อัตราโฆษณา

Editor's Talk

ยึดทรัพย์มโหฬาร 46,000 ล้านบาท บทเรียนครั้งใหญ่ของประเทศไทย

08 Mar 2010

การยึดทรัพย์ผู้มีอำนาจระดับสูงในประเทศไทยเกิดครั้งแรกในปี 2507 จองพลถนอม กิตติขจรรัฐประหารยึดอำนาจและสั่งให้มีการยึดทรัพย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ประมาณ 600 ล้านบาท

ครั้งที่ 2 คราวนี้จอมพลถนอมโดนบ้าง  เป็นหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516  รัฐบาลนายสัญญา  ธรรมศักดิ์ยึดทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบจากจอมพลถนอม กว่า 400 ล้านบาท( ตัวเลขประมาณนี้ )

มาครั้งที่ 3 ราวปี 2534 ที่รสช.ยึดอำนาจจากรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย  ชุณหวัณและนำเอาเรื่องร่ำรวยผิดปกติขึ้นสู่ศาล  สุดท้ายศาลสั่งให้ยึดทรัพย์กว่า 1,600 ล้านบาท  ต่อมามีการอุธรณ์และท้ายที่สุดคดีหลุด เป็นอันต้องคืนทรัพย์ที่ยึดมา

คราวนี้เป็นครั้งที่ 4 เป็นคราวของนายกฯทักษิณ  ชินวัตร ภายหลังจากการยึดอำนาจของคปค.เมื่อ 19 กันยายน 2549 แล้วมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตฯ(คตส.)เพื่อค้นหาหลักฐานต่างๆที่ประพฤติมิชอบโดยอาศัยอำนาจนายกฯที่มีอยู่ แล้วส่งฟ้องในปี 2551ให้ยึดทรัพย์สิน 76,000 ล้านบาท  ภายหลังการไต่สวนของศาลซึ่งใช้เวลานานร่วมปีกว่า จนมีคำพิพากษาเมื่อ 26 กุมภา 2553 ออกมาว่า ให้ยึดทรัพย์สิน 46,000 ล้านเศษและคืนให้ 30,000 ล้านเศษ

ถือว่าเป็นการยึดทรัพย์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย

ก่อนจะถึงวันพิพากษา  ถ้าใครสังเกตข่าวต่างๆบนหน้าหนังสือพิมพ์จะพบว่า กลิ่นข่าวคราวทุจริตในบ้านเมืองไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย  ผมจะลองทบทวนไล่เรียงให้ดูก็ได้

-           ข่าวการซื้อตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทยและในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เก้าอี้บางตัวราคาสูงเป็น 10-20 ล้านเลยทีเดียว

-           ข่าวการเช่าซื้อระบบคอมพิวเตอร์กว่า 3,400 ล้านในกระทรวงมหาดไทย

-           ข่าวการส่อทุจริตในการจัดซื้อตำราเรียนในกระทรวงศึกษา

-           ข่าวการใช้เงินผิดประเภทในงบภัยพิบัติที่บางจังหวัดในภาคอีสาน

-           ข่าวการจัดซื้อวัสดุและอุกรณ์ทางการแพทย์ในงบไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีการโต้กันไปโต้กันมาเมื่อกลางเดือนมค.53ที่ผ่านมา

ยังไม่นับเรื่องการโกงการสอบเข้านายอำเภอ  และเรื่องอดีตผู้ว่าททท.รับสินบนจาก2สามี-ภรรยาชาวอเมริกันที่มาประมูลงานเทศกาลภาพยนตร์ไป ซึ่งเรื่องมาปูดขึ้นเพราะการสืบสวนสอบสวนของศาลในสหรัฐฯ

ท่านเห็นเหมือนผมไหมครับว่า  ประเทศกำลังถูกผู้มีอำนาจปู้ยี่ปู้ยำหนักข้อขึ้นทุกวัน  ถ้าประเทศเราเปรียบเป็นคนๆหนึ่ง  เรากำลังเป็นโรคมะเร็งคอรัปชั่นเรื้อรังซึ่งกำลังแพร่กระจายเชื้อไปทั่วร่างจนน่ากลัวว่า  ถ้าไม่มีการจับลงโทษให้หนัก 

ประเทศไทยอาจถึงคราวล้มละลายได้ 

ผมไปดูการจัดอันดับประเทศคอรัปชั่นในปี 2552 จาก 180 ประเทศโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศพบว่า 10 อันดับประเทศที่มีคอรัปชั่นน้อยที่สุดคือ นิวซีแลนด์ , เดนมาร์ก , สวีเดน , สิงคโปร์ ,สวิสเซอร์แลนด์,ฟินแลนด์,ออสเตรเลีย,แคนาดาและไอซ์แลนด์  น่าสังเกตว่าส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรป

ถ้าลองไปดูเฉพาะประเทศในเอเชียจากคะแนนเต็ม10  อันดับ1คือสิงคโปร์(9.2) อันดับ2คือฮ่องกง(8.2) อันดับ3คือญี่ปุ่น(7.7) อันดับ4คือไต้หวัน(5.6) อันดับ5คือเกาหลีใต้(5.5) อันดับ6คือภูฐาน(5.0) อันดับ7คือมาเลเซีย(4.5) อันดับ8คือจีน(3.6) อันดับ9คืออินเดีย(3.4)เท่ากับประเทศไทย(3.4) จัดอยู่ในอันดับที่ 84 จาก 180 ประเทศ

ใน 180 ประเทศมีที่ได้คะแนนเกินครึ่ง(5.0)อยู่แค่ 46 ประเทศ  อีก 134 ประเทศคะแนนต่ำกว่าครึ่ง แสดงให้เห็นว่าเรื่องโกงกินและคอรัปชั่นเป็นเรื่องใหญ่ทั่วโลก

ผมเงินที่ถูกคอรัปชั่นไปแต่ละปีๆ  ถ้ายึดคืนกลับมาเป็นเงินของแผ่นดินได้สัก 5 ปีย้อนหลัง  ป่านนี้เราคงมีรถไฟรางคู่  มีรถไฟใต้ดิน  แก้ปัญหาภัยแล้งและมีงบส่งเสริมสุขภาพคนในประเทศได้ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว


2010 HEALTH108 | Entries (RSS) and Comments (RSS)
Design by Design Your Web Page - Powered By Blog Collector, dry skin itching