็นอันดับ 1 ในบรรดาโรคมะเร็งในสตรีทั้งหมด  การตรวจภายในยังจำเป็นสำหรับการตรวจหาถุงน้ำ เนื้องอก  ตกขาว และสิ่งผิดปกติอื่นๆ ได้อีกร้อยแปดอย่าง  แต่หลายคนก็ยังกลัวและอายที่จะไปตรวจภายใน  ซึ่งที่จริงแล้ว ควรทำเป็นประจำทุกปี    โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป เพื่อตรวจเช็คความปกติของมดลูกและมะเร็งปากมดลูก
วันนี้ผมเลยอยากแนะนำวิธีเตรียมตัว  เพื่อให้ทุกท่านสบายใจและพร้อมไปตรวจภายในได้อย่างไม่กลัวอีกต่อไปครับ
 
ตรวจภายใน.. คุณหมอทำอะไรกับเรา
                การตรวจภายใน  หรือ พีวี (PV) ย่อมาจาก per vagina examination เป็นการตรวจที่สำคัญมากสำหรับวินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ ของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี  ตั้งแต่ปากช่องคลอด ช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ปีกมดลูก (ท่อนำไข่) รวมไปถึงรังไข่ทั้ง 2 ข้าง ซึ่งล้วนแต่หลบซ่อนอยู่ในอุ้งเชิงกรานยากแก่การตรวจคลำจากทางหน้าท้อง  ขั้นตอนการตรวจ  คุณหมอก็จะให้เราขึ้นไปนอนบนเตียงพิเศษที่มีขาหยั่ง ไว้สำหรับวางเท้าทั้งสองข้าง เพื่อให้เปิดกว้างแยกออกจากกัน ทำให้มองเห็นอวัยวะสืบพันธุ์ได้ชัดเจน  โดยหลังจากที่คุณหมอสังเกตดูและคลำหาสิ่งผิดปกติที่อวัยวะเพศภายนอกเสร็จแล้ว ก็จะใส่เครื่องมือเล็กๆ [...]

Big Knit Café ที่นี่ไม่ได้มีแค่อาหารอร่อย

20 Jan 2009
Posted by

                 Health Channel ต้อนรับปี 2552 กับคอลัมน์ใหม่ “Food Today” ฉบับนี้เราจะพาคุณไปประเดิมกันที่ร้าน Big Knit Café ร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 (ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท) ..ที่นี่ไม่ได้มีแค่อาหารให้ลิ้มลองเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบงานฝีมือ เขายังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำอีกด้วย ว่ากันว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมพลของคนรักการถักนิตติ้ง เพราะเป็นนิตติ้งคาเฟ่แห่งแรกของเมืองไทย  
                เมื่อผลักประตูบานสีขาวเข้าไปภายในร้าน ก็ต้องสะดุดตากับกำแพงไหมพรมหลากสี ที่มีไว้สำหรับตกแต่งร้านและให้บริการกับลูกค้าทั้งขาประจำ ขาจร เข้ามาเลือกซื้อหาไปใช้ทำงานฝีมือ นอกจากนี้ยังมีอาหารหลายชนิดไว้คอยบริการด้วย เนื่องจากลูกค้าที่เข้ามานั่งถักนิตติ้ง ส่วนใหญ่จะเข้ามานั่งทั้งวัน แถมยังมีทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย
                อาหารก็มีหลากหลายค่ะ ทั้งเค้ก ขนมปัง อาหารไทย และอาหารฝรั่ง เมนูแรกที่จะแนะนำสำหรับเรียกน้ำย่อยและสำหรับคุณผู้หญิงที่ดูแลรูปร่างก็คือ “Japanese Salad” ซึ่งมีผักหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักกรีนโอ๊ค, เรดโอ๊ค โรยหน้าด้วยยำสาหร่าย ปูอัด และไข่กุ้ง เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดสูตรพิเศษ ที่มีรสชาติหวานมัน เข้ากันดีกับผักสดๆ กรอบๆ เรียกว่าอร่อยอย่างบอกใครเชียวค่ะ
                แต่สำหรับคนที่อยากทานอาหารแบบหนักท้องหน่อย ก็ต้อง [...]

ปากเป็นแผล -แผลร้อนใน (口瘡 )

20 Jan 2009
Posted by นพ.ภาสกิจ วัณนาวิบูล

ชายอายุ 30 ปี รายหนึ่งมีแผลร้อนใน เป็นๆ หายๆ ไปพบแพทย์ได้ยาแก้อักเสบมารับประทาน ร่วมกับยาทาเฉพาะที่บริเวณแผล อาการไม่ดีขึ้น กลับมีอาการรุนแรงกว่าเดิม ทำให้เกิดความกังวลใจว่าจะเป็นโรคเอดส์หรือเปล่า ทั้งๆที่ไม่เคยมีประวัติไม่สำส่อนทางเพศ เมื่อมาพบแพทย์แผนจีน ได้ประวัติเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียง่าย เมื่อได้ยาอักเสบ อาการท้อง อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหารยิ่งเป็นมากขึ้น ลิ้นมีลักษณะบวมโต, ซีด มีรอยหยักของฟันที่ขอบลิ้น ฝ้าขาวค่อนข้างมาก  ให้การวินิจฉัยว่า ภาวะม้ามพร่อง ม้ามเปิดทวารที่ปาก เมื่อม้ามมีปัญหา ก็จะสะท้อนออกที่ปากทำให้เกิดแผลร้อนใน การให้ยาต้านอักเสบ (ซึ่งมีคุณสมบัติเย็น) จะทำให้ระบบม้ามอ่อนแอลง แผลในปากก็จะรุนแรงขึ้น เมื่อให้การรักษาด้วยยาสมุนไพร บำรุงม้าม ทำให้การลำเลียงนำสารอาหารขึ้นส่วนบน ร่วมกับยาที่ขับพิษระดับผิว แผลในปากหายสนิทในเวลา 3 วัน จากนั้นจึงแนะนำการปฏิบัติตัว และให้ยาเกี่ยวกับพลังของม้ามไปกินต่อเพื่อปรับสมดุลอีกระยะหนึ่ง
                แผลร้อนใน - ในทัศนะแผนปัจจุบัน
                ถือเป็นอาการหรือโรคที่ไม่รุนแรง พบมากในกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  ในช่วงใกล้มีประจำเดือน เพราะมีการแปรปรวนของฮอร์โมน
                สาเหตุไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่า สัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกัน และภาวะความเครียดทางอารมณ์ อาหารไม่ย่อย ท้องผูก [...]

มาหาแรงจูงใจ เพื่อไปออกกำลังกายกันเถอะ

20 Jan 2009
Posted by

แมทธิว  ดีน
            “อายุที่มากขึ้นทุกวัน” คือแรงจูงใจหนึ่งที่ทำให้ผมอยากไปออกกำลังกายครับ เพราะสังเกตว่าพออายุมากขึ้น การเผาผลาญของร่างกายมันไม่เหมือนตอนเป็นวัยรุ่น  ดังนั้นจึงต้องหมั่นไปออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายแอคทีฟอยู่เสมอ ผมออกกำลังกายด้วยการเตะฟุตบอล และเข้าฟิตเนสไปวิ่ง ยกเวท และปั่นจักรยาน…ผมว่ากรุงเทพฯ มีสวนสาธารณะหรือสถานที่ให้เด็กได้ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่างๆ น้อยไปหน่อย เพราะฟิตเนสก็ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าไปเล่นก็ได้เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องของราคา
……………………………………………………………………………………………………………………..
 
ลิเดีย – ศรัณย์รัชต์  วิสุทธิธาดา
       แรงจูงใจสำหรับลิเดียคือ “การเลือกสถานที่ออกกำลังกายที่ตัวเองชอบ” ถ้าใครไม่อยากเสียเวลาไปฟิตเนสก็แค่วิ่งรอบหมู่บ้านวันละ 15 นาทีก็พอแล้ว คิดไว้เสมอว่าถ้าเราอยากจะฟิตอยากจะเฟิร์มและอยากจะสุขภาพดีด้วย ก็ต้องไม่ลืมที่จะหาเวลาออกกำลังกาย …ส่วนใหญ่ลิเดียจะวิ่งบนลู่ เพราะมันง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไรมากก็ขึ้นวิ่งได้แล้ว อีกอย่างการวิ่งเป็นประจำ ทำให้เวลาขึ้นคอนเสิร์ตเราเหนื่อยน้อยลง ไม่ต้องเสียเงินไปฟิตเนสราคาแพงหรือซื้อชุดสวยๆ มาเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เราอยากไปออกกำลังกายหรอกค่ะ แค่เราคิดถึงสุขภาพตัวเองให้มาก รักตัวเองให้มาก คงไม่มีใครหรอกค่ะที่อยากทำร้ายร่างกายตัวเองด้วยการไม่ออกกำลังกาย
…………………………………………………………………………………………………………………………..
 
นีโน่ – เมทะนี  บูรณะศิริ
            สำหรับคนที่กำลังมองหาแรงจูงใจให้ตัวเองอยากไปออกกำลังกาย ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับ “คิดอย่างเดียวว่าการออกกำลังกายนั้นทำให้เราสดชื่นขึ้น ทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น ทำให้อวัยวะส่วนต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มที่” เพราะถ้าส่วนต่างๆ ในร่างกายไม่ได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง มันก็จะค่อยๆ เสื่อมไปครับ เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายแบบเบาๆ แต่ต่อเนื่องนั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ ผมชอบที่สุดก็คือการเดิน ผมว่าสุขภาพผมทุกวันนี้ที่มันยังอยู่ได้ยังดีอยู่ก็เพราะผมเดินเยอะ ผมใช้วิธีว่าเดินให้มากที่สุดเท่าที่จะเดินได้ แต่อย่างต่ำต้องไม่น้อยกว่าวันละ 30 [...]

เมื่อตากลมโต คือที่ปรารถนาของผู้หญิง

20 Jan 2009
Posted by อายุกร ขุนเนียม

            ยังเกาะอยู่กับกระแสแฟชั่นเกาหลีนะค่ะ  เพราะเรื่องวันนี้ที่จะพูดถึง เป็นเรื่องที่สาวไทยเราได้รับอิทธิพลมาจากสาวเกาหลีนั่นเองค่ะ  เรื่องที่ว่านี้คือ  แฟชั่นดวงตา
                ดวงตา ดวงเล็กๆ นิดเดียวเองค่ะ แต่ทำไม๊ ทำไม ถึงมีแฟชั่นมากมายออกมาได้  ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่นใส่ “บิ๊ก อายส์” คือการใส่คอนแทคส์เลนส์ให้ตาโต หรือจะเป็นแฟชั่นต่อขอตาปลอม หรือจะเป็นแฟชั่นยืดขนตา 
            มาดูแฟชั่นแรกกันก่อนค่ะ   แฟชั่นต่อขนตา  หากนึกอะไรไม่ออก  ให้นึกถึงหนูแหวนแหวน  สาวไฮโซผู้มากความสามารถ ที่ใครๆ ก็รู้จักดีค่ะ ดูเธอจะเป็นไอดอลของสาวไทยสำหรับแฟชั่นนี้เลยทีเดียว กับขนตางอนยาวดำขลับ สะท้อนถึงบุคลิกสาวมั่นได้อย่างชัดเจน        
แฟชั่นการต่อขนตาดูจะเป็นที่นิยมของสาวๆ แถบเอเชียมาก อันนี้สันนิษฐานได้ว่า เนื่องจากสาวๆ เอเชียที่มักมีตาเล็กและขนตาน้อยนั่นเอง โดยเทรนด์ต่อขนตาให้เด้งนี้ มีสาวแดนปลาดิบอย่างญี่ปุ่นเป็นผู้นำแฟชั่น ก่อนระบาดมายังเกาหลี ไต้หวันและตกทอดมายังสาวไทยผู้พิสมัยขนตาเด้งๆ   
            การต่อขนตาที่ดูเหมือนง่ายๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง  แต่ก็มีข้อที่ควรระมัดระวังให้คุณสาวๆ คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำก็คือ หลังต่อขนตาแล้วการดูแลรักษาค่อนข้างยุ่งยาก เช่น ห้ามขยี้ตา ห้ามล้างตาแรงๆ เพราะขนตาจริงก็เป็นเส้นผมที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว เมื่อมีขนตาปลอมมาเกาะอาจทำให้ขนตาจริงหลุดได้ง่าย กลายเป็นสาวขนตาแหว่ง ในขณะที่บางคนแพ้กาวที่ใช้ติดขนตา อาจทำให้ตาบวมอักเสบได้ อาจจะด้วยความไม่คล่องตัวนี้เอง [...]

จูน – สาวิตรี โรจนพฤกษ์

20 Jan 2009
Posted by

พิธีกรสาวสวยมากความสามารถ
“จูน – สาวิตรี  โรจนพฤกษ์” เป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่า “เจ้าแม่แห่งความงาม” เพราะอะไรน่ะเหรอคะ…ตามไปหาคำตอบกันได้เลยค่ะ
 
ไม่ขาวหมวย..แต่สวยได้
                จูนยอมรับค่ะว่าตัวเองไม่ใช่คนผิวขาวมาก แต่ก็ไม่กังวล เพราะผิวผู้หญิงเอเชียมักเป็นผิวสองสีอยู่แล้ว ฉะนั้นจะให้ขาวเหมือนฝรั่งคงเป็นไปไม่ได้ ที่จูนกังวลคงเป็นเรื่องของสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอมากกว่า เพราะบ้านเราแดดแรง อากาศร้อน ทำให้ผิวบริเวณที่ไม่มีเสื้อผ้าปิด หมองคล้ำ ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ต้องทาผิวหน้าและผิวตัวค่ะ…ผู้หญิงหลายคนมักจะกังวลไม่กล้าใส่เนื้อผ้าสีสดๆ  แต่จริงๆ  แล้วถ้าเราดูแลให้ผิวกระจ่างใส  สีผิวสม่ำเสมอ  ขาวเป็นธรรมชาติในแบบของเรา แค่นี้เราก็สามารถสวมใส่เสื้อผ้าได้สวยไม่จำกัดสีแล้วล่ะค่ะ 
 
 
เสริมความสวยด้วยเครื่องสำอาง
                ก่อนที่เราจะแต่งหน้าให้สวยสดใสได้ดังใจนั้น จำเป็นต้องเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าก่อน จูนเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมหลักมาจากธรรมชาติอย่างของ “Elemis” ซึ่งมีขายตามห้างทั่วไป จากนั้นก็ถึงขั้นตอนของการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าค่ะ จูนไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง อย่างรองพื้นใช้ของ “Shiseido” ที่เป็นเนื้อครีม แต่ก็ไม่ได้มีรองพื้นอันเดียวนะคะ เพราะจูนคิดว่าผู้หญิงเราผิวหน้าในแต่ละช่วงจะดีไม่ดีแตกต่างกันไป
                อายแชโดว์และบรัชออนก็ต้อง “MAC” เลยค่ะ เพราะเขามีสีสันให้เลือกเยอะจริงๆ ส่วนมาสคาร่าที่จูนใช้ตอนนี้ก็คือ “Laura” ประทับใจมากค่ะ เพราะจูนเป็นคนปัดมาสคาร่าไม่ค่อยเก่ง แต่พอใช้อันนี้แล้วรู้สึกว่ามันปัดง่ายขึ้น และปัดได้สวยด้วย…แต่ยังไงก็ตาม เวลามีเครื่องสำอางยี่ห้อใหม่ๆ ของเอเชียออกมาจูนก็ชอบซื้อมาลองใช้ดู เพราะคิดว่าเขาทำออกมาให้สาวเอเชียมันก็น่าจะเหมาะกับผิวเรามากกว่าเครื่องสำอางจากยุโรปค่ะ
 
ศัลยกรรมทำแล้วสวย (จริงหรือ?)
                สำหรับเรื่องการทำศัลยกรรม จูนว่าบางคนทำศัลยกรรมแล้วดูสวยขึ้นผิดหูผิดตาจริงๆ แต่บางคนทำออกมาแล้วก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนบางครั้งกลายเป็นปมด้อยไปเลยก็มี เพราะคนที่ทำศัลยกรรมทุกคนต่างก็คาดหวังว่าลงทุนเจ็บตัวและเสียเงินทั้งทีแล้ว ก็อยากออกมาแล้วสวยกว่าเดิมทั้งนั้น [...]