<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>HEALTH108</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
	<atom:link href="http://www.health108.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.health108.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<pubDate>Thu, 19 Aug 2010 08:11:33 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ถั่งเช่า (ราแมลง) 冬虫夏草 ตอนที่ 2</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1415</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1415#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 08:09:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Chinese Medicine]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1415</guid>
		<description><![CDATA[ได้กล่าวไปแล้วถึง การกำเนิดของสมุนไพร ถั่งเช่า จากหนอนผีเสื้อค้างคาวที่โตเต็มที่ในฤดูหนาว และถูกเชื้อราเจาะเข้าไปฟักตัวภายในจนตัวหนอนตาย เมื่อเชื้อราโตเต็มที่ในช่วงต้นฤดูร้อน เปลี่ยนสภาพเป็นต้นหญ้า ถั่งเช่าจึงเป็นสมุนไพรที่มีพื้นฐานการแปรเปลี่ยนของพลังจากตัวหนอนและเชื้อราเข้าด้วยกัน เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์กลาง ค่อนอุ่น รสหวาน เข้าเส้นลมปราณ ปอด และไต 
            สรรพคุณหลักๆ ที่กล่าวกันไว้ในตำราแพทย์จีน มีด้วยกัน 6 ประการคือ 
1. รักษาอาการไอเรื้อรัง
2. รักษาเหงื่อออกมากผิดปกติ เหงื่อออกเอง (เหงื่อออกตลอดเวลา自汗 โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว) และเหงื่อลักออก 盗汗 (ออกตอนกลางคืน)
3.รักษาอาการปวดเมื่อยเอว – เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
4. ช่วยรักษาภาวะไตอักเสบเรื้อรัง
5. ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของเคมีบำบัดจากการรักษามะเร็ง 
6. เสริมบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ขจัดความเหนื่อยล้า
            
1. รักษาอากรไอ หอบหืด ไม่ใช่ว่าไอทุกชนิดจะเหมาะกับถั่งเช่า ถั่งเช่าไม่เหมาะกับไอที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และต้องไม่ใช่ไอที่เกิดในระยะเฉียบพลัน มีไข้ตัวร้อน เสมหะเหลือง ฝ้าบนลิ้นเหลือง 
            ถั่งเช่าเหมาะสำหรับหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ในระยะที่อาการไม่รุนแรง  เสมหะมาก สีขาว แต่เรื้อรังเป็นๆ หายๆ รวมทั้งผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง
            2. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ได้กล่าวไปแล้วถึง การกำเนิดของสมุนไพร ถั่งเช่า จากหนอนผีเสื้อค้างคาวที่โตเต็มที่ในฤดูหนาว และถูกเชื้อราเจาะเข้าไปฟักตัวภายในจนตัวหนอนตาย เมื่อเชื้อราโตเต็มที่ในช่วงต้นฤดูร้อน เปลี่ยนสภาพเป็นต้นหญ้า ถั่งเช่าจึงเป็นสมุนไพรที่มีพื้นฐานการแปรเปลี่ยนของพลังจากตัวหนอนและเชื้อราเข้าด้วยกัน เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์กลาง ค่อนอุ่น รสหวาน เข้าเส้นลมปราณ ปอด และไต </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>สรรพคุณหลักๆ ที่กล่าวกันไว้ในตำราแพทย์จีน มีด้วยกัน 6 ประการคือ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">1. รักษาอาการไอเรื้อรัง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">2. รักษาเหงื่อออกมากผิดปกติ เหงื่อออกเอง (เหงื่อออกตลอดเวลา</span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-bidi-font-family: Tahoma;">自汗</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว) และเหงื่อลักออก </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-bidi-font-family: Tahoma;">盗汗</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> (ออกตอนกลางคืน)</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">3.รักษาอาการปวดเมื่อยเอว </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">4. ช่วยรักษาภาวะไตอักเสบเรื้อรัง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">5. ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของเคมีบำบัดจากการรักษามะเร็ง </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">6. เสริมบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ขจัดความเหนื่อยล้า</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">1. รักษาอากรไอ หอบหืด</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> ไม่ใช่ว่าไอทุกชนิดจะเหมาะกับถั่งเช่า ถั่งเช่าไม่เหมาะกับไอที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และต้องไม่ใช่ไอที่เกิดในระยะเฉียบพลัน มีไข้ตัวร้อน เสมหะเหลือง ฝ้าบนลิ้นเหลือง </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>ถั่งเช่าเหมาะสำหรับหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ในระยะที่อาการไม่รุนแรง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เสมหะมาก สีขาว แต่เรื้อรังเป็นๆ หายๆ รวมทั้งผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span><strong>2. รักษาเหงื่อออกมากผิดปกติ</strong> บางคนเหงื่อออกง่าย ทั้งที่อากาศก็ไม่ร้อนมาก หรือเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเหงื่อก็ออกแล้ว แสดงว่าพลังปกป้องผิวไม่ดี อีกประเภทหนึ่งคือ เวลานอนหลับกลางคืน เหงื่อจะออก เรียกว่า เหงื่อลักออก แสดงว่าภาวะยินพร่อง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>ถั่งเช่า บำรุงได้ทั้งยินและหยาง <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>บำรุงพลังเว่ยชี่ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-bidi-font-family: Tahoma;">卫气</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> <span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ของปอด ยังบำรุงยินของปอดได้ด้วย จึงรักษาเหงื่อออกผิดปกติ ได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span><strong>3. รักษาปวดเอว </strong></span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ</span></span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> แต่ต้องเป็นปวดเอวจากไตพร่อง ไม่ใช่ปวดเอวจากเลือดคั่ง (มีอาการปวดเฉพาะที่ แบบถูกแทงหรือจากอุบัติเหตุ) หรือพวกที่ปวดเอวจากความเย็นชื้น (เวลาฝนตกอากาศจะรุนแรง)</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>การปวดเอวจากไตพร่อง เป็นการปวดเอวแบบเมื่อยๆ การกดนวดจะรู้สึกสบาย ขาเข่าไม่มีแรง ทำงานหนักจะปวดเมื่อยมากขึ้น ถ้านอนพักจะดีขึ้น เป็นๆ หายๆ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>,<span lang="TH">บางรายมีสมรรถภาพทางเพศเสื่อม</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span><strong>4. รักษาไตอักเสบเรื้อรัง</strong> คนที่ไตอักเสบเรื้อรังหรือ การทำงานของไตเสื่อมลง ทำให้ของเสียตกค้าง ไม่สามารถขับทิ้ง เป็นมากต้องล้างไตหรือเปลี่ยนไต การวิจัยพบว่า ถั่งเช่ามีบทบาทในการลดระดับ ครีอะตินิน (</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">Creatinine<span lang="TH">) ลดการรั่วไหลของโปรตีนในปัสสาวะ เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของไต</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span><strong>5. <span lang="TH">ลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด</span></strong><span lang="TH"> ถั่งเช่ามีบทบาทในการป้องกันมะเร็ง โดยการเสริมภูมิคุ้มกัน การใช้ลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด ต้องใช้คู่กับยาสมุนไพรจีนตัวอื่นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span><strong>6. รักษาอาการเมื่อยล้า เสริมสุขภาพ</strong> โดยเฉพาะจากสาเหตุร่างกายเสื่อมชรา, หลังเจ็บป่วย หลังคลอด คนที่มีโรค เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ต้องควบคุมอาการต่างๆ ให้ดี แล้วใช้เป็นตัวเสริมร่างกาย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">คนที่อ่อนเพลีย พลังตกมากๆ บำรุงด้วยโสมคน โสมคนซึ่งเป็นยาบำรุงพลัง&#8230;ส่วนถั่งเช่า เป็นยาบำรุงไต ซึ่งเป็นพลังพื้นฐานที่ควบคุมยินหยาง <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>มักเกี่ยวข้องกับไม่มีพลังและปวดเมื่อยเอว </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>เนื่องจากถั่งเช่ามีราคาแพง จึงมีพ่อค้าทำการผลิตของเทียม โดยเอาหนอนอย่างอื่นมาทำเลียนแบบ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>การพิจารณาเลือกใช้ถั่งเช่า ต้องให้สอดคล้องกับฐานะ สภาพร่างกาย และโรคที่เป็นอยู่ มิฉะนั้นจะเสียทั้งเงินและเสียทั้งสภาพร่างกาย ในทางคลินิกสามารถใช้ยาสมุนไพรหลายตัวที่มีราคาถูกมาแทนถั่งเช่าได้ ไม่ต้องเสียเงินมากมายโดยไม่จำเป็นครับ </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1415</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คืนสัญลักษณ์ความเป็นผู้หญิง&#8230;&#8230;ก้าวใหม่ในการรักษามะเร็งเต้านมกับ นพ.ชนินทร์  อภิวานิชย์</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1357</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1357#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 09:45:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[In Focus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1357</guid>
		<description><![CDATA[“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นภัยคุกคามชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นที่รู้กันว่าการรักษานอกจากการฉายแสงแล้ว “การตัดเต้านม” ถือเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน  แต่หากถามใจผู้ป่วยทุกรายก็คงได้คำตอบเดียวกันว่า “ไม่อยากสูญเสียเต้านมไป” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ นพ.ชนินทร์ อภิวานิชย์ แพทย์ผู้ชำนาญพิเศษ ด้านศัลยกรรม ประจำสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พยายามศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยผู้ป่วย  ด้วยหน้าที่ของแพทย์ที่ทำงานทั้งการรักษาผู้ป่วย และทำงานวิจัยควบคู่กันไปเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงแนวทางการรักษาโรคมะเร็งต่างๆ ให้สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ และได้พบวิธีที่เรียกว่า “การตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ
ที่มาของการรักษาด้วยวิธีนี้
            “ต้องบอกก่อนว่ามะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่รักษาหายขาดได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ คนไข้กลัวเพราะเข้าใจว่าการรักษาต้องตัดเต้านมทิ้งอย่างเดียว  ซึ่งการตัดเต้านมก็ไม่ผิดเพราะเป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและเร็วที่สุด  แต่ผลที่ตามมาคือ เมื่อตัดแล้วคนไข้อาจไม่กล้าเข้าสังคม ต้องหาอุปกรณ์เสริมทรง หาเสื้อผ้าที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้รู้ว่าถูกตัดเต้านมทิ้งไปแล้ว จากปัญหาตรงจุดนี้จึงได้ศึกษาการตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากที่เยอรมันและอเมริกา เพราะชาวต่างชาติมักจะให้ความสำคัญเรื่องความสวยงาม ภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตในสังคมมากกว่าคนไทย ทางทีมแพทย์ก็เห็นเช่นเดียวกันว่า การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งเพียงอย่างเดียว ถ้ามองถึงเรื่องความสวยงามเราก็สามารถสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน จึงเริ่มทำวิธีนี้มาตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบันก็มีคนไข้ที่ได้รับการสร้างเต้านมใหม่ไปแล้วกว่าร้อยราย”
มีวิธีทำอย่างไร
            “วิธีนี้ต้องมีการวางแผนตั้งแต่ต้นในเรื่องของการทำศัลยกรรมเต้านม นอกเหนือจากการวางแผนรักษามะเร็ง เพราะหากผิดพลาดเต้านมอาจจะผิดรูปก็ได้ วิธีคือแพทย์จะตัดเอาเนื้อเต้านมออกเพียงบางส่วน โดยเริ่มตัดบริเวณหัวนมและปานนมออก พยายามคว้านเก็บเนื้อส่วนดีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วนำเอาไขมันและกล้ามเนื้อจากส่วนหลังหรือท้องน้อยของผู้ป่วยมาสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ หรืออาจเสริมซิลิโคนเข้าไปแทนในบางส่วน วิธีนี้จะทำให้ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานกลับบ้านได้เร็วขึ้น  ซึ่งหลังจากทำเสร็จแล้วจะไม่มีหัวนม แต่ก็สามารถปลูกถ่ายจากหัวนมอีกข้างได้เช่นกันหากผู้ป่วยต้องการ  และทั้งนี้ยังต้องรักษาเรื่องมะเร็งต่อเนื่องตามมาตรฐานต่อไป
            [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">มะเร็งเต้านม</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"> ถือเป็นภัยคุกคามชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับ </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">2<span lang="TH"> รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นที่รู้กันว่าการรักษานอกจากการฉายแสงแล้ว “การตัดเต้านม” ถือเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แต่หากถามใจผู้ป่วยทุกรายก็คงได้คำตอบเดียวกันว่า “ไม่อยากสูญเสียเต้านมไป” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ นพ.ชนินทร์ อภิวานิชย์ แพทย์ผู้ชำนาญพิเศษ ด้านศัลยกรรม ประจำสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พยายามศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยผู้ป่วย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ด้วยหน้าที่ของแพทย์ที่ทำงานทั้งการรักษาผู้ป่วย และทำงานวิจัยควบคู่กันไปเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงแนวทางการรักษาโรคมะเร็งต่างๆ ให้สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ และได้พบวิธีที่เรียกว่า “การตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ที่มาของการรักษาด้วยวิธีนี้</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span><span lang="TH">“ต้องบอกก่อนว่ามะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่รักษาหายขาดได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ คนไข้กลัวเพราะเข้าใจว่าการรักษาต้องตัดเต้านมทิ้งอย่างเดียว<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ซึ่งการตัดเต้านมก็ไม่ผิดเพราะเป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและเร็วที่สุด <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>แต่ผลที่ตามมาคือ เมื่อตัดแล้วคนไข้อาจไม่กล้าเข้าสังคม ต้องหาอุปกรณ์เสริมทรง หาเสื้อผ้าที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้รู้ว่าถูกตัดเต้านมทิ้งไปแล้ว จากปัญหาตรงจุดนี้จึงได้ศึกษาการตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากที่เยอรมันและอเมริกา เพราะชาวต่างชาติมักจะให้ความสำคัญเรื่องความสวยงาม ภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตในสังคมมากกว่าคนไทย ทางทีมแพทย์ก็เห็นเช่นเดียวกันว่า การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งเพียงอย่างเดียว ถ้ามองถึงเรื่องความสวยงามเราก็สามารถสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน จึงเริ่มทำวิธีนี้มาตั้งแต่ปี </span>2549 <span lang="TH">ถึงปัจจุบันก็มีคนไข้ที่ได้รับการสร้างเต้านมใหม่ไปแล้วกว่าร้อยราย”</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">มีวิธีทำอย่างไร</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>“วิธีนี้ต้องมีการวางแผนตั้งแต่ต้นในเรื่องของการทำศัลยกรรมเต้านม นอกเหนือจากการวางแผนรักษามะเร็ง เพราะหากผิดพลาดเต้านมอาจจะผิดรูปก็ได้ วิธีคือแพทย์จะตัดเอาเนื้อเต้านมออกเพียงบางส่วน โดยเริ่มตัดบริเวณหัวนมและปานนมออก พยายามคว้านเก็บเนื้อส่วนดีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วนำเอาไขมันและกล้ามเนื้อจากส่วนหลังหรือท้องน้อยของผู้ป่วยมาสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ หรืออาจเสริมซิลิโคนเข้าไปแทนในบางส่วน วิธีนี้จะทำให้ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานกลับบ้านได้เร็วขึ้น <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ซึ่งหลังจากทำเสร็จแล้วจะไม่มีหัวนม แต่ก็สามารถปลูกถ่ายจากหัวนมอีกข้างได้เช่นกันหากผู้ป่วยต้องการ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>และทั้งนี้ยังต้องรักษาเรื่องมะเร็งต่อเนื่องตามมาตรฐานต่อไป</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>สำหรับผลสำเร็จจริงๆ แล้วแน่นอนก็คือการที่ผู้ป่วยหายจากมะเร็งเต้านม แต่สิ่งที่เหนือกว่านั่นคือ ผู้ป่วยยังคงมีเต้านมอยู่เหมือนเดิม ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของผู้หญิง ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ไม่มีปัญหาในการเข้าสังคม”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> </span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ข้อแนะนำสำหรับประชาชน</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>“ผมอยากให้พยายามใส่ใจตัวเองให้มาก เพราะผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้สูง กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อยมีอายุ </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">40<span lang="TH"> ปีขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามอายุต่ำกว่า </span>40<span lang="TH"> ปีก็ใช่ว่าจะไม่พบมะเร็ง ขอแนะนำให้ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนหลังจากมีประจำเดือนประมาณ </span>1<span lang="TH"> อาทิตย์ เมื่อพบความผิดปกติก็ให้รีบมาพบแพทย์ และควรทำแมมโมแกรม </span>(Mammogram) <span lang="TH">ปีละครั้ง เพราะถ้าตรวจพบตั้งแต่เริ่มแรกก็มีโอกาสรักษาหายได้เร็วขึ้นครับ”</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1357</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรมใหม่ แก้ไขอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1353</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1353#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 08:15:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health Intrend]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1353</guid>
		<description><![CDATA[สาวใหญ่วัยหมดประจำเดือนทั้งหลายที่กำลังประสบปัญหากับอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รวมไปถึงมีปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม วิ่ง หรือเดินแรงๆ และอายที่จะไปพบคุณหมอ มักจะหาทางแก้ที่ปลายเหตุด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ใช้น้ำหอมป้องกันกลิ่น บางคนถึงกับไม่ยอมดื่มน้ำ ไม่ยอมออกนอกบ้านไปไกลห้องน้ำด้วยความกังวล หรือบางรายถึงขั้นไม่ยอมเข้าสังคม เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน นับว่าเป็นปัญหาที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะเล็ด เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการที่อุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อย ซึ่งเกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหูรูด กระเพาะปัสสาวะ และระบบประสาท เป็นผลจากความอ้วนหรือฮอร์โมนพร่อง เมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงจากการคลอดบุตรหลายคนหรือการคลอดที่ใช้เวลานานเกิน 6-8 ชั่วโมง วิธีการรักษาที่มักถูกนำมาใช้ นอกจากการฝึกขมิบกล้ามเนื้อช่องคลอดแล้วก็คือการผ่าตัด แต่ส่วนใหญ่แล้วหลังจากการผ่าตัดไป   ก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก  
ทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกวิธีหนึ่งคือ  การใช้อุปกรณ์  “ยูเรสต้า” (Uresta)  ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นโดย ศ.น.พ.สกอต ฟาร์เรลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินปัสสาวะและสูตินรีแพทย์ ประจำ มหาวิทยาลัยดาล์เฮาซี ประเทศแคนาดา ซึ่งปัจจุบันยูเรสต้าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไปในประเทศแคนาดามาร่วม 2 ปี ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ด้านการแพทย์ดีเด่น Medical Design Excellence Awards ประจำปี 2008 อีกด้วย
วิธีการใช้ยูเรสต้านี้ สามารถใส่และถอดได้ด้วยตัวเองเหมือนการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดคือใส่เข้าไปในช่องคลอด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สาวใหญ่วัยหมดประจำเดือนทั้งหลายที่กำลังประสบปัญหากับอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รวมไปถึงมีปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม วิ่ง หรือเดินแรงๆ และอายที่จะไปพบคุณหมอ มักจะหาทางแก้ที่ปลายเหตุด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ใช้น้ำหอมป้องกันกลิ่น บางคนถึงกับไม่ยอมดื่มน้ำ ไม่ยอมออกนอกบ้านไปไกลห้องน้ำด้วยความกังวล หรือบางรายถึงขั้นไม่ยอมเข้าสังคม เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน นับว่าเป็นปัญหาที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะเล็ด เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการที่อุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อย ซึ่งเกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหูรูด กระเพาะปัสสาวะ และระบบประสาท เป็นผลจากความอ้วนหรือฮอร์โมนพร่อง เมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงจากการคลอดบุตรหลายคนหรือการคลอดที่ใช้เวลานานเกิน </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">6-8 <span lang="TH">ชั่วโมง วิธีการรักษาที่มักถูกนำมาใช้ นอกจากการฝึกขมิบกล้ามเนื้อช่องคลอดแล้วก็คือการผ่าตัด แต่ส่วนใหญ่แล้วหลังจากการผ่าตัดไป<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>ก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก <span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกวิธีหนึ่งคือ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>การใช้อุปกรณ์ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ยูเรสต้า</span>” (Uresta)</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นโดย ศ.น.พ.สกอต ฟาร์เรลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินปัสสาวะและสูตินรีแพทย์ ประจำ มหาวิทยาลัยดาล์เฮาซี ประเทศแคนาดา ซึ่งปัจจุบันยูเรสต้าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไปในประเทศแคนาดามาร่วม </span>2 <span lang="TH">ปี ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ด้านการแพทย์ดีเด่น </span>Medical Design Excellence Awards <span lang="TH">ประจำปี </span>2008 <span lang="TH">อีกด้วย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">วิธีการใช้ยูเรสต้านี้ สามารถใส่และถอดได้ด้วยตัวเองเหมือนการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดคือใส่เข้าไปในช่องคลอด โดยเครื่องมือนี้จะเข้าไปช่วยรองรับหรือค้ำยันท่อปัสสาวะไม่ให้ตกลงมา เหมาะกับหญิงที่กล้ามเนื้อหูรูดหย่อนหรือไม่กระชับจนทำให้มีปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งถ้าใส่เข้าไปในตำแหน่งที่ถูกต้องจะไม่รู้สึกเลยว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในช่องคลอด ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ แต่ควรถอดออกมาล้างทำความสะอาดทุกวัน สามารถล้างได้ด้วยน้ำสบู่แล้วตากให้แห้ง จึงไม่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ช่องคลอดแห้งแล้วนั้น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ก็สามารถใช้ได้ แต่ควรใช้ร่วมกับครีมเอสโตรเจน (</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">Estrogen) <span lang="TH">เพื่อช่วยให้ผนังช่องคลอดชุ่มชื้น จะได้ไม่เกิดการระคายเคืองตามมา</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อ่านถึงตรงนี้ บางคนคงกำลังคิดว่าแล้วขนาดมันจะไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปหรือ เพราะมันไม่ได้ผลิตมาสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ ข้อนี้ต้องบอกว่าหายห่วง เพราะยูเรสต้าถูกผลิตออกมาให้เลือกหลายไซน์ จึงสามารถเลือกขนาดที่เหมาะสมของแต่ละคนได้ โดยในเบื้องต้นแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำและเลือกขนาดที่เหมาะสมให้ หากใส่เข้าไปแล้วเกิดอาการแน่น ตึง หรือเจ็บ ก็แสดงว่าขนาดที่ใส่นั้นใหญ่เกินไป ซึ่งยูเรสต้า 1 ชิ้นนั้น สามารถใช้ติดต่อกันได้นานถึง 1 ปีเลยทีเดียว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">เชื่อว่าบรรดาสาวใหญ่ทั้งหลายคงจะเริ่มสนใจเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้กันขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ต้องบอกว่า ตอนนี้อยู่ในระหว่างการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งคาดว่าน่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แต่สำหรับใครที่อดใจรอไม่ไหวก็คงต้องบินไปหาซื้อใช้กันถึงที่แคนนาดาแล้วล่ะค่ะ&#8230;ไม่รู้ว่าค่าเครื่องบินจะคุ้มกันหรือไม่</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">?<span lang="TH"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1353</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คนดัง กับเมนูสู่ความผอม</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1406</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1406#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 07:38:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Beauty Talk]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1406</guid>
		<description><![CDATA[ศยามล  สิมะประเสริฐ  (เซเลบริตี้)   
พอใจกับรูปร่างไหม? ก็ค่อนข้างพอใจค่ะ แต่อยากจะลดในส่วนที่เป็นเซลลูไลท์ออกไป คืออยากให้ผิวเรียบเนียนสวยกว่านี้ค่ะ&#8230;ถ้าพูดถึงเมนูเด็ดสำหรับการดูแลรูปร่าง ใน 1 วัน มื้อเช้าก็จะดื่มกาแฟ กลางวันก็จะทานส้มตำ ส่วนมื้อเย็นหรือค่ำจะเลือกเป็นโฮลเกรนแบบแท่ง ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีไขมันค่ะ โดยเฉพาะ “ส้มตำกับปลาทู” นี่ชอบมาก อย่างช่วงหนึ่งเคยทานส้มตำกับปลาทูโดยไม่ทานอาหารอย่างอื่นเลยติดต่อกัน 1 อาทิตย์ ปรากฏว่าน้ำหนักลดลงไปถึง 3 กก. เลยทีเดียว 
 
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;
เพื่อน – กอบกุลยา  จึงประเสริฐศรี  (รองนางสาวไทยอันดับ 1 ปี 52)  
ไม่อยากอ้วนไปกว่านี้แล้วค่ะ ก็ต้องควบคุมไว้ เน้นที่เรื่องของอาหาร คือลดอาหารประเภทไขมัน เปลี่ยนจากน้ำมันสัตว์เป็นน้ำมันพืช งดอาหารที่มีกะทิ งดของหวาน จากเดิมที่ทานอาหารหลัก 3 มื้อ ก็จะแบ่งเป็นมื้อย่อย 6 มื้อ ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่ทานก็จะเป็นพวกผักและผลไม้ อย่างสลัดผัก โดยต้องเลือกเป็น “สลัดน้ำใส” ค่ะ และที่สำคัญคือต้องดื่มน้ำให้ได้วันละประมาณ 2-3 ลิตรด้วยค่ะ
 
 
 
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;
แนนต์ – วรวิตา  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ศยามล<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สิมะประเสริฐ</span></strong><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="color: blue;" lang="TH">(เซเลบริตี้)<span style="mso-spacerun: yes;">   </span></span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><img class="alignleft size-full wp-image-1411" title="sayamon" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/sayamon.png" alt="sayamon" width="112" height="150" />พอใจกับรูปร่างไหม</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">?<span lang="TH"> ก็ค่อนข้างพอใจค่ะ แต่อยากจะลดในส่วนที่เป็นเซลลูไลท์ออกไป คืออยากให้ผิวเรียบเนียนสวยกว่านี้ค่ะ&#8230;ถ้าพูดถึงเมนูเด็ดสำหรับการดูแลรูปร่าง ใน 1 วัน มื้อเช้าก็จะดื่มกาแฟ กลางวันก็จะทานส้มตำ ส่วนมื้อเย็นหรือค่ำจะเลือกเป็นโฮลเกรนแบบแท่ง ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีไขมันค่ะ โดยเฉพาะ </span><strong><span style="color: blue;">“<span lang="TH">ส้มตำกับปลาทู</span>”</span></strong><span lang="TH"> นี่ชอบมาก อย่างช่วงหนึ่งเคยทานส้มตำกับปลาทูโดยไม่ทานอาหารอย่างอื่นเลยติดต่อกัน 1 อาทิตย์ ปรากฏว่าน้ำหนักลดลงไปถึง 3 กก. เลยทีเดียว </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">เพื่อน </span></strong><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> กอบกุลยา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จึงประเสริฐศรี <span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="color: blue;">(รองนางสาวไทยอันดับ 1 ปี 52)</span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><img class="alignleft size-full wp-image-1409" title="peaun" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/peaun.png" alt="peaun" width="128" height="150" />ไม่อยากอ้วนไปกว่านี้แล้วค่ะ ก็ต้องควบคุมไว้ เน้นที่เรื่องของอาหาร คือลดอาหารประเภทไขมัน เปลี่ยนจากน้ำมันสัตว์เป็นน้ำมันพืช งดอาหารที่มีกะทิ งดของหวาน จากเดิมที่ทานอาหารหลัก 3 มื้อ ก็จะแบ่งเป็นมื้อย่อย 6 มื้อ ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่ทานก็จะเป็นพวกผักและผลไม้ อย่างสลัดผัก โดยต้องเลือกเป็น </span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">สลัดน้ำใส</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> ค่ะ และที่สำคัญคือต้องดื่มน้ำให้ได้วันละประมาณ 2-3 ลิตรด้วยค่ะ</span><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">แนนต์ </span></strong><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> วรวิตา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จันทร์หุ่น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="color: blue;">(รองนางสาวไทยอันดับ 2 ปี 52) </span></span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">           <img class="alignleft size-full wp-image-1410" title="nant" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/nant.png" alt="nant" width="114" height="128" /> </span>สำหรับแนน จะทานอาหารเช้าเป็นมื้อหนัก ส่วนมื้อกลางวันก็ทานพอประมาณ แต่มื้อเย็นนี่จะทานน้อยมาก อาหารจานโปรดสำหรับดูแลรูปร่างของแนนก็คือข้าวราดแกง เพราะสะดวกและมีให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารใต้เพราะชอบทานอาหารรสจัดอยู่แล้ว ที่อยากแนะนำก็คือ </span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">แกงไตปลา</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> ซึ่งถ้าใครที่เคยทานอาหารใต้จะรู้ดีว่าทุกเมนูจะต้องมีผักสดเป็นเครื่องเคียง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>อันนี้แนนว่ามันดีมากค่ะ เพราะจะได้ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายของเราด้วย&#8230;</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ปุ้ย </span></strong><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> พิมลวรรณ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ศุภยางค์</span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="color: blue;" lang="TH">(พีธีกร)</span></span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><strong></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><img class="alignleft size-full wp-image-1408" title="pimonwan1" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/pimonwan1.png" alt="pimonwan1" width="124" height="150" />น้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะนะ แต่เป็นคนชอบออกกำลังกาย ดังนั้นมวลที่หนักน่าจะเป็นมวลของกล้ามเนื้อมากกว่า เพราะลองไปตรวจไขมันในร่างกายแล้วก็มีน้อยและก็ไม่มีปัญหาสุขภาพอะไรด้วย ถ้าถามว่าพอใจกับน้ำหนักหรือยังต้องบอกว่าจริงๆ เรื่องของตัวเลขนี่มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ พี่จะยึดเรื่องของสุขภาพเป็นหลัก เพราะฉะนั้นแม้น้ำหนักจะขึ้นหรือลงกว่านี้อีกสัก 5 กก. ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับพี่ค่ะ&#8230;เมนูอาหารสำหรับดูแลรูปร่างก็คงต้องบอกว่าพวกเนื้อสัตว์ติดมันนี่จะไม่ทานเลย เน้นเป็นพวก </span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ผักผลไม้และน้ำผลไม้</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> แต่น้ำผลไม้นี่ก็ต้องใส่น้ำเชื่อมให้น้อยๆ หน่อย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center;" align="center"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ปณิธยา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เธียรประสิทธิ์</span></strong><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="color: blue;" lang="TH">(เซเลบริตี้) </span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">           <img class="alignleft size-full wp-image-1407" title="panithaya1" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/panithaya1.png" alt="panithaya1" width="127" height="150" /> </span>รู้สึกว่ายังอ้วนไปหน่อย ก็คงต้องออกกำลังกายเพิ่มขึ้นให้มากกว่านี้ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังคิดจะเปลี่ยนไปใช้การว่ายน้ำควบคู่ไปกับการเลือกทานอาหาร&#8230;เมนูสำหรับดูแลรูปร่างใน 1 วัน เช้าก็จะทาน </span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ซีเรียลกับนม</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> ส่วนมื้อกลางวันก็จะเลือกเป็นพวก </span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ส้มตำและยำวุ้นเส้น</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> ซึ่งรสชาติก็ต้องเผ็ดสักหน่อย จะได้ช่วยเผาผลาญไขมัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเยอะๆ และอาหารทอดๆ ค่ะ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1406</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อิ่มอร่อยแบบ “โลว์ คาร์บ” เพื่อสุขภาพ</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1391</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1391#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 04:53:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Food Today]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1391</guid>
		<description><![CDATA[ทุกวันนี้กระแสห่วงใยเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่มีคนให้ความสนใจมากขึ้น  โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในแต่ละมื้อ รวมถึงปริมาณสารอาหารที่ได้รับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าในแต่ละวันได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มากไปกว่านั้นคือ ยังสามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วย
จึงเกิดเป็นเมนูสุขภาพขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “เมนู โลว์ คาร์บ” (Low Carb) ซึ่งก็คือเมนูสุขภาพประเภทคาร์โบไฮเดรตน้อย ที่ในเมนูจะแสดงปริมาณคาร์โบไฮเดรต ว่ามีทั้งหมดกี่กรัม 
จุดสำคัญของเมนูโลว์ คาร์บ คือ การลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรต เพราะการที่ลดคาร์โบไฮเดรตนั้นมีผลต่อการลดน้ำหนักได้อย่างดี กล่าวคือการที่ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตก่อน แล้วจึงมาเผาผลาญพลังงานจากไขมันที่เราทานเข้าไป และไขมันเก่าที่สะสมอยู่ในร่างกายเรา ดังนั้น หากเราทานคาร์โบไฮเดรตน้อยลง ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น และหากเราทานไขมันเข้าไปน้อยร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไปอีกด้วย ดังนั้น อันดับแรก เราจึงควรทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลงและควบคุมการทานไขมันให้น้อยลงด้วยเช่นกัน แล้วหันมาทานผักผลไม้ให้มากๆ เนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันน้อยที่สุดก็คือเนื้อปลานึ่ง ส่วนเนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันมากที่สุดคือเนื้อหมู 
เมนูแรกที่อยากแนะนำและพลาดไม่ได้สำหรับคนชอบปลาคือ “ปลาบารามันดีย่าง” (Grilled Barramundi) เนื้อปลาบารามันดี (ตระกูลเดียวกับปลากระพงขาว) ชิ้นโต เนื้อแน่น ย่างให้สุกพอดี โรยด้วยพริกไท และสมุนไพรเพิ่มความหอม เสิร์ฟพร้อม ผักสลัดสดใหม่และน้ำสลัดโซย่าพร้อมด้วยผักย่างไฟอ่อนๆ เพื่อเพิ่มสีสันและความอร่อย หรือเลือกเป็นเฟรนซ์ฟราย มันอบ ก็ไม่ผิดกติกา (ปริมาณอาหารต่อจาน 315 กรัม ประกอบด้วย ไขมัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: red; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ทุกวันนี้กระแสห่วงใยเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่มีคนให้ความสนใจมากขึ้น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในแต่ละมื้อ รวมถึงปริมาณสารอาหารที่ได้รับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าในแต่ละวันได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มากไปกว่านั้นคือ ยังสามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">จึงเกิดเป็นเมนูสุขภาพขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือ <strong><span style="color: blue;">“เมนู โลว์ คาร์บ” (</span></strong></span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">Low Carb)</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">ซึ่งก็คือเมนูสุขภาพประเภทคาร์โบไฮเดรตน้อย ที่ในเมนูจะแสดงปริมาณคาร์โบไฮเดรต ว่ามีทั้งหมดกี่กรัม </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">จุดสำคัญของเมนูโลว์ คาร์บ คือ การลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรต เพราะ</span><span style="font-size: 10pt; color: black; line-height: 115%; font-family: Tahoma; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH">การที่ลดคาร์โบไฮเดรตนั้นมีผลต่อการลดน้ำหนักได้อย่างดี กล่าวคือการที่ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตก่อน แล้วจึงมาเผาผลาญพลังงานจากไขมันที่เราทานเข้าไป และไขมันเก่าที่สะสมอยู่ในร่างกายเรา ดังนั้น หากเราทานคาร์โบไฮเดรตน้อยลง ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น และหากเราทานไขมันเข้าไปน้อยร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไปอีกด้วย ดังนั้น อันดับแรก เราจึงควรทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลงและควบคุมการทานไขมันให้น้อยลงด้วยเช่นกัน แล้วหันมาทานผักผลไม้ให้มากๆ เนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันน้อยที่สุดก็คือเนื้อปลานึ่ง ส่วนเนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันมากที่สุดคือเนื้อหมู </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><img class="alignleft size-full wp-image-1392" title="fish" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/fish.png" alt="fish" width="118" height="74" />เมนูแรกที่อยากแนะนำและพลาดไม่ได้สำหรับคนชอบปลาคือ <strong><span style="color: blue;">“ปลาบารามันดีย่าง” </span></strong></span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">(Grilled Barramundi)</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">เนื้อปลาบารามันดี (ตระกูลเดียวกับปลากระพงขาว) ชิ้นโต เนื้อแน่น ย่างให้สุกพอดี โรยด้วยพริกไท และสมุนไพรเพิ่มความหอม เสิร์ฟพร้อม ผักสลัดสดใหม่และน้ำสลัดโซย่าพร้อมด้วยผักย่างไฟอ่อนๆ เพื่อเพิ่มสีสันและความอร่อย หรือเลือกเป็นเฟรนซ์ฟราย มันอบ ก็ไม่ผิดกติกา (ปริมาณอาหารต่อจาน </span>315<span lang="TH"> กรัม ประกอบด้วย ไขมัน </span>2.2<span lang="TH"> กรัม, โปรตีน </span>53.2 <span lang="TH">กรัม, คาร์โบไฮเดรต </span>2.6<span lang="TH"> กรัม) </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ส่วนอีกเมนูสำหรับคนชอบเนื้อหมูโดยเฉพาะ <strong><span style="color: blue;">“เฟรนซ์คัทพอร์คช้อป” (</span></strong></span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">French Cut Pork<img class="alignleft size-full wp-image-1393" title="pockshop" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/pockshop.png" alt="pockshop" width="120" height="75" /> Chop)</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">เนื้อหมูติดซี่โครง ชั้นดี ติดไขมันบางๆ ย่างให้หอม เกรียมนิดๆ สุกพอดี ให้น้ำเนื้อชุ่มฉ่ำ โรยหน้าด้วยพริกไทดำ เสิร์ฟพร้อมผักสลัด ผักย่างไฟหอมกรุ่น และน้ำซอสสูตรเฉพาะ หรือเลือกเครื่องเคียงได้ตามชอบ (ปริมาณอาหารต่อจาน </span>450 <span lang="TH">กรัม ประกอบด้วย ไขมัน </span>10.5 <span lang="TH">กรัม, โปรตีน </span>67.4<span lang="TH"> กรัม, คาร์โบไฮเดรต </span>5<span lang="TH"> กรัม)</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ปิดท้ายด้วยเมนูสุดท้าย <strong><span style="color: blue;">“ไก่ย่างฮิบาชิ” (</span></strong></span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">Hibachi Chicken)</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">อกไก่เนื้อแน่น หมักด้วยซอสสูตรพิเศษ ย่างให้หนังเกรียมสวย เนื้อสุกพอดี<img class="alignleft size-full wp-image-1394" title="chicken" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/chicken.png" alt="chicken" width="150" height="118" /> เพิ่มความฉุ่มฉ่ำด้วยสับปะรดย่างฝานขนาดพอดีคำ เพิ่มความน่าลิ้มลอง ด้วยกุ้งเล็กชุบแป้งขนมปัง และอร่อยด้วยเครื่องเคียงเลือกได้ตามชอบ อาทิ มันอบ เฟรนซ์ฟราย ข้าว หรือขนมปังกระเทียม (ปริมาณอาหารต่อจาน </span>345<span lang="TH"> กรัม ประกอบด้วย ไขมัน </span>12.6<span lang="TH"> กรัม, โปรตีน </span>26.5 <span lang="TH">กรัม, คาร์โบไฮเดรต </span>12.6 <span lang="TH">กรัม) </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรับประทานคู่กับสลัดบาร์ที่มีทั้งผักสดหลากชนิดกว่า </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">50<span lang="TH"> รายการ ซุป พาสต้า และของหวาน ให้เลือกมากมายเติมได้ไม่อั้น<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>หรือจะเลือกทานเมนูอื่นๆ ก็มีให้เลือกทั้งสเต็กเนื้อ ไก่ หมู อาหารทะเลทั้งทอดและย่าง </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">เมนูทั้งหมดนี้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>อร่อยและดีต่อสุขภาพจริงๆ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>แวะหาทานได้แล้วที่<span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">Sizzler <span lang="TH">ทุกสาขา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1391</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>“ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา”  ดูแลจิตใจ คือความปลอดภัยของสุขภาพ</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1372</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1372#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 04:38:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Senior’s Health Care]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1372</guid>
		<description><![CDATA[เคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่&#8230;ว่าตลอดชีวิตของคนเราจะสามารถทำงานได้จนถึงเมื่อไหร่ คำตอบที่ได้คงหลากหลาย ถ้ามองในมุมคนทั่วไปเมื่อเริ่มสูงอายุขึ้นก็คงลดภาระการงานลง พักผ่อนให้มากขึ้น รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่สำหรับ ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา กลับมีวิธีคิดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา  ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) พ.ศ. 2541 สถาปนิกไทยที่มีผลงานโดดเด่นจนมีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย ในวัย 71 ปี แต่ยังคงแข็งแรงทั้งๆ ที่หาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองได้น้อยมาก 
“ที่จริงแล้วผมเกือบจะไม่ได้ดูแลสุขภาพเลย แต่ก็พยายามจะหาเวลาว่างบ้าง เพราะหน้าที่ของผมเยอะมาก ถึงแม้ว่าจะเกษียณมาแล้ว 10 ปี ก็น่าจะมีงานลดลง แต่กลับกันผมกลับมีงานมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นงานเพื่อสังคม อย่างงานที่มูลนิธิดวงประทีปผมลาออกมาแล้ว 3 ปี แต่ก็ยังคงช่วยดูแลอยู่ห่างๆ งานด้านสถาปัตยกรรมก็มีให้ทำอีกมาก และผมก็ยังเป็นประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือรู้สึกเหมือนทำบาปทำกรรมเอาไว้เยอะ ตอนนี้ก็เลยต้องมาทำงานเพื่อสังคมชดใช้กรรม (หัวเราะ) งานของผมมันไม่มีวันเกษียณหรอก เมื่อยังมีแรงทำงานก็ยังคงต้องทำต่อไป”
ถึงจะมีเวลาน้อยมาก แต่ผมมักจะอาศัยเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ไปตีเทนนิสอาทิตย์ละครั้ง เป็นการตีแบบน๊อคกำแพง ไม่ได้เล่นแบบคู่ เพราะจะไปวิ่งตามลูกแบบนั้นมันทำไม่ได้แล้ว ร่างกายเรามันไม่เหมือนก่อน เพื่อนๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">เคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่&#8230;ว่าตลอดชีวิตของคนเราจะสามารถทำงานได้จนถึงเมื่อไหร่ คำตอบที่ได้คงหลากหลาย ถ้ามองในมุมคนทั่วไปเมื่อเริ่มสูงอายุขึ้นก็คงลดภาระการงานลง พักผ่อนให้มากขึ้น รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่สำหรับ ดร.สุเมธ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ชุมสาย ณ อยุธยา กลับมีวิธีคิดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ดร.สุเมธ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ชุมสาย ณ อยุธยา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) พ.ศ. </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">2541 <span lang="TH">สถาปนิกไทยที่มีผลงานโดดเด่นจนมีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย ในวัย </span>71<span lang="TH"> ปี แต่ยังคงแข็งแรงทั้งๆ ที่หาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองได้น้อยมาก </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><em><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">“ที่จริงแล้วผมเกือบจะไม่ได้ดูแลสุขภาพเลย แต่ก็พยายามจะหาเวลาว่างบ้าง เพราะหน้าที่ของผมเยอะมาก ถึงแม้ว่าจะเกษียณมาแล้ว </span></em></strong><strong><em><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">10<span lang="TH"> ปี ก็น่าจะมีงานลดลง แต่กลับกันผมกลับมีงานมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นงานเพื่อสังคม อย่างงานที่มูลนิธิดวงประทีปผมลาออกมาแล้ว </span>3<span lang="TH"> ปี แต่ก็ยังคงช่วยดูแลอยู่ห่างๆ งานด้านสถาปัตยกรรมก็มีให้ทำอีกมาก และผมก็ยังเป็นประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือรู้สึกเหมือนทำบาปทำกรรมเอาไว้เยอะ ตอนนี้ก็เลยต้องมาทำงานเพื่อสังคมชดใช้กรรม (หัวเราะ) งานของผมมันไม่มีวันเกษียณหรอก เมื่อยังมีแรงทำงานก็ยังคงต้องทำต่อไป</span>”</span></em></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ถึงจะมีเวลาน้อยมาก แต่ผมมักจะอาศัยเวลาประมาณ </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">1-2<span lang="TH"> ชั่วโมง ไปตีเทนนิสอาทิตย์ละครั้ง เป็นการตีแบบน๊อคกำแพง ไม่ได้เล่นแบบคู่ เพราะจะไปวิ่งตามลูกแบบนั้นมันทำไม่ได้แล้ว ร่างกายเรามันไม่เหมือนก่อน เพื่อนๆ ก็ชวนให้ไปตีกอล์ฟ แต่กอล์ฟเป็นกีฬาที่ใช้เวลามาก ผมไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ก็เลยอาศัยน๊อคเทนนิสแทน แต่สำหรับกีฬาเทนนิสแล้วผมเล่นมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ แล้วล่ะ ทั้งๆ ที่ทำงานหนักผมก็ไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายจะแย่ลงเลยนะ คงเป็นเพราะว่างานที่ทำเป็นงานที่เรารัก ทำแล้วสบายใจ มีความสุข ตรงนี้ก็เป็นส่วนช่วยให้สุขภาพ(จิต)ดี ไปตรวจสุขภาพก็ปกติ ไม่มีโรคประจำตัว จะมีบ้างที่หมอแนะนำให้ควบคุมอาหาร พยายามให้ทานจำพวกผัก ปลา และลดอาหารจำพวกไข่ลงบ้าง </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">สิ่งที่สำคัญมากก็คือ จิตใจ ผมย้ำว่าต้องทำให้จิตใจให้มีความสุข ไม่เครียด ถ้าดูจากเรื่องงานมันก็น่าจะเครียดนะ เพราะมันเยอะมากจริงๆ แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าต้องดูแลสภาพจิตใจให้ปกติ ซึ่งอันนี้มันแล้วแต่ว่าใครจะมีวิธีไหนที่ทำให้มีความสุข อย่างตัวผมเองการทำงานทำให้ผมมีความสุข (เน้นว่าเฉพาะตัวผมเอง) การทำงานที่เยอะมันมีผลดีอย่างหนึ่ง คือ เมื่อเรามุ่งไปที่การทำงาน ทำให้เราไม่มีเวลาที่จะเจ็บป่วย จะป่วยไม่ได้&#8230;ก็ต้องทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดเวลา ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว จิตใจผมแข็งแรง มีความสุข ร่างกายก็แข็งแรงตามไปด้วยเช่นกันครับ”</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1372</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อุบัติเหตุของการคลอด&#8230;&#8230;.เรื่องที่แพทย์ก็ป้องกันไม่ได้</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1368</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1368#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 04:10:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากแพทยสภา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1368</guid>
		<description><![CDATA[สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ป่วย เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชนท่านหนึ่ง  กรณีผู้ป่วย ได้ไปคลอดที่โรงพยาบาลชุมชน ระหว่างรอคลอดมีอาการเลือดออกจากช่องคลอด แต่พยาบาล    ไม่มาดูแลและให้นอนรอต่อไป จนกระทั่งมีเลือดออกมากขึ้น พยาบาลจึงทำการกรีดถุงน้ำคร่ำ และแจ้งว่าอย่าเบ่งคลอดเพราะจะทำให้เด็กขาดอากาศหายใจเนื่องจากหัวเด็กออกมาทับสายสะดือ แต่ผู้ป่วยกลั้นลมเบ่งไม่ไหว  ต่อมาเมื่อแพทย์มาดูจึงให้ส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หลังการคลอดปรากฏว่าเด็กเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานก่อนมาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด   เลขาธิการแพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ พิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริง
             คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ได้เชิญผู้ป่วย มาให้ถ้อยคำ ได้ประชุมปรึกษาและตรวจพิจารณาคำร้องเรียน คำชี้แจงแก้คำร้องเรียน ความเห็นพยานผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า   ผู้ป่วย อายุ 38 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 อายุครรภ์ 41 สัปดาห์ ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลชุมชน 11 ครั้ง ผลการฝากครรภ์ปกติ ได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน เมื่อ เวลาประมาณ 08.00 น. ด้วยเรื่องเจ็บครรภ์คลอดมา 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล 
            ผลการตรวจร่างกายแรกรับพบว่าสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร ความบางตัว 25 % ส่วนนำเป็นศีรษะ อยู่ที่ระดับ 0 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ป่วย เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชนท่านหนึ่ง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>กรณีผู้ป่วย ได้ไปคลอดที่โรงพยาบาลชุมชน ระหว่างรอคลอดมีอาการเลือดออกจากช่องคลอด แต่พยาบาล<span style="mso-spacerun: yes;">    </span>ไม่มาดูแลและให้นอนรอต่อไป จนกระทั่งมีเลือดออกมากขึ้น พยาบาลจึงทำการกรีดถุงน้ำคร่ำ และแจ้งว่าอย่าเบ่งคลอดเพราะจะทำให้เด็กขาดอากาศหายใจเนื่องจากหัวเด็กออกมาทับสายสะดือ แต่ผู้ป่วยกลั้นลมเบ่งไม่ไหว<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ต่อมาเมื่อแพทย์มาดูจึงให้ส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หลังการคลอดปรากฏว่าเด็กเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานก่อนมาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>เลขาธิการแพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ พิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-tab-count: 1;">          </span><span lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">   </span>คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ได้เชิญผู้ป่วย มาให้ถ้อยคำ<span style="mso-tab-count: 1;"> </span>ได้ประชุมปรึกษาและตรวจพิจารณาคำร้องเรียน คำชี้แจงแก้คำร้องเรียน ความเห็นพยานผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า <span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ผู้ป่วย อายุ 38 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 อายุครรภ์ 41 สัปดาห์ ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลชุมชน 11 ครั้ง ผลการฝากครรภ์ปกติ ได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน เมื่อ เวลาประมาณ 08.00 น. ด้วยเรื่องเจ็บครรภ์คลอดมา 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 2;">            </span>ผลการตรวจร่างกายแรกรับพบว่าสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร ความบางตัว 25 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">% <span lang="TH">ส่วนนำเป็นศีรษะ อยู่ที่ระดับ 0 ถุงน้ำคร่ำยังไม่แตก เสียงหัวใจทารกปกติ จึงได้รับตัวไว้ในห้องคลอดเพื่อติดตามความก้าวหน้าของการคลอด จากนั้นการคลอดมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเวลาประมาณ 10.30 น. พยาบาลตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 8 เซนติเมตร ความบางตัว 100 </span>% <span lang="TH">ส่วนนำอยู่ที่ระดับ 0 คลำพบถุงน้ำอยู่ จึงพยายามทำการเจาะถุงน้ำคร่ำแต่ไม่สามารถเจาะได้เนื่องจากถุงน้ำติดศีรษะเด็ก </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 2;">            </span>ต่อมาได้ตรวจภายในซ้ำพบว่ามีภาวะสายสะดือย้อย จึงได้แจ้งให้ทีมงานทราบและดำเนินการดูแลเบื้องต้นโดยให้ผู้ป่วยนอนยกก้นสูง ใช้ถาดสำหรับนอนถ่ายปัสสาวะอุจจาระ (</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">bed pan<span lang="TH">) รองก้น ใช้นิ้วสอดใส่ผ่านปากมดลูกเพื่อดันศีรษะทารกให้ลอยขึ้นไว้ ให้ออกซิเจน และให้สารน้ำทางหลอดเลือด ต่อมาแพทย์ได้มาประเมินอาการและตัดสินใจให้ส่งตัวผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อด้วยการผ่าท้องคลอดที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดทันที โดยได้ติดต่อประสานงานกับพยาบาลห้องคลอดของโรงพยาบาลประจำจังหวัด ในช่วงระหว่างเวลาประมาณ 10.40 น.ถึง 10.50 น. ซึ่งได้รับแจ้งว่าให้ส่งต่อผู้ป่วยได้ และให้ดำเนินการเตรียมผู้ป่วยให้พร้อมสำหรับการผ่าตัดด้วย ระหว่างการส่งต่อในรถพยาบาล มีพยาบาลวิชาชีพ 2 คนให้การดูแลต่อเนื่องจากที่ดำเนินการมา เสียงหัวใจทารกอยู่ระหว่าง 136 ถึง 140 ครั้งต่อนาที ต่อมาเวลาประมาณ 11.05 น. ผู้ป่วยถูกรับไว้รักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด แต่ยังไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ทันที ต้องไปรับการประเมินเบื้องต้นที่ห้องคลอดก่อน โดยพยาบาลห้องคลอดซักประวัติ ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 4 เซนติเมตร และตรวจพบเสียงหัวใจทารกอยู่แต่เต้นช้ามากจึงได้รายงานให้แพทย์เวรทราบ แพทย์ได้เริ่มทำการผ่าท้องทำคลอดเวลาประมาณ 11.30 น. ทารกคลอดเวลาประมาณ 11.38 น.คะแนนวัดการมีชีพ ( </span>Apgar score<span lang="TH">) ที่ 1, 5 และ 10 นาที ได้ 0 ทั้งหมด (ไม่มีเสียงหัวใจเต้น ตัวเขียว อ่อนปวกเปียก ไม่หายใจ) กุมารแพทย์ได้ทำการกู้ชีพเบื้องต้น </span>Apgar score<span lang="TH"> ที่ 13 นาที ได้ 1 (คะแนนเต็ม </span>10<span lang="TH">) ได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง (</span>severe birth asphyxia<span lang="TH">) จากนั้นทารกได้รับการดูแลต่อโดยกุมารแพทย์ อย่างไรก็ตาม ทารกแรกเกิดมีอาการทรุดหนักลงและเสียชีวิตใน</span> 3 <span lang="TH">วันต่อมา </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">          </span>ประเด็นที่ต้องพิจารณามีว่า การดูแลรักษาผู้ป่วยรายนี้ของนายแพทย์ผู้ถูกกล่าวหา เป็นไปตามมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่ พิเคราะห์แล้วในปัญหาข้อนี้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 2;">            </span>ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยรายนี้ หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะสายสะดือย้อยแล้ว ได้รับการดูแลเบื้องต้นโดยการให้ยกก้นสูง สอดมือเข้าไปในช่องคลอดเพื่อดันส่วนนำของทารกไว้ตลอด ให้ออกซิเจน และพิจารณาให้คลอดโดยเร็วที่สุด ซึ่งในรายนี้ปากมดลูกยังเปิดไม่หมด ส่วนนำยังอยู่สูง การผ่าท้องทำคลอดน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทีมงานที่โรงพยาบาลชุมชนจึงได้ประสานกับโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการผ่าท้องคลอดซึ่งในระหว่างการส่งต่อ ผู้ป่วยก็ยังได้รับการดูแลเบื้องต้นต่าง ๆ ดังกล่าวเท่าที่ทำได้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จึงนับว่าเป็นไปตามมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามศักยภาพของสถานพยาบาลนั้น กรณีนี้จึงฟังได้ว่าการดูแลรักษาผู้ป่วยรายนี้ของแพทย์ เป็นไปตามมาตรฐานของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span style="mso-tab-count: 1;">       </span>ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ มีความเห็นว่า <strong>นายแพทย์ ผู้ถูกกล่าวหา มิได้ประพฤติผิดข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ 2)<span style="mso-spacerun: yes;">    </span>พ.ศ. 2550 ประกอบกับข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 หมวด 4<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ข้อ 15 จึงมีมติ คดีไม่มีมูลยกข้อกล่าวหา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ และกรรมการแพทยสภาพิจารณาแล้วมีความเห็นพ้องกับคณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ </strong></span><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">จากรายงานผู้ป่วยรายนี้เราต้องยอมรับความจริงว่าการทำคลอดในประเทศไทยปีละแปดแสนกว่ารายนั้นส่วนใหญ่ทำโดยพยาบาลผดุงครรภ์ ถ้ามีปัญหาจึงตามแพทย์ ในรายที่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมาก่อน เช่นในรายนี้ สายสะดือย้อยออกมาก่อนที่ศีรษะเด็กจะออกทำให้ศีรษะเด็กกดทับบนสายสะดือเป็นผลให้เลือดจากรกไม่สามารถไปยังเด็กได้ เด็กก็จะขาดออกซิเจน ขณะที่ปากมดลูกยังเปิดไม่หมดเอาเด็กออกทางช่องคลอดก็ทำไม่ได้ มีอยู่ทางเดียวคือรีบผ่าเอาเด็กออกทางหน้าท้อง โรงพยาบาลชุมชนไม่มีวิสัญญีแพทย์ เครื่องมือไม่พร้อม ในอดีตแพทย์ที่โรงพยาบาลชุมชนจะเสี่ยงผ่าเพื่อช่วยชีวิตเด็ก แต่ในปัจจุบันไม่มีแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กกล้าผ่า เพราะถ้าผ่ารอดก็เสมอตัวแต่ถ้าเกิดมีปัญหา อาจถูกพิพากษาให้ติดคุกเพราะไม่มีวิสัญญีแพทย์และเครื่องมือก็ไม่พร้อมแบบโรงพยาบาลใหญ่<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แพทย์ที่ดูแลก็เป็นแพทย์ทั่วไป มิใช่สูติแพทย์ ถ้ามีปัญหาผู้พิพากษาก็จะลงโทษแพทย์ฐานไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทำไมจึงทำการผ่าตัด ในรายนี้ใช้เวลาติดต่อและส่งผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาลจังหวัดในเวลาสิบห้านาทีแต่ก็ไม่ทัน การที่มีการฟ้องร้องมากในปัจจุบันเป็นผลเสียต่อผู้ป่วยเอง ทำให้ไม่มีแพทย์คนใดกล้าทำการรักษา ทั้งที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๘๐ วรรคสองได้เขียนไว้ว่าผู้มีหน้าที่ให้บริการดังกล่าวซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify; tab-stops: 1.0cm;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ในปัจจุบันเมื่อมีเด็กตาย ผู้ป่วยก็จะได้เงินช่วยเหลือเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด เมื่อได้เงินผู้ป่วยเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าแพทย์ผิด เลยอยากได้เงินมากขึ้นเพราะสามารถฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคได้โดยไม่ต้องวางเงิน ไม่เสียค่าทนายและไม่ต้องหาหลักฐานใดๆ แพทย์ที่ถูกกล่าวหาจะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ว่าตนไม่ผิดทำให้แพทย์เสียกำลังใจ มีผลกระทบต่อจิตใจแพทย์อย่างมหาสาร กฎหมายที่ออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่รอบคอบ ในช่วงปฏิวัติ มองปัญหาด้านเดียว เป็นผลร้ายอย่างยิ่งต่อผู้ป่วยและการแพทย์ในประเทศไทย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1368</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับการดูแลสุขภาพของเหล่าคนดัง</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1384</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1384#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 04:00:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Cover Story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1384</guid>
		<description><![CDATA[ในเดือนเมษายน มีวันสำคัญอีกวันหนึ่งนั่นก็คือ “วันครอบครัว” ที่สำหรับสังคมไทยแล้ว “ครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุ” ถือเป็นบุคคลที่ลูกหลานให้ความเคารพและควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านได้มีความสุขและใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความอบอุ่นจากครอบครัว   แต่นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพของตัวผู้สูงอายุเองก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและหาวิธีที่เหมาะสมในแต่ละคนเช่นกัน Cover Story ฉบับนี้จึงขอนำเสนอเคล็ดลับดีๆ จากเหล่าคนดัง (สูงวัย) ในการดูแลสุขภาพที่ไม่ยากหากจะนำไปปรับใช้ 
…………………………………………………………………………………………………………
ทำจิตใจให้สบาย เคล็ดลับง่ายๆ จากอาจารย์แม่
            รศ.สุนีย์  สินธุเดชะ หรือ อาจารย์แม่  ครูผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสร้างเด็กไทยให้ก้าวทันโลก ในวัย 73 ปีที่ยังคงดูแข็งแรงและยิ้มแย้มอยู่เสมอ จนเป็นภาพที่จดจำของหลายๆ คน แม้ในวันนี้จะยังคงทำงานหลากหลายและมีตำแหน่งเป็นถึงอธิการบดี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต  ก็ไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพให้พร้อมอยู่เสมอ ด้วยวิธีคิดที่ไม่เหมือนใคร โดยแนะนำอย่างอารมณ์ดีว่า
            “เรื่องการดูแลสุขภาพแต่ละคนก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไปตามสภาพร่างกาย อย่างครูในวัยนี้จะไปออกกำลังอะไรหนักมากมันไม่ได้อยู่แล้ว ก็อาศัยการเดินหรือกายบริหารแทน แต่วิธีที่ทำมาตลอดและช่วยให้เราสุขภาพดีได้ นั่นคือ “การดูแลจิตใจให้มีความสุข” จิตใจเราสำคัญที่สุด ตัวเราต้องพยายามเองไม่มีใครช่วยได้หรอก เพราะถ้าจิตใจเราสบายไม่เครียด ร่างกายเราก็จะดีไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งครูก็ทำมาตลอดตั้งแต่เริ่มสอนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่กับงานที่รัก อยู่กับลูกศิษย์ มันมีความสุข จะไปเครียดทำไม เพราะคนเราทุกคนพอมีความเครียด ไม่นานร่างกายก็จะเริ่มแย่ลง แล้วโรคภัยต่างๆ มันก็จะเริ่มรุมเร้าเข้ามา คราวนี้ก็จะมีปัญหาในการในชีวิตล่ะ ต้องพยายามทำใจให้เป็นสุข แล้วทุกอย่างมันก็จะดีเอง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ในเดือนเมษายน มีวันสำคัญอีกวันหนึ่งนั่นก็คือ <strong>“วันครอบครัว”</strong> ที่สำหรับสังคมไทยแล้ว “ครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุ” ถือเป็นบุคคลที่ลูกหลานให้ความเคารพและควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านได้มีความสุขและใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความอบอุ่นจากครอบครัว<span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>แต่นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพของตัวผู้สูงอายุเองก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและหาวิธีที่เหมาะสมในแต่ละคนเช่นกัน </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">Cover Story <span lang="TH">ฉบับนี้จึงขอนำเสนอเคล็ดลับดีๆ จากเหล่าคนดัง (สูงวัย) ในการดูแลสุขภาพที่ไม่ยากหากจะนำไปปรับใช้ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: center;" align="center"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">…………………………………………………………………………………………………………</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ทำจิตใจให้สบาย เคล็ดลับง่ายๆ จากอาจารย์แม่</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            <img class="alignleft size-full wp-image-1387" title="aj_mea" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/aj_mea.png" alt="aj_mea" width="113" height="150" /></span><strong>รศ.สุนีย์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สินธุเดชะ</strong> หรือ <strong>อาจารย์แม่</strong><span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ครูผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสร้างเด็กไทยให้ก้าวทันโลก ในวัย </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">73<span lang="TH"> ปีที่ยังคงดูแข็งแรงและยิ้มแย้มอยู่เสมอ จนเป็นภาพที่จดจำของหลายๆ คน แม้ในวันนี้จะยังคงทำงานหลากหลายและมีตำแหน่งเป็นถึงอธิการบดี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ก็ไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพให้พร้อมอยู่เสมอ ด้วยวิธีคิดที่ไม่เหมือนใคร โดยแนะนำอย่างอารมณ์ดีว่า</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>“เรื่องการดูแลสุขภาพแต่ละคนก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไปตามสภาพร่างกาย อย่างครูในวัยนี้จะไปออกกำลังอะไรหนักมากมันไม่ได้อยู่แล้ว ก็อาศัยการเดินหรือกายบริหารแทน แต่วิธีที่ทำมาตลอดและช่วยให้เราสุขภาพดีได้ นั่นคือ <strong>“การดูแลจิตใจให้มีความสุข”</strong> จิตใจเราสำคัญที่สุด ตัวเราต้องพยายามเองไม่มีใครช่วยได้หรอก เพราะถ้าจิตใจเราสบายไม่เครียด ร่างกายเราก็จะดีไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งครูก็ทำมาตลอดตั้งแต่เริ่มสอนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่กับงานที่รัก อยู่กับลูกศิษย์ มันมีความสุข จะไปเครียดทำไม เพราะคนเราทุกคนพอมีความเครียด ไม่นานร่างกายก็จะเริ่มแย่ลง แล้วโรคภัยต่างๆ มันก็จะเริ่มรุมเร้าเข้ามา คราวนี้ก็จะมีปัญหาในการในชีวิตล่ะ ต้องพยายามทำใจให้เป็นสุข แล้วทุกอย่างมันก็จะดีเอง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>ถ้าถามว่าทุกวันนี้ได้ออกกำลังกายอะไรบ้าง ตอบได้เลยว่าแทบจะไม่ได้ออกกำลังกายเป็นกิจวัตรเลย คุณหมอก็เตือนหลายครั้งแล้วเหมือนกัน แต่ด้วยการทำงานแล้วมันหาเวลาว่างลำบาก คนเราพออายุมากเข้าบางครั้งก็ขี้เกียจเหมือนกันนะ แต่ถ้าพอไหวก็จะยืดเส้นยืดสายบ้างนิดหน่อย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>อีกอย่างส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหาด้านสุขภาพ ตรวจสุขภาพประจำทุกเดือนก็ยังปกติดี เพียงแต่วัยก็เป็นอุปสรรคบ้าง บางอย่างมันก็เสื่อมลงตามธรรมชาติ ก็ต้องทานยาพวกวิตามินบ้างนิดหน่อย อีกอย่างเรื่องอาหารต้องระวังอาหารจำพวกไขมัน นอกนั้นก็ทานได้ทุกอย่าง อย่างข้าวขาหมูเนี่ยชอบมาก ก็ต้องทำใจ มองผ่านมันไป”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">อาจารย์แม่ยังฝากข้อแนะนำดีๆ ไว้ว่า</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>“สำหรับทุกวัยเลยนะ สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะสุขภาพมีผลต่อการบาดเจ็บของชีวิต คำว่า <strong>“บาดเจ็บ”</strong> ไม่ได้หมายความว่า มีดบาดหรือโดนรถชน แต่หมายถึงการดูแลสุขภาพเป็นการป้องกันการเจ็บป่วย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สุขภาพที่ดีที่สุดนอกจากจะระวังเรื่องการกินอยู่หลับนอนแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดต้องใช้คำว่า <strong>“จิตใจเป็นสุขและการมองโลกที่ไม่ร้ายนัก”</strong> นั่นแหละจะทำให้เราไม่บาดเจ็บ และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">…………………………………………………………………..</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">สุขภาพจะดีได้ ด้วยความพอดี</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><img class="alignleft size-full wp-image-1386" title="udorn" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/udorn.png" alt="udorn" width="113" height="150" />คุณอุดร<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ตันติสุนทร</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"> อดีตสมาชิกวุฒิสภา จ.ตาก และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ในวันนี้แม้ภารกิจด้านงานการเมืองจะลดลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังคงต้องสานงานเพื่อสังคมต่อไป แม้วัย </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">77<span lang="TH"> ปี ก็ไม่มีปัญหาในการทำงาน และปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา “ตันติสุนทร”<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>มีเทคนิคการดูแลสุขภาพด้วยแนวคิด <strong>“สุขภาพดี ด้วยความพอดี”</strong> คุณอุดรเล่าว่า</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">“การใช้ชีวิตของคนเราต้องพยายามทำให้อยู่แบบสบายๆ ไม่เครียด ทำจิตใจให้เป็นปกติสุข ที่พูดแบบนี้ เพราะเมื่อก่อนผมทำงานหนักมากโดยเฉพาะงานด้านการเมือง พักผ่อนน้อย ไม่ได้ดูแลตัวเองทั้งการออกกำลังและเรื่องการทานอาหาร จนครั้งหนึ่งสิ่งที่ละเลยมามันเริ่มมีผลกระทบต่อร่างกาย ปรากฏว่าวันหนึ่งผมอึดอัด หายใจไม่ออก เพราะเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องทำบอลลูนในเส้นเลือดถึง </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">5<span lang="TH"> เส้น ซึ่งเป็นผลจากที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเลย </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ภายหลังการรักษาคุณหมอก็แนะนำให้ควบคุมอาหาร ห้ามทานของมัน เปรี้ยว เค็มเกินไป และต้องพยายามออกกำลังกาย ผมก็เปลี่ยนการใช้ชีวิตใหม่หมดทุกวันนี้</span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> 6<span lang="TH"> โมงเช้าต้องออกมาเดินออกกำลัง ครั้งละ </span>30<span lang="TH"> นาที และหลังจากทานอาหารเย็นแล้ว ก็เดินอีกครึ่งชั่วโมงเป็นประจำ ส่วนเรื่องอาหารผมเรียกว่า <strong>“ทานปลาเป็นหลัก ทานผักเป็นยา”</strong> โดยเฉพาะมื้อเย็นผมจะต้องทานปลา ปลาอะไรก็ได้ทุกชนิด และทุกมื้อก็ต้องมีผักอยู่ด้วยเหมือนกัน ผมทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว เห็นผลได้เลยว่าร่างกายผมดีขึ้น รู้สึกแข็งแรง สดชื่น ระบบขับถ่ายดี ก็ส่งผลให้สภาพจิตใจดีขึ้นตามมา ผมตรวจสุขภาพปีละครั้ง ผลก็ออกมาปกติต่างจากสมัยก่อนมาก คนวัยนี้ก็อาจจะมีโรคประจำตัวบ้าง แต่ผมไม่มีเลย </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ผมอยากแนะนำว่า ในวัยสูงอายุแบบนี้สิ่งสำคัญต้องพยายามระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารให้มาก อย่าทานอะไรตามใจชอบ ต้องทานอาหารและออกกำลังกายให้เหมาะสมพอดีกับสภาพร่างกายของเรา เพราะหากฝืนมากไปมันก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กลับส่งผลเสียกับร่างกายมากกว่า อีกอย่างหนึ่ง เรื่องจิตใจ เป็นเรื่องสำคัญต้องไม่เครียด พยายามทำใจให้สบาย ใช้ชีวิตมาขนาดนี้แล้วต้องมีความสุข ถ้าปฏิบัติได้ตามนี้ผมเชื่อว่าสุขภาพดีแน่ๆ ครับ”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">……………………………………………………………</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">การดูแลสุขภาพ&#8230;ต้องมีวินัยในตัวเอง </span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><img class="alignleft size-full wp-image-1385" title="piroj" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/piroj.png" alt="piroj" width="112" height="150" />คุณไพโรจน์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ใจสิงห์</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"> นักแสดงอาวุโส วัย </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">69<span lang="TH"> </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span lang="TH">ปี อีกหนึ่งนักแสดงอารมณ์ดี ที่ได้ฝากผลงานภาพยนตร์มาแล้ว </span>111 <span lang="TH">เรื่อง เข้าสู่วงการครั้งแรกด้วยบทพระเอกจากเรื่อง “ดวง” ของเปี๊ยก โปสเตอร์ เมื่อปีพ.ศ. </span>2514<span lang="TH"> และรับบทบาทที่หลากหลายทั้งพระเอก ตัวรอง ผู้ร้าย บทตัวพ่อ บทตลก </span>39<span lang="TH"> ปีในวงการแสดงถือว่าเป็นงานหนักและกำหนดเวลาส่วนตัวค่อนข้างยาก แต่จะทำอย่างไรให้ร่างกายพร้อมอยู่เสมอ..นั่นคือ การพักผ่อนและออกกำลังกาย คุณไพโรจน์ แนะนำเคล็ดลับทำได้ง่ายๆ ว่า</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">“สำหรับตัวผมเอง จะเน้นไปที่เรื่องของการออกกำลังกายและการพักผ่อนเป็นหลัก ทุกวันนี้ถึงจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่ก็มีงานแทบจะทุกวัน ทำให้ต้องพยายามหาเวลาว่างในการออกกำลังกาย ปกติแล้วผมจะใช้เวลาในช่วงเช้า ประมาณตี </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">5<span lang="TH"> ถึง </span>7<span lang="TH"> โมงเช้า ไปเดินออกกำลังตามสวนสาธารณะที่ไปบ่อยก็ที่สวนรถไฟ เมื่อก่อนตอนที่ยังหนุ่มๆ ก็จะเล่นกีฬาหลายอย่าง แต่พออายุเริ่มมากขึ้นกิจกรรมบางอย่างก็ต้องงด เพราะร่างกายไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน จะไปทำอะไรหนักมากไม่ได้ มันจะเป็นอันตรายกับตัวเราได้ ก็ต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมกับร่างกายของเรามากที่สุด</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ทุกวันนี้ผมไม่ค่อยได้วิ่งออกกำลัง ต้องระวังเรื่องข้อเข่า ก็เปลี่ยนเป็นการเดินก้าวยาวๆ หรือเดินเร็วๆ และแกว่งแขนไปด้วยแทน<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ผมจะใช้เวลาประมาณ </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">2 <span lang="TH">ชั่วโมง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แต่เวลาเดินก็ต้องทำใจให้ว่าง ไม่คิดเรื่องงาน<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>วิธีนี้ผมว่าเหมาะกับผู้สูงอายุมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดีด้วย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งไปตรวจร่างกายมาก็เป็นปกติทุกอย่าง ส่วนเรื่องอาหารผมมักจะเลี่ยงการทานอาหารที่มีไขมัน<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>อย่างที่รู้กันผู้สูงอายุก็มักจะมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายซึ่งผมก็มีปัญหาบ้าง ระยะหลังๆ นี้ผมชอบที่จะทานน้ำพริกกับผักสดหรือผักต้มมาก เพราะทานแล้วรู้สึกว่าระบบขับถ่ายดีขึ้นมาก</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ผมอยากแนะนำให้พยายามฝึกตัวเองและต้องมีวินัย อย่างตัวผมเองก็มีหลายครั้งที่ทำงานติดต่อกันถึงเช้าก็มี ถ้ารู้ว่าเหนื่อยก็ต้องหยุด ต้องพักผ่อน แล้วค่อยลุกขึ้นมาทำงานต่อ การดูแลสุขภาพต้องไม่ขี้เกียจ ถ้าตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อออกกำลังกายต้องพยายามทำให้ได้ทุกวันอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก็ยังดี พยายามทำให้ติดเป็นนิสัยสม่ำเสมอ ทั้งการออกกำลังกาย การพักผ่อน และการเลือกทานอาหาร ผมเชื่อว่าถ้าทำได้รับรองว่าสุขภาพที่ดีจะอยู่กับตัวเราไปอีกนานครับ” </span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: center;" align="center"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">……………………………………………………..………………………………………</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>และนี่เป็นตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพของเหล่าคนดัง ซึ่ง</span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH">จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดในการดูแลผู้สูงอายุคือ<strong> </strong>เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุข แม้สภาพร่างกายจะเสื่อมถอยไปตามธรรมชาติ </span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ครอบครัวต้องให้ความสำคัญและใส่ใจในการดูแลทั้งสภาพกายและสภาพจิตใจให้มั่นคงแข็งแรงอยู่เสมอ เชื่อว่าหากได้รับการดูแลอย่างดีแล้ว ผู้สูงอายุจะยังคงอยู่เป็นศูนย์รวมจิตใจของครอบครัวไปอีกนานเท่านาน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: center;" align="center"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">……………………………………………………..………………………………………</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; color: fuchsia; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">ฟังเสียงคนดัง&#8230;.</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">“อาแอ๊ด - สมบัติ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เมทะนี”<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แบบอย่างที่ดี เรื่องสุขภาพ</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span></span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">อาแอ๊ด - สมบัติ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เมทะนี</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"> พระเอกตลอดกาล ในวัย 7</span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">3<span lang="TH"> ปี ที่วันนี้ให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพเป็นอันดับหนึ่ง โดยยึดหลักที่ว่า </span>“<span lang="TH">แม้จะเป็นไม้ใกล้ฝั่ง แต่ต้องดูแลตัวเองให้ถึงฝั่งช้าลง</span>”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span></span><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">อาเคร่งครัดกับตัวเองมากเรื่องของการออกกำลังกาย แต่วัยนี้แล้วจะไปวิ่งคงไม่ไหว ดังนั้นการยืนย่ำอยู่กับที่ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่ง แต่เวลายกขาต้องยกให้สูง เพื่อที่จะได้บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อขา ตั้งแต่ต้นขาลงมาจนถึงน่องด้วย ส่วนแขนก็ต้องแกว่งให้สูงในระดับสายตา และเหวี่ยงไปด้านหลังให้สุด เราก็จะได้กล้ามเนื้ออก หลัง ไหล่และต้นคอ ออกกำลังกายแค่ให้พอเหนื่อย ไม่ต้องหักโหม คนมีอายุต้องการกล้ามเนื้อที่แข็งแรงเหมือนกัน ไม่ใช่ปล่อยให้กล้ามเนื้อเหลว มันต้องเฟิร์ม ต้องแน่น และกระดูกก็ต้องแข็งแรงด้วย&#8230;เรื่องอาหารการกินก็ต้องดูแลเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริมราคาแพง แค่อาหารง่ายๆ อย่างน้ำพริกปลาทู ผักสด กล้วยน้ำว้า<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>และอาหารธรรมชาติอื่นๆ แค่นี้ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว แต่ขอย้ำนะครับว่า ยิ่งเริ่มได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งให้ผลต่อสุขภาพได้เร็วขึ้นเท่านั้น</span>”<span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">วิชัย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ทองแตง&#8230;เมื่อสุขภาพดี ก็ยังมีเวทีให้ทำงาน</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">แม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 61 ปี แต่เป็น 61 ปีที่ </span><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">คุณวิชัย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ทองแตง</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH"> ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน ถึงวันนี้ ไฟแห่งการทำงานของเขายังไม่มอดดับ ในสมองยังคงเต็มไปด้วยโครงการต่างๆ มากมาย ยังคงเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข&#8230;แต่จะเป็นเพราะอะไรนั้น ตามไปดูกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">คนเราเมื่ออายุมากขึ้น ก็เริ่มมีปัญหาสุขภาพกันบ้าง อย่างผมก็เริ่มพบว่ามีไขมันในเลือดสูง ต่อมาก็พบอีกว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าเดิม วันนี้ผมควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงด้วยการดูแลโภชนาการ ไม่ได้ทานยาเลย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ส่วนไขมันในเลือดก็ทานยาควบคุมอยู่<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>และที่ต้องทำสม่ำเสมอไม่ขาดคือต้องออกกำลังกาย และตอนนี้ก็เพิ่งตรวจพบว่าผมเป็นโรคหัวใจ อันนี้ก็มาจากกรรมพันธุ์ทางคุณพ่อ แต่อยู่แค่ขั้นเริ่มต้นยังมีทางแก้ไขได้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ทางแก้ที่ดีคือต้องออกกำลังกาย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ตั้งแต่นั้นมาผมเริ่มแบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกาย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แต่ก็ยังไม่สม่ำเสมอเพราะงานยังเยอะอยู่&#8230;ทุกวันนี้ ผมจะตื่นเช้าขึ้นมาจ๊อกกิ้งวันละ 45 นาที - 1 ชั่วโมง ให้พอได้เหงื่อ แล้วจึงมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับน้ำ 5 ชนิด คือ น้ำเต้าหู้, น้ำส้ม, น้ำต้มมะระขี้นก, นมเปรี้ยว และน้ำเปล่า ซึ่งทำเป็นกิจวัตรแบบนี้มาหลายปีแล้ว<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จากนั้นจึงค่อยไปทำงาน พอวันเสาร์ </span>–<span lang="TH"> อาทิตย์ ก็จะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ต่างจังหวัด อย่างที่สมุทรสงคราม เพราะมีบ้านอีกหลังอยู่ที่นั่นและติดกับแม่น้ำแม่กลองด้วย ซึ่งนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังได้ไปว่ายน้ำในแม่น้ำ หรือออกไปพายเรือคายัคอีกด้วย</span>”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">มี้ </span>–<span lang="TH"> พิสมัย</span>”<span lang="TH"> 71 ปี สุขภาพดีสมวัย </span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">มี้ </span>–<span lang="TH"> พิสมัย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>วิไลศักดิ์</span>”<span lang="TH"> นับเป็นผู้สูงวัยที่ยังดูกระฉับกระเฉงว่องไวและสุขภาพจิตดีมากๆ มิหนำซ้ำยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพน้อยมากเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>“<span lang="TH"> ก็มีปัญหาสุขภาพบ้างตามประสาคนสูงอายุนั่นแหละค่ะ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>คือนอกจากมีโรคความดันสูงเป็นโรคเรื้อรังประจำตัวแล้ว<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ยังมีปัญหาร่างกายส่วนอื่นๆ บ้าง เช่น ฟันไม่ค่อยดี<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เริ่มโยกๆ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เวลาเคี้ยวอาหารเหนียว ๆ เลยเลี่ยงไม่ทานเนื้อสัตว์ ซึ่งนอกจากเป็นผลดีเรื่องฟันไม่โยกแล้ว ยังทำให้ระบบย่อยดีด้วย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>คุมน้ำหนักไปในตัวได้ด้วย&#8230;ตอนนี้ปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูงแทบไม่เกิดขึ้นแล้ว หลังจากเข้ารับการรักษาด้วยการทำคีเลชั่น เพื่อล้างสารพิษออกจากหลอดเลือด<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>โดยการทำคีเลชั่นจะไปช่วยดึงคราบตะกรันต่างๆ ที่เกาะอยู่บริเวณหลอดเลือด ที่เป็นตัวการให้หลอดเลือดตีบ และความดันโลหิตสูง เมื่อคีเลชั่นมันไปช่วยดึงคราบเหล่านั้นออก ผลที่ได้คือหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น เลือดจึงไหลเวียนได้เป็นปกติ ความดันโลหิตจึงลดลงสู่ระดับปกติ และนอกจากสุขภาพกายแล้ว การดูแลสุขภาพใจอย่างการปฏิบัติธรรมก็มีส่วนช่วยให้ยังคงความสดใสทั้งร่างกายและจิตใจด้วย</span>”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;" lang="TH">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">นพ.เฉก ธนะสิริ</span>”<span lang="TH"> ใช้ชีวิตอย่างไรให้ถึง</span> 120 <span lang="TH">ปี</span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">นพ.เฉก<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ธนะสิริ</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ดูแลรักษาสุขภาพกาย - ใจได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้คุณหมอวัย </span>84 <span lang="TH">ปี ท่านนี้ กล้าที่จะปรารภต่อประชาชีว่า </span><strong>“<span lang="TH">จะใช้ชีวิตให้ยาวนานถึง</span> 120 <span lang="TH">ปี</span></strong>” <span lang="TH">เพื่อดูความเจริญเติบโตของลูกหลานเหลนโหลน และความก้าวหน้าของประเทศชาติต่อไป จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต</span>…</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma;">“40 <span lang="TH">กว่าปีแล้ว ที่ผมปฏิบัติตนด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง ด้วยการกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เน้นผักผลไม้ให้มากขึ้น พร้อมกับฝึกสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน ใช้หลักของจิต ทำให้ชีวิตและสุขภาพเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ<strong> </strong>ผมถือคติที่ว่า กินน้อยตายยาก กินมากตายเร็ว อาหารอายุสั้นทำให้อายุยืน อาหารอายุยืนบั่นทอนอายุสั้น ถ้าอยากมีแรงต้องออกแรง เพราะจะทำให้มีพลังอยู่ในตัว ถ้ามัวแต่กินๆ นอนๆ ร่างกายจะแข็งแรงได้อย่างไรกัน<strong>&#8230;</strong>ทุกวันนี้ยังคงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการว่ายน้ำ ถีบจักรยาน วิ่งเหยาะๆ และเล่นโยคะ ไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคภัยไข้เจ็บใดๆ มาบั่นทอนสุขภาพผมได้&#8230;สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยก็คือเรื่องของ </span>“<span lang="TH">น้ำดื่ม</span>”<span lang="TH"> ซึ่งควรดื่มให้ได้วันละ 8-12 แก้ว เพราะน้ำเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตและเป็นสื่อกลางทำหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับเมตาโบลิซึมของร่างกายให้ทำงานได้เป็นปกติ เป็นตัวนำสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงออกซิเจน และฮอร์โมน ไปสู่ทุกส่วนของร่างกายและขจัดของเสียออกจากเซลล์ด้วยครับ</span>”<span lang="TH"> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 10pt; line-height: 115%; font-family: Tahoma; mso-fareast-font-family: Calibri; mso-ansi-language: EN-US; mso-fareast-language: EN-US; mso-bidi-language: TH;" lang="TH">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1384</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ปวดศีรษะอย่านิ่งนอนใจ&#8230;อันตรายถึงชีวิต</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1364</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1364#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 03:51:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Wellness Talk]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1364</guid>
		<description><![CDATA[อาการปวดศีรษะ  ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอนครับ อาการที่คิดว่าเล็กน้อย  จริงๆ แล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  อาการปวดศีรษะเป็นอาการหนึ่งที่พบบ่อย และคนเราทุกคนคงจะเคยปวดศีรษะมาแล้วทั้งสิ้น แต่อาการปวดศีรษะบางครั้งไม่รุนแรง หายเองได้ หรือเพียงนอนพักหรือทานยาแก้ปวดก็ดีขึ้น อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยบางรายที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรงจนเป็นอาการนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่พบได้
ส่วนประกอบของศีรษะ 
1.       หนังศีรษะ                       2. เนื้อเยื่อ                      3.กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ 

 

กะโหลกศีรษะ                  5. เยื่อหุ้มสมอง                6. สมอง 



7.       อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับสมองและอาจมีส่วนในการปวดศีรษะได้แก่
-  จมูก  โพรงไซนัส          - นัยน์ตา
-  ช่องหู                                     - ช่องปาก
-  กระดูกต้นคอ 
 
เรื่องของอาการปวดศีรษะแยกประเภทหลักๆ  แบ่งเป็น  2 ประเภท  ก็คือ  ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก  และ  ปวดศีรษะที่เป็นอันตราย   
ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก  ได้แก่   ไมเกรน      ภาวะทางจิตใจ  ภาวะความตึงเครียดจากการทำงาน หรือจากสาเหตุ
- กระดูกและกล้ามเนื้อต้นคอ 
- จากไซนัสอักเสบ    
- จากขากรรไกร  
- จากต้อหิน
- จากกล้ามเนื้อและพังผืด 
- [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อาการปวดศีรษะ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอนครับ อาการที่คิดว่าเล็กน้อย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จริงๆ แล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตได้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; mso-ansi-language: EN-GB;" lang="TH">อาการ<span style="color: #333333;">ปวดศีรษะเป็นอาการหนึ่งที่พบบ่อย และคนเราทุกคนคงจะเคยปวดศีรษะมาแล้วทั้งสิ้น แต่อาการปวดศีรษะบางครั้งไม่รุนแรง หายเองได้ หรือเพียงนอนพักหรือทานยาแก้ปวดก็ดีขึ้น อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยบางรายที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรงจนเป็นอาการนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่พบได้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ส่วนประกอบของศีรษะ </span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; mso-list: l1 level1 lfo1; tab-stops: list 36.0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; mso-fareast-font-family: Tahoma;"><span style="mso-list: Ignore;">1.<span style="font: 7pt &quot;Times New Roman&quot;;">       </span></span></span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">หนังศีรษะ <span style="mso-tab-count: 2;">                      </span>2. เนื้อเยื่อ</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-tab-count: 2;">                      </span>3.<span lang="TH">กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ</span> </span></p>
<ol style="margin-top: 0cm;" type="1">
<li> 
<ol style="margin-top: 0cm;" type="1">
<li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-list: l1 level2 lfo1; tab-stops: list 72.0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">กะโหลกศีรษะ</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-tab-count: 2;">                  </span>5. <span lang="TH">เยื่อหุ้มสมอง</span><span style="mso-tab-count: 2;">                </span>6. <span lang="TH">สมอง</span> </span></li>
</ol>
</li>
</ol>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; text-align: justify; mso-list: l0 level1 lfo2; tab-stops: list 72.0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; mso-fareast-font-family: Tahoma;"><span style="mso-list: Ignore;">7.<span style="font: 7pt &quot;Times New Roman&quot;;">       </span></span></span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับสมองและอาจมีส่วนในการปวดศีรษะได้แก่</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><br />
-  <span lang="TH">จมูก</span>  <span lang="TH">โพรงไซนัส</span> <span style="mso-tab-count: 1;">         </span>- <span lang="TH">นัยน์ตา</span><br />
-  <span lang="TH">ช่องหู</span> <span style="mso-tab-count: 3;">                                    </span>- <span lang="TH">ช่องปาก</span><br />
-  <span lang="TH">กระดูกต้นคอ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">เรื่องของอาการปวดศีรษะแยกประเภทหลักๆ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>แบ่งเป็น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>2 ประเภท<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ก็คือ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>และ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ปวดศีรษะที่เป็นอันตราย<span style="mso-spacerun: yes;">   </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก</span></span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ได้แก่</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span lang="TH">ไมเกรน</span> <span style="mso-spacerun: yes;">     </span><span lang="TH">ภาวะทางจิตใจ</span>  <span lang="TH">ภาวะความตึงเครียดจากการทำงาน หรือจากสาเหตุ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;" lang="TH">- กระดูกและกล้ามเนื้อต้นคอ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;" lang="TH">- </span></strong><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;" lang="TH">จากไซนัสอักเสบ <span style="mso-spacerun: yes;">   </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;" lang="TH">- จากขากรรไกร</span><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;" lang="TH">- จากต้อหิน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">- จากกล้ามเนื้อและพังผืด</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">- <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>จากหลอดเลือด </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">1. <span lang="TH">ปวดศีรษะแบบไมเกรน (</span>migraines) <span lang="TH">จะปวดรุนแรง ปวดแบบตุ๊บๆ</span>  (throbbing pain) <span lang="TH">ข้างใดข้างหนึ่ง อาจมีอาการคลื่นไส้</span>  <span lang="TH">และมีความรู้สึกไวต่อแสง ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดแบบไมเกรนนี้จะปวดนาน</span>  <span lang="TH">เป็นชั่วโมงหรือนานเป็นหลายวัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">2. <span lang="TH">ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (</span>cluster headaches) <span lang="TH">ปวดศีรษะข้างเดียว และปวดตุ๊บๆ เช่นเดียวกับปวดแบบไมเกรน แตกต่างจากไมเกรนตรงที่ ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์อาจจะมีร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก น้ำตาไหล</span> <span lang="TH">หรือมีคัดจมูก ม่านตาแคบลง บางคนมีเหงื่อออกมากตรงใบหน้าข้างกับที่ปวด การปวดแต่ละครั้งอาจนานถึง </span>10 <span lang="TH">นาที หรือ อาจจะเป็นชั่วโมงปวด รุนแรง ปวดตรงเวลากันทุกวัน วันหนึ่งอาจปวด </span>3 <span lang="TH">เวลา และยาวนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">3. <span lang="TH">ปวดศีรษะเนื่องจากความดันโลหิตสูง (</span>hypertensive headaches) <span lang="TH">จะเกิดในนักบริหารที่มีความเครียด แล้วความดันโลหิตจะสูงขึ้นทันทีทำให้ปวดศีรษะ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>การปวดศีรษะนี้เนื่องจากความดันโลหิตของเส้นเลือดของศีรษะสูงขึ้นทำให้ปวดแบบตื้อๆ (</span>dull) <span lang="TH">และปวดทั่วบริเวณศีรษะ การเคลื่อนไหวใบหน้า คอ ทำให้ปวดศีรษะมากขึ้น ปวดตอนเช้า เมื่อสายอาการก็จะดีขึ้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">4. <span lang="TH">ปวดศีรษะจากท๊อกสิก (</span>toxic headaches) <span lang="TH">มักเกิดจากจากแพ้ อากาศ แพ้สารเคมี และควัน บางครั้งอากาศเปลี่ยนแปลงก็เป็นเหตุให้ปวดศีรษะแบบท็อกสิกได้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;" lang="TH">และประเภทที่ 2<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>โรคปวดศีรษะที่มีความอันตรายสูง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span lang="TH">มีดังนี้ครับ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">- อุบัติเหตุทางสมอง</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">  <span lang="TH">หลังประสบอุบัติเหตุ ถ้าไม่มีอาการครั้งแรก ควรสังเกตอาการภายใน</span>  48  <span lang="TH">ชั่วโมง</span>  <span lang="TH">หรือในผู้สูงอายุควรสังเกตอาการนานกว่านั้น</span>  <span lang="TH">ควรพบแพทย์ทันที</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;" lang="TH">- เนื้องอกสมอง <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ผู้ที่ปวดศีรษะจากเนื้องอกสมอง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>มักจะมีอาการอ่อนแรงหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกและความจำ อาเจียน<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>ชัก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: black; font-family: Tahoma;" lang="TH">- ปวดศีรษะจากเส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยปวดศีรษะทันที<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>และปวดมากและซึมลง <span style="mso-spacerun: yes;">  </span>อ่อนแรงแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">- ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">  <span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">   </span>มักตรวจพบในเด็ก</span>  <span lang="TH">หรือผู้สูงอายุ</span>  <span lang="TH">ควรสังเกตอาการเพื่อรีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">- ภาวะติดเชื้อในสมอง จนเกิด</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">  <span lang="TH">ฝี</span>  <span lang="TH">หนอง</span>  <span lang="TH">ในสมอง</span>  <span lang="TH">ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบติดเชื้อบริเวณใบหน้า</span>  <span lang="TH">เช่น</span>  <span lang="TH">ฟันผุ</span>  <span lang="TH">หูน้ำหนวก</span>  <span lang="TH">ไซนัส</span>  <span lang="TH">ควรพบแพทย์ทันที </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: #333333; font-family: Tahoma;" lang="TH">อนึ่งการปวดส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ก็จะมีข้อแตกต่างออกไปจากการปวดอีกประเภท หนึ่งที่พบได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน คือ การปวดศีรษะ ซึ่ง</span><span style="font-size: 10pt; color: #333333; font-family: Tahoma;"> 90% <span lang="TH">ของผู้ป่วยปวดศีรษะจะเป็นลักษณะของ ไมเกรน และกล้ามเนื้อคอที่ตึงเครียดอีก</span> 10% <span lang="TH">อาจจะเป็นความผิดปกติของสมอง เนื้องอก ติดเชื้อ มีเลือดออก ความดันในสมองขึ้นสูง หรือสาเหตุภายนอกสมอง เช่น สาเหตุทางตา เยื่อโพรงจมูกอักเสบ หมอนกระดูกคอเสื่อม เส้นเลือดอักเสบ เป็นต้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;"><a href="http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/neuro/Headache/headache_warning.htm" target="main"><span style="text-decoration: none; text-underline: none;" lang="TH">สัญญาณอันตรายของอาการปวดศีรษะ</span></a><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span lang="TH">ที่ต้องปรึกษาแพทย์โดยด่วน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ลักษณะอาการที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน<span style="mso-spacerun: yes;">    </span></span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">1. ปวดศีรษะอย่างรุนแรง</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">  <span lang="TH">และเฉียบพลันหรือเรื้อรัง</span>  <strong></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">2. ปวดศีรษะร่วมกับการชัก</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">, <span lang="TH">มีไข้</span>, <span lang="TH">ซึมลง หรือ มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง <span style="mso-spacerun: yes;">   </span></span><strong></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">3. ปวดศีรษะเมื่อ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ไอ<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>จาม<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>หรือมีการก้มตัว<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>หรือ เบ่งอุจจาระ </span><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">4. <span lang="TH">ปวดศีรษะเฉียบพลันในผู้ป่วยเบาหวาน</span> <span lang="TH">โรคหัวใจ</span> <span lang="TH">ความดันโลหิตสูง</span> <span lang="TH">โรคมะเร็ง</span> <span lang="TH">หรือในผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด</span><strong></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">5. ปวดศีรษะจากการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ</span><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">6.กรณีที่เดิมเป็นไมเกรน</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">  <span lang="TH">รับประทานยาไม่ทุเลาภายใน</span>  72  <span lang="TH">ชั่วโมง</span>,  <span lang="TH">มีอาการรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เป็น</span>  <span lang="TH">หรือมีอาการแขนขาชา</span>  <span lang="TH">อ่อนแรง</span>  <span lang="TH">ตามัว</span>  <span lang="TH">อาเจียนมาก</span>  <span lang="TH">เดินเซร่วมด้วย <strong><span style="mso-spacerun: yes;"> </span></strong></span><strong></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">แนวทางการรักษาแบบแผนปัจจุบัน จะค้นหาสาเหตุจากประวัติการเจ็บป่วย ร่วมกับการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางการแพทย์</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">แพทย์จะดูจากประวัติโดยละเอียดจากผู้ป่วยและญาติ</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">  <span lang="TH">เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อใช้เป็นแนวทางให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เช่น การดำเนินโรคของอาการปวด</span>  <span lang="TH">อาการรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ อายุที่เริ่มปวดศีรษะ</span> <span lang="TH">ความถี่ของการปวด</span>  </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ความสัมพันธ์กับโรคอื่นหรือไม่</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span lang="TH">แล้วจึงวางแนวทางการรักษา บางรายก็ระงับโรคด้วยการใช้ยา แต่ก็มีข้อควรระวังคือการทานยาแก้ปวด หรือยาคลายเครียด บางชนิดนาน ๆ อาจจะทำให้มีผลเสียต่อร่างกายท่านได้ และในบางกรณี ยาแก้ปวด หรือยาระงับประสาท ก็เป็นสาเหตุให้มีการปวดศีรษะรุนแรงขึ้นด้วย อาการติดยา ซึมเศร้า ความจำเสื่อม ก็เป็นผลแทรกซ้อนจากยาแก้ปวดหรือยาระงับประสาทเช่นกัน<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ถ้าอาการไม่หายไปจากทานยาแก้ปวดธรรมดา </span><span class="ethai">2 – 3 </span><span lang="TH">ครั้งหรือพบแพทย์ทั่วไป </span><span class="ethai">2 – 3</span> <span lang="TH">หน อาการไม่ทุเลา ก็เป็นข้อบ่งชี้ท่านควรจะได้รับการตรวจพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญ บางรายที่อาการรุนแรงก็จะต้องแพทย์ในสาขาประสาทวิทยาผู้ที่ได้ศึกษาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะอาจจะต้องใช้วิธีการผ่าตัด ร่วมด้วย <strong></strong></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สำหรับแนวทางของการแพทย์บูรณาการ</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">แพทย์จะดูที่ประวัติการเจ็บป่วย และอาการ<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>แล้วจึงแบ่งตามลักษณะอาการและประเภทของอาการปวด เพื่อทำการรักษาและฟื้นฟูโดยเน้นวิธีการรักษาและแก้ไขที่ต้นเหตุของการเกิดโรค <span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สำหรับในกรณีที่มีอาการปวดเรื้อรัง แพทย์ก็จะใช้วิธีการตรวจรักษาด้วยเครื่องมือเพื่อทำการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่ถูกต้องอาทิ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เครื่องตรวจเช็คสภาพการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น เครื่องควันตัมสแกน บางรายถ้ามีความผิดปกติหรืออยู่ในขั้นรุนแรง อาจใช้วิธีการตรวจร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">CT SCAN <span lang="TH">เพื่อดูความผิดปกติของสมอง และจึงวางแผนแก้ไขหาต้นเหตุของการเกิดโรค วางโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เช่น บางคนก็เกิดจากการกระดูกทับหลอดเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เท่ากัน บางรายเกิดจากระบบการไหลเวียนโลหิต หลอดเลือดอุดตัน ก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไมเกรน เป็นต้นก็ต้องให้ผู้ป่วยทำการดีท๊อกหลอดเลือดด้วยวิธีการทำคีเลชั่น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>บางรายมีปัญหาเรื่องความเสื่อมของเซลล์ก็ต้องซ่อมเซลล์ เป็นต้น <span style="mso-spacerun: yes;">    </span>นอกจากนั้นแพทย์จะพิจารณาอาจใช้วิธีการกระตุ้นด้วยการฝังเข็ม<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>หรือการแพทย์ไคโรแพคติก ร่วมด้วย <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>เพื่อเป็นการฟื้นฟูและรักษาให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ที่สำคัญอย่าปล่อยให้อาการหนักขึ้น รักษาแต่เนิ่นๆจะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าปล่อยไว้จนหนักจนทำให้ลุกลามไปถึงขั้นสมอง อันตรายถึงชีวิตได้ เช่นกัน บางรายอาจพิการได้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1364</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Happy &amp; Healthy สไตล์ “พลอย  จริยะเวช”</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<link>http://www.health108.com/?p=1379</link>
		<comments>http://www.health108.com/?p=1379#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 03:32:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Beauty Style]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.health108.com/?p=1379</guid>
		<description><![CDATA[“พลอย จริยะเวช” นักเขียนและนักแปลหนังสือชื่อดัง เจ้าของรูปร่างอวบอิ่มที่หลายคนคุ้นเคย&#8230;แต่วันนี้เธอพกพาหุ่นผอมเพรียวมาอวดให้เราเห็นกัน&#8230;แต่จะเป็นสูตรไหนที่ทำให้น้ำหนักตัวของเธอหายไปกว่า 15 กก. ตามไปคุยกับเธอกันเลยค่ะ
 
โรคประจำตัวเยอะ
พลอยมีโรคประจำตัวเยอะค่ะ ทั้งไฮโปไทรอยด์, ไมเกรน, โรคนอนไม่หลับ และฮอร์โมนผิดปกติ ทำให้ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง ต้องกินฮอร์โมนและกินยาอยู่เป็นประจำ ซึ่งเพิ่งจะรู้ว่า จริงๆ แล้วการที่เราอ้วนนี้อาจจะมาจากโรคที่เราเป็น รวมถึงยาและฮอร์โมนที่เรากินด้วยก็ได้
ลดโรค &#38; ลดน้ำหนัก
เมื่อก่อนเคยคิดว่าการที่เราออกกำลังกายเยอะๆ แอคทีฟ และทำงานเยอะๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนักได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ดังนั้นพลอยจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการออกกำลังกายแค่อาทิตย์ละ 3 - 4 วัน พยายามไม่เครียด และมีสติให้มากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นการปรับสมดุลให้ร่างกาย พร้อมกับผลพลอยได้ในเรื่องของการลดน้ำหนักด้วย
แพ้ของมีประโยชน์
            พลอยเพิ่งจะไปตรวจเลือดมา พบว่าตัวเองแพ้ของมีประโยชน์ทั้งนั้นเลย ทั้งไก่, ไข่, นม, น้ำผึ้ง และโยเกิร์ต ซึ่งน่าตกใจมาก แรกๆ ก็ไม่เชื่อด้วยนะ แต่พอลองลดอาหารเหล่านี้แล้ว ก็พบว่าสุขภาพดีขึ้นจริงๆ เชื่อเลยค่ะว่า อาหารที่เราคิดว่ามีประโยชน์ บางครั้งมันอาจจะมีประโยชน์กับคนอื่นแต่มีโทษกับเราก็เป็นได้
สนุกกับการแต่งตัว    
ตอนนี้น้ำหนักอยู่ที่ 47 กก. ค่ะ จากเมื่อก่อนที่มากกว่านี้ตั้ง 15 กก. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">พลอย จริยะเวช</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> นักเขียนและนักแปลหนังสือชื่อดัง เจ้าของรูปร่างอวบอิ่มที่หลายคนคุ้นเคย&#8230;แต่วันนี้เธอพกพาหุ่นผอมเพรียวมาอวดให้เราเห็นกัน&#8230;แต่จะเป็น<strong><span style="font-weight: normal; font-family: Tahoma;">สูตรไหนที่ทำให้น้ำหนักตัวของเธอหายไปกว่า </span></strong></span><strong><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">15 <span lang="TH">กก. ตามไปคุยกับเธอกันเลยค่ะ</span></span></strong></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">โรคประจำตัวเยอะ</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">พลอยมีโรคประจำตัวเยอะค่ะ ทั้งไฮโปไทรอยด์, ไมเกรน, โรคนอนไม่หลับ และฮอร์โมนผิดปกติ ทำให้ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง ต้องกินฮอร์โมนและกินยาอยู่เป็นประจำ ซึ่งเพิ่งจะรู้ว่า จริงๆ แล้วการที่เราอ้วนนี้อาจจะมาจากโรคที่เราเป็น รวมถึงยาและฮอร์โมนที่เรากินด้วยก็ได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ลดโรค </span></strong><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">&amp; <span lang="TH">ลดน้ำหนัก</span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">เมื่อก่อนเคยคิดว่าการที่เราออกกำลังกายเยอะๆ แอคทีฟ และทำงานเยอะๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนักได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ดังนั้นพลอยจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการออกกำลังกายแค่อาทิตย์ละ 3 - 4 วัน พยายามไม่เครียด และมีสติให้มากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นการปรับสมดุลให้ร่างกาย พร้อมกับผลพลอยได้ในเรื่องของการลดน้ำหนักด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">แพ้ของมีประโยชน์</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>พลอยเพิ่งจะไปตรวจเลือดมา พบว่าตัวเองแพ้ของมีประโยชน์ทั้งนั้นเลย ทั้งไก่, ไข่, นม, น้ำผึ้ง และโยเกิร์ต ซึ่งน่าตกใจมาก แรกๆ ก็ไม่เชื่อด้วยนะ แต่พอลองลดอาหารเหล่านี้แล้ว ก็พบว่าสุขภาพดีขึ้นจริงๆ เชื่อเลยค่ะว่า อาหารที่เราคิดว่ามีประโยชน์ บางครั้งมันอาจจะมีประโยชน์กับคนอื่นแต่มีโทษกับเราก็เป็นได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สนุกกับการแต่งตัว<span style="mso-spacerun: yes;">    </span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ตอนนี้น้ำหนักอยู่ที่ 47 กก. ค่ะ จากเมื่อก่อนที่มากกว่านี้ตั้ง 15 กก. ทำให้พลอยสนุกกับการแต่งตัว เพราะใส่เสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์มากขึ้น ใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันได้เยอะขึ้น จากที่เมื่อก่อนเวลาจะแต่งตัวแต่ละครั้งก็ต้องลองเสื้อผ้าหลายต่อหลายชุดเพื่อให้ได้ชุดที่อำพรางรูปร่างอันอวบอิ่มให้มากที่สุด </span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สิ่งที่ภาคภูมิใจ</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สิ่งที่น่าภูมิใจสำหรับพลอย นอกจากเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนทำให้โรคต่างๆ หายไปและน้ำหนักลดลงแล้ว พลอยยังภูมิมากกับรางวัล </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH"><a title="เปรียว อวอร์ด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7_%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94"><span style="color: windowtext; text-decoration: none; text-underline: none;">เปรียว อวอร์ด</span></a> 2005</span>”<span lang="TH"> ซึ่งนิตยสารเปรียวมอบให้ 10 บุคคลคุณภาพแห่งปี ซึ่งประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมไทย&#8230;ไม่น่าเชื่อว่า 1 ในนั้นจะมีพลอยรวมอยู่ด้วย <span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อาหารจานโปรด</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">       <img class="alignleft size-full wp-image-1380" title="ptg00648010" src="http://www.health108.com/wp-content/uploads/2010/08/ptg00648010.png" alt="ptg00648010" width="104" height="150" />     </span>เมื่อก่อนพลอยพิสมัยกับการทานช็อกโกแล็ตมาก คือทานวันละเกือบๆ 10 แท่ง แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนแล้ว หันมาทานเป็นอาหารจำพวกโปรตีน อย่าง เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อปลาแทน ทำให้ผู้หญิงที่เคยแก้มยุ้ยมาเกือบทั้งชีวิตอย่างพลอย กลายมาเป็นสาวผอมเพรียวได้ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">หนังสือน่าอ่านของพลอย</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">            </span>นาทีนี้คงต้องแนะนำหนังสือเล่มนี้เลยค่ะ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“Happy &amp; Healthy <span lang="TH">สนุกกับการมีสุขภาพดีอย่างมีสไตล์</span>” <span lang="TH">ซึ่งพลอยนั่งคิดนอนเครียดอยู่หลายตลบ กว่าจะค้นคว้าได้แต่ละบรรทัด จนกลายเป็นหนังสือเล่มโตที่อันแน่นด้วยเนื้อหาน่าติดตามค่ะ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="background: #f8fcff; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.health108.com/?feed=rss2&amp;p=1379</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
