คืนสัญลักษณ์ความเป็นผู้หญิง……ก้าวใหม่ในการรักษามะเร็งเต้านมกับ นพ.ชนินทร์ อภิวานิชย์
“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นภัยคุกคามชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นที่รู้กันว่าการรักษานอกจากการฉายแสงแล้ว “การตัดเต้านม” ถือเป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐาน แต่หากถามใจผู้ป่วยทุกรายก็คงได้คำตอบเดียวกันว่า “ไม่อยากสูญเสียเต้านมไป” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ นพ.ชนินทร์ อภิวานิชย์ แพทย์ผู้ชำนาญพิเศษ ด้านศัลยกรรม ประจำสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พยายามศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยผู้ป่วย ด้วยหน้าที่ของแพทย์ที่ทำงานทั้งการรักษาผู้ป่วย และทำงานวิจัยควบคู่กันไปเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงแนวทางการรักษาโรคมะเร็งต่างๆ ให้สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศ และได้พบวิธีที่เรียกว่า “การตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ
ที่มาของการรักษาด้วยวิธีนี้
“ต้องบอกก่อนว่ามะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่รักษาหายขาดได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ คนไข้กลัวเพราะเข้าใจว่าการรักษาต้องตัดเต้านมทิ้งอย่างเดียว ซึ่งการตัดเต้านมก็ไม่ผิดเพราะเป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและเร็วที่สุด แต่ผลที่ตามมาคือ เมื่อตัดแล้วคนไข้อาจไม่กล้าเข้าสังคม ต้องหาอุปกรณ์เสริมทรง หาเสื้อผ้าที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้รู้ว่าถูกตัดเต้านมทิ้งไปแล้ว จากปัญหาตรงจุดนี้จึงได้ศึกษาการตัดเต้านมและสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากที่เยอรมันและอเมริกา เพราะชาวต่างชาติมักจะให้ความสำคัญเรื่องความสวยงาม ภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตในสังคมมากกว่าคนไทย ทางทีมแพทย์ก็เห็นเช่นเดียวกันว่า การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งเพียงอย่างเดียว ถ้ามองถึงเรื่องความสวยงามเราก็สามารถสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน จึงเริ่มทำวิธีนี้มาตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบันก็มีคนไข้ที่ได้รับการสร้างเต้านมใหม่ไปแล้วกว่าร้อยราย”
มีวิธีทำอย่างไร
“วิธีนี้ต้องมีการวางแผนตั้งแต่ต้นในเรื่องของการทำศัลยกรรมเต้านม นอกเหนือจากการวางแผนรักษามะเร็ง เพราะหากผิดพลาดเต้านมอาจจะผิดรูปก็ได้ วิธีคือแพทย์จะตัดเอาเนื้อเต้านมออกเพียงบางส่วน โดยเริ่มตัดบริเวณหัวนมและปานนมออก พยายามคว้านเก็บเนื้อส่วนดีเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วนำเอาไขมันและกล้ามเนื้อจากส่วนหลังหรือท้องน้อยของผู้ป่วยมาสร้างเต้านมขึ้นมาใหม่ หรืออาจเสริมซิลิโคนเข้าไปแทนในบางส่วน วิธีนี้จะทำให้ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานกลับบ้านได้เร็วขึ้น ซึ่งหลังจากทำเสร็จแล้วจะไม่มีหัวนม แต่ก็สามารถปลูกถ่ายจากหัวนมอีกข้างได้เช่นกันหากผู้ป่วยต้องการ และทั้งนี้ยังต้องรักษาเรื่องมะเร็งต่อเนื่องตามมาตรฐานต่อไป
[...]
“นพ.สมศักดิ์ เจริญชัยปิยกุล” กับข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อการรักษา พ.ศ. 2552
“แพทย์มีหน้าที่รักษาคนไข้” เป็นคำพูดที่ นายแพทย์สมศักดิ์ เจริญชัยปิยกุล แพทย์ออโธปิดิกส์ โรงพยาบาลราชวิถี ยึดถือตลอดมาไม่ว่าจะมีภารกิจใดๆ ก็ต้องนึกถึงคนไข้เสมอ ซึ่งนอกจากรักษาคนไข้เป็นงานหลักแล้ว ในอีกบทบาทหนึ่งก็รับตำแหน่งเป็นอนุกรรมการบริหารแพทยสภา ด้วยความตั้งใจที่ว่า “อยากให้ประชาชนเข้าใจถึงวิชาชีพแพทย์ และทำให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม” จึงได้เสนอตัวเริ่มงานกับแพทยสภามากว่า 7 ปีถึงปัจจุบัน และล่าสุดได้ร่วมผลักดันให้เกิดข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาด้วย Stem Cell ว่าด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อการรักษา พ.ศ. 2552 ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 นี้
ทำไมแพทยสภาจึงออกข้อบังคับนี้ ?
“เนื่องจากปัจจุบันโรงพยาบาลรวมถึงสถาบันวิจัยต่างๆ ได้นำเรื่องการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรือ Stem Cell มาใช้ในการบำบัดรักษาโรคมากขึ้น และนำมาโฆษณาประชาสัมพันธ์ อวดอ้างว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ ซึ่งทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าผลลัพธ์ของงานวิจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังไม่มีความชัดเจน อาจจะสร้างความสับสนและทำให้สังคมเกิดความสงสัยในเรื่องงานวิชาการกับจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง ทางคณะกรรมการแพทยสภาจึงได้ดำเนินการประกาศใช้ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ว่าด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อการรักษาขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชน ในการรักษาด้วยการใช้ Stem Cell ให้เป็นมาตรฐานเดียวคือ เรื่องโรคเลือด [...]
“นพ.ไพจิตร์ วราชิต”เล่าถึงโครงการดีๆ ของกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต อดีตกุมารแพทย์ ที่เบนเข็มมาทำงานในสายงานบริหาร ด้วยเหตุผลที่ว่า “การที่เราเป็นนักวิชาการอย่างเดียว มันไม่สามารถทำในสิ่งที่เราคิดอยากทำได้” ท่านจึงเริ่มงานในสายบริหารด้วยการเป็นผู้ช่วยสาธารณสุขจังหวัด ต่อมาได้ขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จนกระทั่งได้เข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในปัจจุบัน
ซึ่งท่านถือเป็นผู้ผลักดันโครงการดีๆ อย่าง โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ด้วยแนวคิด “ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมากกว่าการรักษา” เพื่อสุขภาพที่ดีและเข้าถึงประชาชน
โครงการนี้มีที่มา…….
เป็นการสานต่อจากโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่เน้นเรื่องของการทำอย่างไรให้คนปกติไม่ป่วย และคนที่ป่วยต้องได้รับบริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ดีและทั่วถึง จึงมาคิดว่าเราจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลใหญ่ๆ แต่ต้องได้รับการบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง จึงเกิดเป็นโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลขึ้น ด้วยสโลแกน “ใกล้บ้าน…ใกล้ใจ”
การดำเนินการ……………
ในช่วงเริ่มต้นได้มีการขยายการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขออกไปแล้ว โดยเฉพาะระดับอำเภอและตำบล ซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด แต่ก็พบว่าถึงจะให้บริการมากเพียงใด โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่ลดน้อยลง ยังคงมีประชาชนที่เจ็บป่วยอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขต้องการเน้นก็คือ เรื่องของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มากกว่าการรักษา แต่อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ประชาชนต้องการและมีความคาดหวังจากกระทรวงสาธารณสุขก็คือ การบริการทางการแพทย์
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลจึงเป็นสิ่งที่สามารถเติมเต็มในสิ่งที่ขาดได้ ด้วยการเพิ่มการบริการให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเชื่อมโยงกันในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ตที่สามารถติดต่อกันได้ทั้งภาพและเสียง ที่เรียกว่า “Tele Medicine ” เพื่อให้แพทย์จากโรงพยาบาลสามารถเห็นคนไข้ ซักถามข้อมูลการเจ็บป่วยได้ รวมถึงการดำเนินการในลักษณะที่ใช้รั้วโรงพยาบาลเป็นรั้วตำบล เตียงที่บ้านผู้ป่วยคือเตียงคนไข้ [...]
โครงการดีๆ เพื่อผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ของ น.ท.นพ.เอกพงษ์ โกมลหิรัณย์ หัวหน้าแผนกออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.จันทรุเบกษา กรมแพทย์ทหารอากาศ
แพทย์ท่านนี้รักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม และกำลังทำงานชิ้นสำคัญ คือ โครงการผ่าตัดข้อเข่าเทียมเฉลิมพระเกียรติ 83 พรรษา เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี รพ.จันทรุเบกษา กรมแพทย์ทหารอากาศ
เริ่มงานนี้ได้อย่างไร
“ หลังจบแพทย์ผมเลือกเรียนต่อทาง ด้านศัลยกรรมกระดูก ที่สนใจเรียนด้านนี้เพราะชอบการผ่าตัดและปัญหาเกี่ยวกับกระดูกก็ไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ไม่เหมือนกับผ่าตัดสมองหรือหัวใจ ซึ่งจะเครียดกว่า ก็คือเป็นการผ่าตัดที่ไม่เครียดจนเกินไป และผลของการผ่าตัดก็ค่อนข้างดี ไม่ต้องนั่งปวดหัวว่าคนไข้จะเสียชีวิตหรือเปล่า ผลหลังการผ่าตัดก็เห็นทันตาหลังจากผ่าตัดเสร็จ พอทำงานไปแล้วจึงเจาะจง สโคปให้แคบลงไปอีก ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ก็จะดูแลปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นหลัก เหตุผลข้อหนึ่งก็คือ คนในครอบครัวเป็นกันหลายคน มีคุณป้าเป็นมาก จนต้องผ่าตัดหัวเข่าไปแล้ว 2 คน คุณแม่เป็นน้อยแต่รีบรักษาเร็ว ก็ยังไม่ต้องผ่าตัด คุณตาของผมอายุ 90 กว่า เป็นมากสมควรจะผ่าตัด แต่ไม่สามารถผ่าตัดได้เพราะว่ามีโรคประจำตัวหลายอย่าง ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือ เราต้องรู้ว่าโรคนี้ถ้ามาช้าส่วนใหญ่แก้ไขอะไรไม่ได้ มักจะลงเอย ด้วยการผ่าตัด ซึ่งไม่มีใครต้องการ ถึงแม้ผล ของการผ่าตัด ณ ปัจจุบันจะดีมาก แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าหากมีอาการน้อย ๆ แล้วไม่ต้องทน รีบมาตรวจรักษา จะได้หายตั้งแต่ที่ยังเป็นน้อยๆ และก็ไม่ต้องผ่าตัดด้วย ”
รู้ทันข้อเสื่อม……
โรคข้อเข่าเสื่อมมีอาการ สำคัญ [...]
ช่วยเลิกบุหรี่ อีกหนึ่งภารกิจของ “ภก.คทา บัณฑิตานุกูล” ประธานมูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน
“ยา” เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม จะเห็นความสำคัญของมันก็ต่อเมื่อมีความเจ็บป่วยเกิดขึ้นเท่านั้น…แต่สำหรับ “ภก.คทา บัณฑิตานุกูล” แล้ว เรื่องยา ยังคงมีแง่มุมที่น่าสนใจและน่าค้นหาเสมอ
“ภก.คทา บัณฑิตานุกูล” ประธานมูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน ซึ่งงานหลักของท่านก็คือการพัฒนาร้านขายยาให้มีคุณภาพ และอีกบทบาทที่สำคัญคือประธานเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ สภาเภสัชกรรม
“จากเดิมซึ่งเคยทำเฉพาะเรื่องพัฒนาร้านยา แต่ตอนนี้เข้ามามีบทบาทในเรื่องของงานเลิกบุหรี่มากขึ้น แต่ก็ยังเป็นงานเลิกบุหรี่ที่เกี่ยวเนื่องกับร้านขายยาอยู่ เพราะจุดแข็งของร้านยาคือ มีกระจายอยู่ในแทบทุกชุมชน มีคนเข้ามารับบริการจำนวนมากในแต่ละวัน บางทีก็เป็นญาติบางทีก็เป็นตัวของผู้สูบบุหรี่เองเข้ามาใช้บริการร้านขายยา ซึ่งถ้าเราให้ร้านยามีทัศนคติในการที่จะช่วยเลิกบุหรี่ ผู้ต้องการเลิกบุหรี่ก็จะพูดคุยซักถามและใช้ระยะเวลาไม่นานในการที่จะเลิกบุหรี่ได้…หรือแม้กระทั่งร้านยาที่มียาช่วยเลิกบุหรี่ หมากฝรั่งและแผ่นแปะเลิกบุหรี่จำหน่าย มูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน ก็จะเข้าไปช่วยอบรมให้ร้านยามีศักยภาพถึงขั้นที่สามารถใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่ได้ เนื่องจากปัจจุบัน ยาช่วยเลิกบุหรี่ยังไม่ได้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ โรงพยาบาลส่วนใหญ่จึงยังไม่มียาตัวนี้ ผู้สูบบุหรี่ที่ต้องการเลิกบุหรี่จะต้องไปหาซื้อเองเสียค่าใช้จ่ายเอง และยังถูกจำกัดด้วยราคาของยาและผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่ที่มีราคาแพง”
ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่า เด็กรุ่นใหม่ที่สูบบุหรี่มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ และที่น่าห่วงคือ เราเริ่มมองเห็นสัญญาณว่า ผู้หญิงสูบบุหรี่มากขึ้น เป็นตัวเลขที่สูงกว่าผู้ชาย คำว่าสูงไม่ได้หมายความว่าจำนวน แต่หมายความถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของการสูบบุหรี่หน้าใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงเยอะขึ้นมาก นั่นเป็นเพราะกลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ที่พยายามสร้างทัศนคติให้ผู้หญิงมองว่า หญิงและชายทัดเทียมกันและสังคมเปิดกว้างขึ้น ทำให้ผู้หญิงมองว่าการสูบบุรี่เป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบฯ กำลังทำอยู่ในแผนงานก็คือ การพัฒนาทำลูกอมนิโคติน ให้มันอมง่าย แล้วก็อาจจะทำเรื่องสเปรย์นิโคติน เพื่อให้ราคาถูกลงและผู้ต้องการเลิกบุหรี่เข้าถึงง่ายขึ้น
ซึ่งจริงๆ แล้วยาสำหรับใช้เลิกบุหรี่นั้นมี 2 ประเภท คือ 1. นิโคตินทดแทน ที่ผสมลงไปในบรรดาหมากฝรั่งและแผ่นแปะเลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นนิโคตินที่มีอันตรายน้อยกว่านิโคตินในบุหรี่ [...]
คุยเรื่อง “ผ่าตัดยกกระชับ” กับ นพ.สมชาย จันทร์เจริญ
เดี๋ยวนี้ “ความสวย” เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่อาวุธที่สามารถจะมัดใจสามีไว้ได้ แต่ต้องมีทั้ง “ความสวย…สาว และสด” ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงหลายคนจึงไม่รีรอที่จะไปนอนให้หมอ(สูติ) ผ่าตัดยกกระชับอวัยวะส่วนสงวน หรือที่เรียกว่า “รีแพร์” นั่นเอง
วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ “นพ.สมชาย จันทร์เจริญ” สูตินรีแพทย์ ผู้ซึ่งทำการผ่าตัดยกกระชับความสาว ให้กับผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ท่านเล่าให้ทีมงานฟังว่า หลังจากที่เรียนจบเป็นสูตินรีแพทย์มากว่า 30 ปี ก็ได้ทำการรักษาคนไข้สตรีที่มาด้วยโรคทั่วๆ ไปตามปกติ แต่ระยะหลังๆ ได้เข้ามาอยู่ในวงการเกี่ยวกับการทำรีแพร์ค่อนข้างมาก เพราะคนไข้เข้ามาปรึกษาถึงปัญหานี้มากขึ้น
สร้างความสมานฉันท์ คืองานของเรา
คุณหมอบอกว่า “ผู้หญิงที่อายุ 30 - 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะหญิงที่มีลูกแล้ว มักมีปัญหาความไม่กระชับของช่องคลอด บางครั้งส่งผลถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในครอบครัว เพราะในระหว่างการทำภารกิจ การเสียดสีจะน้อยลง ทำให้ผู้ชายต้องใช้เวลานานขึ้น จนเกิดความเบื่อหน่าย ผู้ชายแอบไปมีกิ๊กนอกบ้าน การทำรีแพร์จึงกลายเป็นทางออกของปัญหา ซึ่งผมเองก็มีหน้าที่รับฟังและช่วยผ่าตัดแก้ไขให้ความสัมพันธ์ของเขากลับมาดีดังเดิม….แต่สิ่งที่คนไข้ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนก็คือ ต้องการทำเพื่ออะไร คิดว่าทำไปแล้วจะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ มันเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดหรือเปล่า อันนี้ต้องตกลงกับคนไข้ให้เข้าใจก่อน เพราะถ้าเกิดแก้ไม่ตรงจุดเราก็ไม่อยากให้คนไข้มาเสียค่าใช้จ่าย เสียเวลาในจุดนี้”
รีแพร์คืออะไร..ทำไมต้องทำรีแพร์?
ตามหลักการแพทย์จริงๆ การทำรีแพร์มักจะทำในคนไข้ที่ผ่านการคลอดบุตรมาแล้วหลายคน เพราะคนเหล่านั้นมักมีปัญหาการหย่อนยานของช่องคลอด ส่งผลให้มีปัสสาวะเล็ดเวลาไอหรือจาม ถ้าเป็นมากๆ จะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะไว้ได้ ซึ่งการทำรีแพร์อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความสวยงาม [...]
“นพ.อัญวุฒิ ช่วยวงศ์ญาติ” แนะ “ใช้อาหารเป็นยารักษาโรค”
ในวงการแพทย์ปัจจุบันคงต้องยอมรับว่า ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกได้เข้ามามีบทบาทมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาคนไข้จำนวนไม่น้อย เรียกว่าผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบันกันได้อย่างลงตัว ส่งผลถึงประสิทธิภาพในการรักษาที่ดียิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้เอง “นพ.อัญวุฒิ ช่วยวงศ์ญาติ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาแบบองค์รวมและสร้างภูมิคุ้มกัน จากสถาบัน HMC Holistic Medical Center จึงบอกกับเราว่า เดินมาถูกทางแล้วกับการเลือกทำงานด้านเวชศาสตร์ป้องกัน
“ผมให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคมากกว่าเป็นโรคแล้วค่อยมารักษา ผมจึงทำงานด้านเวชศาสตร์ป้องกันมาตลอด ดูแลงานให้กับแผนกตรวจสุขภาพหรือที่เรียกว่าเช็คอัพร่างกาย อยู่หลายแห่ง จนทำให้ผมรู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพกันมากนัก มักใช้ความรู้สึกตัวเองเป็นหลักว่า แข็งแรงดี สบายดี ปกติดี แต่ที่จริงเราไม่รู้หรอกว่าร่างกายข้างในเราเป็นอย่างไร มันอาจไม่แสดงออกมาตอนนี้ แต่อีก 10-20 ปีข้างหน้าเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
แม้ว่าปัจจุบันคนจะตื่นตัวและหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น แต่ก็ยังคงต้องพึ่งพา “ยา” ในการรักษาโรค โดยเฉพาะโรคเรื้อรังต่างๆ อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง คุณหมอเป็นคนหนึ่งที่พยายามสอดแทรกความรู้ความเข้าใจและเปลี่ยนทัศนคติของคนไข้หลายๆ คน ในเรื่องการรับประทานยา โดยพยายามให้คนไข้ลดการทานยาลงและหันมาใช้ “อาหารเป็นยา” แทน
เมื่อถามว่าอาหารใช้แทนยาได้อย่างไร?? คุณหมอให้หลักคิดง่ายๆ ว่า “ร่างกายคนเรานั้นต้องการเพียง 3 อย่างเท่านั้นเอง คือ อาหาร อากาศและน้ำ เพื่อให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างอากาศ….อย่างไรเสียเราก็ไม่ขาด ส่วนน้ำ [...]
ฝังเข็มรอบดวงตารักษาโรค
ศาสตร์การแพทย์จีนเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องการฝังเข็มที่นับเป็นวิธีการรักษาโรคและรักษาสุขภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแพทย์จีนเท่านั้น ซึ่งโดยปกติ การรักษาด้วยวิธีฝังเข็มเรามักเห็นภาพหมอนำเข็มแท่งเล็กๆ ไปปักตามจุดต่างๆ ทั่วร่างกาย แต่ที่คลินิกแพทย์แผนจีน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล การฝังเข็มรักษาโรคที่นี่ให้ความสำคัญกับการฝังเข็มรอบๆ ดวงตาเป็นสำคัญ
“การฝังเข็มที่ตา เป็นการรักษาได้ทั้งร่างกาย เหมือนกับร่างกายเราต้องมีตาเป็นมอนิเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ เราจะดูคอมได้เราต้องมีมอนิเตอร์ มีจอทีวี ตาคนเราก็เหมือนกันเสมือนหนึ่งเป็นจอทีวีในร่างกายเรา ที่จะบอกว่าตำแหน่งไหนในร่างกายเราที่ไม่สบายอวัยวะต่างๆในร่างกายมันมีส่วนที่ Link มาที่ตา เกิดอาการอะไรขึ้น คุณหมอจะรู้ จะอ่านที่ตาออกได้ และก็จะใช้จุดที่ตาในการรักษา” หมอสุรินทร์ ส่งทานินทร์ แพทย์จีนประจำคลินิกแพทย์แผนจีน ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดลเล่าให้ฟัง ในขณะที่วางมือจากการฝังเข็มให้ผู้ป่วยรายหนึ่งเสร็จ
เมื่อทีมงานถามถึงที่มาที่ไปว่าเหตุใดมหาวิทยาลัยมหิดลจึงมีคลินิกแพทย์แผนจีน ก็ได้รับคำตอบว่า
“แพทย์แผนจีนไม่ได้ปฏิเสธการรักษาแบบแผนปัจจุบัน ถ้าเรารู้จักใช้ทั้งแผนจีนและแผนปัจจุบันเข้ามาร่วมกันรักษาแล้วทำให้มีผลดีต่อผู้ป่วยมากขึ้น ก็จะเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหม? เดี๋ยวนี้ที่เมืองจีน แผนจีนและแผนปัจจุบันเขาผสมผสานกันแล้ว ร่วมกันรักษาผู้ป่วยมานานแล้ว ตอนนี้เขาทันสมัยมาก ผลการรักษาดีมาก และเราก็ต้องเอาสิ่งที่ดีของเขามาใช้กับบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยมหิดลได้ร่วมมือทางวิชาการกับทางมหาวิทยาลัยแพทย์จีนเหลียวนิง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน มีการส่งอาจารย์แพทย์จีนมาสอนวิธีการรักษา อัมพฤกษ์ อัมพาตด้วยการฝังเข็มที่ตา วิชานี้ทางจีนเขาเก็บเป็นความลับมานาน”
หมอสุรินทร์ยังเล่าต่อว่า เมื่อ 16 ปีที่แล้ว สมเด็จพระเทพฯ เคยเสด็จไปที่เหลียวนิง และได้ชมปรมาจารย์ที่จีนรักษาผู้ป่วยด้วยการฝังเข็มที่ตา และผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตก็ลุกเดินขึ้นได้ [...]
รัฐพงษ์ อำพันวงษ์ (กบ) หนุ่มปริญญาโท Healthcare Management คนไทยคนแรก
ยามนี้ใครๆ ก็วิ่งเข้าโรงพยาบาล ไม่ว่าโรงพยาบาลของรัฐฯหรือเอกชน เพราะสถานการณ์การระบาดของเจ้าไข้หวัดใหญ่2009 แท้ๆ เมื่อพูดถึงโรงพยาบาลในประเทศไทย ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐฯร้อยละ 100 จะมีแพทย์เป็นผู้บริหารเพราะโครงสร้างของกระทรวงฯกำหนดไว้แบบนั้น แต่หากเป็นโรงพยาบาลของเอกชน เดี๋ยวนี้จะมีผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาร่วมบริหารด้วย แต่ผู้บริหารมืออาชีพที่ใช้มักจะมาจากสาขาอาชีพอื่น ยังไม่มีผู้บริหารที่จบมาทางด้าน Healthcare Management โดยตรง
ที่เห็นขณะนี้คงจะมีอยู่แห่งเดียวคือ โรงพยาบาลพญาไท 3 ซึ่งมีนายรัฐพงษ์ อำพันวงษ์ นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารโรงพยาบาล
รัฐพงษ์หรือคุณกบ จบการศึกษาทั้งปริญญาตรีและโททางด้าน Healthcare Management จากสหรัฐอเมริกา คุณกบบอกว่าที่เลือกเรียนคณะนี้เพราะไม่เคยเห็นสาขาวิชาแบบนี้ในเมืองไทย ในขณะที่อเมริกาคณะนี้มีเปิดกันแทบทุกมหาวิทยาลัย และเมื่อไปดูการบริหารโรงพยาบาลหรือองค์กรทางด้านสุขภาพต่างๆ เขาไม่ได้ให้แพทย์มาบริหาร เขาให้คนที่จบ Healthcare มาบริหารทั้งสิ้น จึงคาดว่าอนาคตประเทศไทยก็คงต้องเป็นเช่นนั้น จึงตัดสินใจเรียนทางนี้
“ผมเริ่มเรียนป.ตรีตอนนั้นปี 1995 พอมาในปี 1997 ประเทศไทยฟองสบู่แตก หลายๆ โรงพยาบาลในประเทศไทยประสบปัญหาทางการเงิน ต้องทำแผนฟื้นฟู ทำแผนรีไฟแน้นซ์กันยกใหญ่ เขาเลือกใช้บริษัทต่างประเทศมืออาชีพมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่ามืออาชีพที่ต่างชาติส่งมาเขาใช้ผู้บริหารที่จบ Healthcare มาทั้งนั้น ไม่ได้เป็นแพทย์เป็นพยาบาลเลย….ตอนนี้ผมเห็นจุฬาฯเพิ่งเริ่มเปิดสอนแล้ว ดูหลักสูตรแล้วใกล้เคียงกับที่ผมเรียนมาเลย”
คุณกบเล่าให้ฟังว่า หลักสูตรที่เรียนนี้นอกจากทฤษฎีด้านบริหารแล้ว ต้องเรียนความรู้พื้นฐานด้านการแพทย์ด้วย มี Case study ให้ศึกษามากมาย ทั้งด้านวิชาชีพแพทย์ [...]
“พญ.รัตนวดี ณ นคร” โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก
“พญ.รัตนวดี ณ นคร” อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอายุรแพทย์ประจำโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันท่านยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย อีกด้วย
หลายคนคงสงสัยว่า “สมาคมรูมาติสซั่มคืออะไร?” ตอบง่ายๆ ก็คือสมาคมที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย “โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์” นั่นเอง
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่ เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยมีการหลั่งสารออกมาทำลายเยื่อบุข้อ ทำให้เยื่อบุข้อมีการอักเสบหนาตัวขึ้น มีการสร้างน้ำไขข้อเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง ร้อนที่ข้อ และข้อฝืดแข็ง…เมื่อกระบวนการอักเสบเกิดขึ้นเรื้อรังและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดการทำลายข้อ กระดูก กระดูกอ่อนผิวข้อ และส่วนอื่นๆ ของข้อ ทำให้เกิดข้อพิการหรือผิดรูป นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ตาอักเสบ หลอดเลือดอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และปอดอักเสบ เรียกว่าอาการนอกข้อ
คุณหมอบอกว่า โรคนี้พบมากในคนวัยทำงานช่วงอายุ 20 – 40 ปี และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 3 – 4 เท่า และพบอุบัติการณ์ 1 [...]
