<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.7.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>HEALTH108</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
	<link>http://www.health108.com</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<lastBuildDate>Thu, 19 Aug 2010 08:11:33 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ถั่งเช่า (ราแมลง) 冬虫夏草 ตอนที่ 2</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>ได้กล่าวไปแล้วถึง การกำเนิดของสมุนไพร ถั่งเช่า จากหนอนผีเสื้อค้างคาวที่โตเต็มที่ในฤดูหนาว และถูกเชื้อราเจาะเข้าไปฟักตัวภายในจนตัวหนอนตาย เมื่อเชื้อราโตเต็มที่ในช่วงต้นฤดูร้อน เปลี่ยนสภาพเป็นต้นหญ้า ถั่งเช่าจึงเป็นสมุนไพรที่มีพื้นฐานการแปรเปลี่ยนของพลังจากตัวหนอนและเชื้อราเข้าด้วยกัน เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์กลาง ค่อนอุ่น รสหวาน เข้าเส้นลมปราณ ปอด และไต 
            สรรพคุณหลักๆ ที่กล่าวกันไว้ในตำราแพทย์จีน มีด้วยกัน 6 ประการคือ 
1. รักษาอาการไอเรื้อรัง
2. รักษาเหงื่อออกมากผิดปกติ เหงื่อออกเอง (เหงื่อออกตลอดเวลา自汗 โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว) และเหงื่อลักออก 盗汗 (ออกตอนกลางคืน)
3.รักษาอาการปวดเมื่อยเอว – เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
4. ช่วยรักษาภาวะไตอักเสบเรื้อรัง
5. ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของเคมีบำบัดจากการรักษามะเร็ง 
6. เสริมบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ขจัดความเหนื่อยล้า
            
1. รักษาอากรไอ หอบหืด ไม่ใช่ว่าไอทุกชนิดจะเหมาะกับถั่งเช่า ถั่งเช่าไม่เหมาะกับไอที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และต้องไม่ใช่ไอที่เกิดในระยะเฉียบพลัน มีไข้ตัวร้อน เสมหะเหลือง ฝ้าบนลิ้นเหลือง 
            ถั่งเช่าเหมาะสำหรับหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ในระยะที่อาการไม่รุนแรง  เสมหะมาก ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1415</link>
			</item>
	<item>
		<title>คืนสัญลักษณ์ความเป็นผู้หญิง&#8230;&#8230;ก้าวใหม่ในการรักษามะเร็งเต้านมกับ นพ.ชนินทร์  อภิวานิชย์</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นภัยคุกคามชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นที่รู้กันว่าการรักษานอกจากการฉายแสงแล้ว “การตัดเต้านม” ถือเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน  แต่หากถามใจผู้ป่วยทุกรายก็คงได้คำตอบเดียวกันว่า “ไม่อยากสูญเสียเต้านมไป” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ นพ.ชนินทร์ อภิวานิชย์ แพทย์ผู้ชำนาญพิเศษ ด้านศัลยกรรม ประจำสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พยายามศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยผู้ป่วย  ด้วยหน้าที่ของแพทย์ที่ทำงานทั้งการรักษาผู้ป่วย และทำงานวิจัยควบคู่กันไปเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงแนวทางการรักษาโรคมะเร็งต่างๆ ให้สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ และได้พบวิธีที่เรียกว่า “การตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ
ที่มาของการรักษาด้วยวิธีนี้
            “ต้องบอกก่อนว่ามะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่รักษาหายขาดได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ คนไข้กลัวเพราะเข้าใจว่าการรักษาต้องตัดเต้านมทิ้งอย่างเดียว  ซึ่งการตัดเต้านมก็ไม่ผิดเพราะเป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและเร็วที่สุด  แต่ผลที่ตามมาคือ เมื่อตัดแล้วคนไข้อาจไม่กล้าเข้าสังคม ต้องหาอุปกรณ์เสริมทรง หาเสื้อผ้าที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้รู้ว่าถูกตัดเต้านมทิ้งไปแล้ว จากปัญหาตรงจุดนี้จึงได้ศึกษาการตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากที่เยอรมันและอเมริกา เพราะชาวต่างชาติมักจะให้ความสำคัญเรื่องความสวยงาม ภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตในสังคมมากกว่าคนไทย ทางทีมแพทย์ก็เห็นเช่นเดียวกันว่า การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งเพียงอย่างเดียว ถ้ามองถึงเรื่องความสวยงามเราก็สามารถสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน จึงเริ่มทำวิธีนี้มาตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบันก็มีคนไข้ที่ได้รับการสร้างเต้านมใหม่ไปแล้วกว่าร้อยราย”
มีวิธีทำอย่างไร
            “วิธีนี้ต้องมีการวางแผนตั้งแต่ต้นในเรื่องของการทำศัลยกรรมเต้านม นอกเหนือจากการวางแผนรักษามะเร็ง เพราะหากผิดพลาดเต้านมอาจจะผิดรูปก็ได้ วิธีคือแพทย์จะตัดเอาเนื้อเต้านมออกเพียงบางส่วน โดยเริ่มตัดบริเวณหัวนมและปานนมออก พยายามคว้านเก็บเนื้อส่วนดีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วนำเอาไขมันและกล้ามเนื้อจากส่วนหลังหรือท้องน้อยของผู้ป่วยมาสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1357</link>
			</item>
	<item>
		<title>นวัตกรรมใหม่ แก้ไขอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>สาวใหญ่วัยหมดประจำเดือนทั้งหลายที่กำลังประสบปัญหากับอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ รวมไปถึงมีปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม วิ่ง หรือเดินแรงๆ และอายที่จะไปพบคุณหมอ มักจะหาทางแก้ที่ปลายเหตุด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ใช้น้ำหอมป้องกันกลิ่น บางคนถึงกับไม่ยอมดื่มน้ำ ไม่ยอมออกนอกบ้านไปไกลห้องน้ำด้วยความกังวล หรือบางรายถึงขั้นไม่ยอมเข้าสังคม เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน นับว่าเป็นปัญหาที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือปัสสาวะเล็ด เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการที่อุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อย ซึ่งเกิดจากการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหูรูด กระเพาะปัสสาวะ และระบบประสาท เป็นผลจากความอ้วนหรือฮอร์โมนพร่อง เมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงจากการคลอดบุตรหลายคนหรือการคลอดที่ใช้เวลานานเกิน 6-8 ชั่วโมง วิธีการรักษาที่มักถูกนำมาใช้ นอกจากการฝึกขมิบกล้ามเนื้อช่องคลอดแล้วก็คือการผ่าตัด แต่ส่วนใหญ่แล้วหลังจากการผ่าตัดไป   ก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก  
ทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกวิธีหนึ่งคือ  การใช้อุปกรณ์  “ยูเรสต้า” (Uresta)  ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นโดย ศ.น.พ.สกอต ฟาร์เรลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินปัสสาวะและสูตินรีแพทย์ ประจำ มหาวิทยาลัยดาล์เฮาซี ประเทศแคนาดา ซึ่งปัจจุบันยูเรสต้าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไปในประเทศแคนาดามาร่วม 2 ปี ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ด้านการแพทย์ดีเด่น Medical Design Excellence ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1353</link>
			</item>
	<item>
		<title>คนดัง กับเมนูสู่ความผอม</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>ศยามล  สิมะประเสริฐ  (เซเลบริตี้)   
พอใจกับรูปร่างไหม? ก็ค่อนข้างพอใจค่ะ แต่อยากจะลดในส่วนที่เป็นเซลลูไลท์ออกไป คืออยากให้ผิวเรียบเนียนสวยกว่านี้ค่ะ...ถ้าพูดถึงเมนูเด็ดสำหรับการดูแลรูปร่าง ใน 1 วัน มื้อเช้าก็จะดื่มกาแฟ กลางวันก็จะทานส้มตำ ส่วนมื้อเย็นหรือค่ำจะเลือกเป็นโฮลเกรนแบบแท่ง ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีไขมันค่ะ โดยเฉพาะ “ส้มตำกับปลาทู” นี่ชอบมาก อย่างช่วงหนึ่งเคยทานส้มตำกับปลาทูโดยไม่ทานอาหารอย่างอื่นเลยติดต่อกัน 1 อาทิตย์ ปรากฏว่าน้ำหนักลดลงไปถึง 3 กก. เลยทีเดียว 
 
..................................................................................................................
เพื่อน – กอบกุลยา  จึงประเสริฐศรี  (รองนางสาวไทยอันดับ 1 ปี 52)  
ไม่อยากอ้วนไปกว่านี้แล้วค่ะ ก็ต้องควบคุมไว้ เน้นที่เรื่องของอาหาร คือลดอาหารประเภทไขมัน เปลี่ยนจากน้ำมันสัตว์เป็นน้ำมันพืช งดอาหารที่มีกะทิ งดของหวาน จากเดิมที่ทานอาหารหลัก 3 มื้อ ก็จะแบ่งเป็นมื้อย่อย 6 มื้อ ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่ทานก็จะเป็นพวกผักและผลไม้ อย่างสลัดผัก โดยต้องเลือกเป็น “สลัดน้ำใส” ค่ะ ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1406</link>
			</item>
	<item>
		<title>อิ่มอร่อยแบบ “โลว์ คาร์บ” เพื่อสุขภาพ</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>ทุกวันนี้กระแสห่วงใยเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่มีคนให้ความสนใจมากขึ้น  โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนในแต่ละมื้อ รวมถึงปริมาณสารอาหารที่ได้รับ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าในแต่ละวันได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มากไปกว่านั้นคือ ยังสามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วย
จึงเกิดเป็นเมนูสุขภาพขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “เมนู โลว์ คาร์บ” (Low Carb) ซึ่งก็คือเมนูสุขภาพประเภทคาร์โบไฮเดรตน้อย ที่ในเมนูจะแสดงปริมาณคาร์โบไฮเดรต ว่ามีทั้งหมดกี่กรัม 
จุดสำคัญของเมนูโลว์ คาร์บ คือ การลดการรับประทานคาร์โบไฮเดรต เพราะการที่ลดคาร์โบไฮเดรตนั้นมีผลต่อการลดน้ำหนักได้อย่างดี กล่าวคือการที่ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตก่อน แล้วจึงมาเผาผลาญพลังงานจากไขมันที่เราทานเข้าไป และไขมันเก่าที่สะสมอยู่ในร่างกายเรา ดังนั้น หากเราทานคาร์โบไฮเดรตน้อยลง ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น และหากเราทานไขมันเข้าไปน้อยร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไปอีกด้วย ดังนั้น อันดับแรก เราจึงควรทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลงและควบคุมการทานไขมันให้น้อยลงด้วยเช่นกัน แล้วหันมาทานผักผลไม้ให้มากๆ เนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันน้อยที่สุดก็คือเนื้อปลานึ่ง ส่วนเนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันมากที่สุดคือเนื้อหมู 
เมนูแรกที่อยากแนะนำและพลาดไม่ได้สำหรับคนชอบปลาคือ “ปลาบารามันดีย่าง” (Grilled Barramundi) เนื้อปลาบารามันดี (ตระกูลเดียวกับปลากระพงขาว) ชิ้นโต เนื้อแน่น ย่างให้สุกพอดี โรยด้วยพริกไท และสมุนไพรเพิ่มความหอม เสิร์ฟพร้อม ผักสลัดสดใหม่และน้ำสลัดโซย่าพร้อมด้วยผักย่างไฟอ่อนๆ เพื่อเพิ่มสีสันและความอร่อย หรือเลือกเป็นเฟรนซ์ฟราย มันอบ ก็ไม่ผิดกติกา ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1391</link>
			</item>
	<item>
		<title>“ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา”  ดูแลจิตใจ คือความปลอดภัยของสุขภาพ</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>เคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่...ว่าตลอดชีวิตของคนเราจะสามารถทำงานได้จนถึงเมื่อไหร่ คำตอบที่ได้คงหลากหลาย ถ้ามองในมุมคนทั่วไปเมื่อเริ่มสูงอายุขึ้นก็คงลดภาระการงานลง พักผ่อนให้มากขึ้น รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่สำหรับ ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา กลับมีวิธีคิดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ดร.สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา  ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) พ.ศ. 2541 สถาปนิกไทยที่มีผลงานโดดเด่นจนมีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย ในวัย 71 ปี แต่ยังคงแข็งแรงทั้งๆ ที่หาเวลาพักผ่อนให้กับตัวเองได้น้อยมาก 
“ที่จริงแล้วผมเกือบจะไม่ได้ดูแลสุขภาพเลย แต่ก็พยายามจะหาเวลาว่างบ้าง เพราะหน้าที่ของผมเยอะมาก ถึงแม้ว่าจะเกษียณมาแล้ว 10 ปี ก็น่าจะมีงานลดลง แต่กลับกันผมกลับมีงานมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นงานเพื่อสังคม อย่างงานที่มูลนิธิดวงประทีปผมลาออกมาแล้ว 3 ปี แต่ก็ยังคงช่วยดูแลอยู่ห่างๆ งานด้านสถาปัตยกรรมก็มีให้ทำอีกมาก และผมก็ยังเป็นประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือรู้สึกเหมือนทำบาปทำกรรมเอาไว้เยอะ ตอนนี้ก็เลยต้องมาทำงานเพื่อสังคมชดใช้กรรม (หัวเราะ) งานของผมมันไม่มีวันเกษียณหรอก เมื่อยังมีแรงทำงานก็ยังคงต้องทำต่อไป”
ถึงจะมีเวลาน้อยมาก แต่ผมมักจะอาศัยเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ไปตีเทนนิสอาทิตย์ละครั้ง ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1372</link>
			</item>
	<item>
		<title>อุบัติเหตุของการคลอด&#8230;&#8230;.เรื่องที่แพทย์ก็ป้องกันไม่ได้</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ป่วย เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชนท่านหนึ่ง  กรณีผู้ป่วย ได้ไปคลอดที่โรงพยาบาลชุมชน ระหว่างรอคลอดมีอาการเลือดออกจากช่องคลอด แต่พยาบาล    ไม่มาดูแลและให้นอนรอต่อไป จนกระทั่งมีเลือดออกมากขึ้น พยาบาลจึงทำการกรีดถุงน้ำคร่ำ และแจ้งว่าอย่าเบ่งคลอดเพราะจะทำให้เด็กขาดอากาศหายใจเนื่องจากหัวเด็กออกมาทับสายสะดือ แต่ผู้ป่วยกลั้นลมเบ่งไม่ไหว  ต่อมาเมื่อแพทย์มาดูจึงให้ส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หลังการคลอดปรากฏว่าเด็กเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานก่อนมาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด   เลขาธิการแพทยสภาได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ พิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริง
             คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ได้เชิญผู้ป่วย มาให้ถ้อยคำ ได้ประชุมปรึกษาและตรวจพิจารณาคำร้องเรียน คำชี้แจงแก้คำร้องเรียน ความเห็นพยานผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า   ผู้ป่วย อายุ 38 ปี ตั้งครรภ์ที่ 2 อายุครรภ์ 41 สัปดาห์ ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลชุมชน 11 ครั้ง ผลการฝากครรภ์ปกติ ได้ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมชน เมื่อ เวลาประมาณ 08.00 น. ด้วยเรื่องเจ็บครรภ์คลอดมา 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล 
            ผลการตรวจร่างกายแรกรับพบว่าสัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร ความบางตัว ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1368</link>
			</item>
	<item>
		<title>เคล็ดลับการดูแลสุขภาพของเหล่าคนดัง</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>ในเดือนเมษายน มีวันสำคัญอีกวันหนึ่งนั่นก็คือ “วันครอบครัว” ที่สำหรับสังคมไทยแล้ว “ครอบครัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุ” ถือเป็นบุคคลที่ลูกหลานให้ความเคารพและควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อให้ท่านได้มีความสุขและใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความอบอุ่นจากครอบครัว   แต่นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพของตัวผู้สูงอายุเองก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและหาวิธีที่เหมาะสมในแต่ละคนเช่นกัน Cover Story ฉบับนี้จึงขอนำเสนอเคล็ดลับดีๆ จากเหล่าคนดัง (สูงวัย) ในการดูแลสุขภาพที่ไม่ยากหากจะนำไปปรับใช้ 
…………………………………………………………………………………………………………
ทำจิตใจให้สบาย เคล็ดลับง่ายๆ จากอาจารย์แม่
            รศ.สุนีย์  สินธุเดชะ หรือ อาจารย์แม่  ครูผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสร้างเด็กไทยให้ก้าวทันโลก ในวัย 73 ปีที่ยังคงดูแข็งแรงและยิ้มแย้มอยู่เสมอ จนเป็นภาพที่จดจำของหลายๆ คน แม้ในวันนี้จะยังคงทำงานหลากหลายและมีตำแหน่งเป็นถึงอธิการบดี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต  ก็ไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพให้พร้อมอยู่เสมอ ด้วยวิธีคิดที่ไม่เหมือนใคร โดยแนะนำอย่างอารมณ์ดีว่า
            “เรื่องการดูแลสุขภาพแต่ละคนก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไปตามสภาพร่างกาย อย่างครูในวัยนี้จะไปออกกำลังอะไรหนักมากมันไม่ได้อยู่แล้ว ก็อาศัยการเดินหรือกายบริหารแทน แต่วิธีที่ทำมาตลอดและช่วยให้เราสุขภาพดีได้ นั่นคือ “การดูแลจิตใจให้มีความสุข” จิตใจเราสำคัญที่สุด ตัวเราต้องพยายามเองไม่มีใครช่วยได้หรอก เพราะถ้าจิตใจเราสบายไม่เครียด ร่างกายเราก็จะดีไปด้วยเหมือนกัน ซึ่งครูก็ทำมาตลอดตั้งแต่เริ่มสอนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยู่กับงานที่รัก อยู่กับลูกศิษย์ มันมีความสุข จะไปเครียดทำไม เพราะคนเราทุกคนพอมีความเครียด ไม่นานร่างกายก็จะเริ่มแย่ลง ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1384</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปวดศีรษะอย่านิ่งนอนใจ&#8230;อันตรายถึงชีวิต</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>อาการปวดศีรษะ  ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอนครับ อาการที่คิดว่าเล็กน้อย  จริงๆ แล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  อาการปวดศีรษะเป็นอาการหนึ่งที่พบบ่อย และคนเราทุกคนคงจะเคยปวดศีรษะมาแล้วทั้งสิ้น แต่อาการปวดศีรษะบางครั้งไม่รุนแรง หายเองได้ หรือเพียงนอนพักหรือทานยาแก้ปวดก็ดีขึ้น อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยบางรายที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรงจนเป็นอาการนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่พบได้
ส่วนประกอบของศีรษะ 
1.       หนังศีรษะ                       2. เนื้อเยื่อ                      3.กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ 


	 

	กะโหลกศีรษะ                  5. เยื่อหุ้มสมอง                6. สมอง 



7.       อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับสมองและอาจมีส่วนในการปวดศีรษะได้แก่
-  จมูก  โพรงไซนัส          - นัยน์ตา
-  ช่องหู                                     - ช่องปาก
-  กระดูกต้นคอ 
 
เรื่องของอาการปวดศีรษะแยกประเภทหลักๆ  แบ่งเป็น  2 ประเภท  ก็คือ  ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก  และ  ปวดศีรษะที่เป็นอันตราย   
ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก  ได้แก่   ไมเกรน      ภาวะทางจิตใจ  ภาวะความตึงเครียดจากการทำงาน หรือจากสาเหตุ
- กระดูกและกล้ามเนื้อต้นคอ 
- จากไซนัสอักเสบ ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1364</link>
			</item>
	<item>
		<title>Happy &amp; Healthy สไตล์ “พลอย  จริยะเวช”</title>

<link rel="stylesheet" href="http://www.health108.com/wp-content/plugins/cms-navigation/css/cms-navigation.css?ver=0.1" type="text/css" media="all" />
		<description>“พลอย จริยะเวช” นักเขียนและนักแปลหนังสือชื่อดัง เจ้าของรูปร่างอวบอิ่มที่หลายคนคุ้นเคย...แต่วันนี้เธอพกพาหุ่นผอมเพรียวมาอวดให้เราเห็นกัน...แต่จะเป็นสูตรไหนที่ทำให้น้ำหนักตัวของเธอหายไปกว่า 15 กก. ตามไปคุยกับเธอกันเลยค่ะ
 
โรคประจำตัวเยอะ
พลอยมีโรคประจำตัวเยอะค่ะ ทั้งไฮโปไทรอยด์, ไมเกรน, โรคนอนไม่หลับ และฮอร์โมนผิดปกติ ทำให้ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง ต้องกินฮอร์โมนและกินยาอยู่เป็นประจำ ซึ่งเพิ่งจะรู้ว่า จริงๆ แล้วการที่เราอ้วนนี้อาจจะมาจากโรคที่เราเป็น รวมถึงยาและฮอร์โมนที่เรากินด้วยก็ได้
ลดโรค &#38; ลดน้ำหนัก
เมื่อก่อนเคยคิดว่าการที่เราออกกำลังกายเยอะๆ แอคทีฟ และทำงานเยอะๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนักได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ดังนั้นพลอยจึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการออกกำลังกายแค่อาทิตย์ละ 3 - 4 วัน พยายามไม่เครียด และมีสติให้มากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นการปรับสมดุลให้ร่างกาย พร้อมกับผลพลอยได้ในเรื่องของการลดน้ำหนักด้วย
แพ้ของมีประโยชน์
            พลอยเพิ่งจะไปตรวจเลือดมา พบว่าตัวเองแพ้ของมีประโยชน์ทั้งนั้นเลย ทั้งไก่, ไข่, นม, น้ำผึ้ง และโยเกิร์ต ซึ่งน่าตกใจมาก แรกๆ ก็ไม่เชื่อด้วยนะ แต่พอลองลดอาหารเหล่านี้แล้ว ก็พบว่าสุขภาพดีขึ้นจริงๆ เชื่อเลยค่ะว่า อาหารที่เราคิดว่ามีประโยชน์ บางครั้งมันอาจจะมีประโยชน์กับคนอื่นแต่มีโทษกับเราก็เป็นได้
สนุกกับการแต่งตัว    
ตอนนี้น้ำหนักอยู่ที่ 47 ...</description>
		<link>http://www.health108.com/?p=1379</link>
			</item>
</channel>
</rss>
