Archive for the 'Wellness Talk' Category

ปวดศีรษะอย่านิ่งนอนใจ…อันตรายถึงชีวิต

21 Apr 2010
Posted by นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

อาการปวดศีรษะ  ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอนครับ อาการที่คิดว่าเล็กน้อย  จริงๆ แล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  อาการปวดศีรษะเป็นอาการหนึ่งที่พบบ่อย และคนเราทุกคนคงจะเคยปวดศีรษะมาแล้วทั้งสิ้น แต่อาการปวดศีรษะบางครั้งไม่รุนแรง หายเองได้ หรือเพียงนอนพักหรือทานยาแก้ปวดก็ดีขึ้น อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยบางรายที่มีอาการปวดศีรษะรุนแรงจนเป็นอาการนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่พบได้
ส่วนประกอบของศีรษะ
1.       หนังศีรษะ                       2. เนื้อเยื่อ                      3.กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

 

กะโหลกศีรษะ                  5. เยื่อหุ้มสมอง                6. สมอง

7.       อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับสมองและอาจมีส่วนในการปวดศีรษะได้แก่
-  จมูก  โพรงไซนัส          - นัยน์ตา
-  ช่องหู                                     - ช่องปาก
-  กระดูกต้นคอ
 
เรื่องของอาการปวดศีรษะแยกประเภทหลักๆ  แบ่งเป็น  2 ประเภท  ก็คือ  ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก  และ  ปวดศีรษะที่เป็นอันตราย  
ปวดศีรษะแบบปกติไม่ร้ายแรงมาก  ได้แก่   ไมเกรน      ภาวะทางจิตใจ  ภาวะความตึงเครียดจากการทำงาน หรือจากสาเหตุ
- กระดูกและกล้ามเนื้อต้นคอ
- จากไซนัสอักเสบ    
- จากขากรรไกร 
- จากต้อหิน
- จากกล้ามเนื้อและพังผืด 
- [...]

สู้กับโรค เอส แอล อี ด้วยการแพทย์บูรณาการ

20 Mar 2010
Posted by นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

โรค เอส แอล อี (Systemic Lupus Erythematosus - SLE) หรือโรคลูปุส เป็นโรคที่เกิด จากภูมิต้านทานในร่างกายของเราชนิดหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ภูมิต้านทานชนิดนี้เป็นโปรตีนในเลือดชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนติบอดี้ (ANTIBODIES) ซึ่งปกติจะมีหน้าที่จับและทำลายสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคจากภายนอกร่างกาย  แต่โปรตีนชนิดนี้ ในผู้ป่วยโรคลูปุสจะจับ และทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่างๆ ของผู้ป่วยโรคลูปุสเอง ขึ้นกับว่าจะจับอวัยวะใด เช่น ถ้าจับที่ผิวหนังก็จะทำให้เกิดผื่น  ถ้าจับกับไต ก็จะทำให้เกิดการอักเสบของไต จับกับเยื่อหุ้มข้อ ก็จะเกิด ข้ออักเสบขึ้น 
ในปัจจุบันเรายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรค เอส แอล อี แน่ชัด  แต่ปัจจัยในเรื่อง กรรมพันธุ์, ฮอร์โมนเพศหญิงและภาวะติดเชื้อบางชนิดโดยเฉพาะเชื้อไวรัส มีส่วนส่งเสริมให้เกิดโรคได้มากขึ้นและอาการของโรคจะรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ป่วยได้รับแสงแดด โดยเฉพาะ แสงอุลตร้าไวโอแลต , ตั้งครรภ์หรือได้รับยาบางชนิด
อาการทั่วไป ผู้ป่วยมักจะมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  ปวดตามข้อ จิตใจหดหู่  และจะเกิดอาการได้ในทุกระบบในร่างกาย ตั้งแต่  อาการทางผิวหนัง, ข้อและกล้ามเนื้อ,ระบบประสาท, ระบบทางเดินอาหาร  และที่สำคัญคือ อาการทางไต เป็นอวัยวะหนึ่งที่มีการอักเสบได้บ่อยในผู้ป่วย เอส แอล อี ผู้ป่วยที่มีไตอักเสบ จะมีอาการบวมบริเวณเท้า 2 ข้าง หน้า หนังตา หรือบวมทั้งตัว เราพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้จะมีไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะจำนวนมาก รายที่มีอาการรุนแรงขึ้นจะมีความดันโลหิตสูงขึ้น  มีปัสสาวะออกน้อยลง หรือมีปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ ในรายที่เป็นรุนแรงมากอาจถึงขั้นมีไตวายได้  อาการทางไตเป็นอาการสำคัญที่บอกว่าโรคค่อนข้างเป็นรุนแรง
ผู้ป่วยด้วยโรค เอส แอล อี แต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีอาการครบทุกระบบ [...]

เมื่อไรจึงควรเปลี่ยนวิธีรักษา…ภูมิแพ้

20 Feb 2010
Posted by นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

สมัยนี้ คนอยู่ในเมือง มีอาการโรคภูมิแพ้กันมาก  บางคนมีอาการน้อย ๆ เช่น ตื่นมาทุกเช้า จะคัดจมูก พอสายๆ ไปทำงาน ก็อาการดีขึ้น บางคนถ้าเป็นมากขึ้น ก็จะมีน้ำมูกใสบ่อยๆ  ซึ่งอาจเป็นอาการของภูมิแพ้ที่เยื่อบุทางเดินหายใจ และอาการจะเป็นรุนแรงมากน้อยเป็นลำดับ ถ้าเป็นมากก็ถึงขั้นหอบหืด หายใจไม่ออก  บางคนเป็นเฉพาะฤดูกาล บางคนเป็นตลอดปี บางคนมีอาการไวต่อสารเคมี ไอระเหย บางคนแพ้ละอองเกสรดอกไม้ แพ้ฝุ่น แพ้ไรฝุ่น ฯลฯ
นอกจากภูมิแพ้ที่เกิดทางเดินหายใจแล้ว หลายคนก็จะเป็นภูมิแพ้ที่ออกอาการทางผิวหนัง ตั้งแต่เป็นผื่นคัน หรือไปจนถึงระดับแพ้บวม แดง อักเสบ อาการแพ้ทางผิวหนัง เกิดได้สองกรณี คือ จากการสัมผัสกับสารภายนอกทางผิวหนัง เช่น แพ้ผงซักฟอก แพ้น้ำยาล้างจาน แพ้สารเคมีที่ติดปะปนมากับพืชผักผลไม้ แพ้น้ำ  และอาจเกิดจากภายใน โดยที่ร่างกายสะสมสารกระตุ้นภูมิแพ้บางอย่างเอาไว้ แล้วมาออกอาการทางผิวหนัง ประหนึ่งว่า เป็นกลไก เป็นความพยายามของร่างกาย ในการจะกำจัดเอาสารที่แปลกปลอมเหล่านั้นออกมา   เช่นแพ้อาหารทะเล ตามความรู้สึกของเรา เนื่องจากอาหารทะเลสัมผัสกับเยื่อบุลำไส้ เพราะฉะนั้นก็น่าจะแพ้แบบท้องเดิน ปวดท้อง แต่ในบางคนมีอาการในลักษณะผื่นขึ้นตามผิวหนังก็มี หรือมีอาการอื่น เช่น ปวดศีรษะ [...]

โรคร้ายที่มากับสารพิษ

13 Jan 2010
Posted by

จากกรณีเกิดสารเคมีรั่วไหลที่ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการลุกไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ ภายในบรรจุสารเคมีโซเดียมเฟอร์ออกซี่ ไดซัลไฟล์ ทำให้มีกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า เมื่อไม่นานมานี้  ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เป็นพิษ  เกิดอาการเวียนศีรษะ  คลื่นไส้ อาเจียน  เป็นจำนวนมาก
ฉบับนี้เลยขอหยิบยกเรื่องสารพิษหรือ Toxin ขึ้นมาพูดคุย ซึ่งการได้รับสารพิษ มองออกได้ 2 ประเด็นคือ การได้รับสารพิษแบบเฉียบพลัน และการรับสารพิษแบบสะสม
 อย่างกรณีข้างต้นเป็นเรื่องของสารพิษที่ได้รับแบบเฉียบพลันทางอากาศ  หรืออย่างในอดีตที่เชอโนบิล เป็นมลพิษที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันจากอุบัติเหตุในโรงงานปรมาณู ส่งผลให้กัมมันตภาพรังสีรั่วไหล ปนเปื้อนจนบาดเจ็บล้มตายกันเป็นอันมาก 
ปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องของการรับพิษเฉียบพลัน แพทย์จะแก้ไขด้วยการแก้ไขผลของพิษก่อน เช่น พิษเข้าไปทำลายระบบไหน ก็ต้องหาทางประคับประคองระบบนั้นๆ ก่อน เช่นระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น  จากนั้นเมื่อการช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านไปแล้ว ก็จะมาดูว่าสารพิษเหล่านั้น จะนำออกจากร่างกายได้อย่างไร เช่น การฟอกเลือด การล้างท้อง การใช้สารจับเช่น คีเลชั่น ฯลฯ
ถ้าไม่ขับออก สารพิษจะก่อการทำลายต่อไป เช่นเข้าไปทำลายระบบประสาท ทำลายสมอง ทำลายระบบหัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด ตับไต  ซึ่งทางพิษวิทยาจะมีมาตรฐานการปฏิบัติที่เรียกว่า clinical guideline หรือแนวปฏิบัติกรณีการรักษาภาวะพิษเฉียบพลัน [...]

มาตรวจหาอนุมูลอิสระในร่างกายกันเถอะ

11 Dec 2009
Posted by นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

เชื่อว่าทุกท่านเคยได้ยินเรื่องอนุมูลอิสระว่า มันเป็นสารชนิดหนึ่งในร่างกาย ที่ส่งผลเสียหายต่อร่างกายในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากความไม่เสถียรของมัน โดยที่โมเลกุลอินทรียสารทั่วไปจะมีอิเล็คตรอนจับคู่วิ่งอยู่ในวงโคจรด้านนอกทำให้มันเสถียร แต่ตัวอนุมูลอิสระนั้นมันเกิดจากการแตกตัวของสารทำให้เกิดอะตอมที่มีอิเลคตรอนไม่มีคู่ เกิดความไม่เสถียรขึ้น จึงต้องแย่งชิงอิเลคตรอนจากโมเลกุลอื่นมาเพื่อทำให้ตัวมันเสถียรขึ้น แต่โมเลกุลที่ถูกแย่งชิงอิเลคตรอนไป ก็จะไม่สเถียรและกลายเป็นอนุมูลอิสระ ซึ่งจะต้องไปแย่งชิงอิเลคตรอนจากโมเลกุลอื่นๆ อีกต่อไป เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่
ความจริงแล้ว ขบวนการส่งผ่านอิเล็คตรอนแบบนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในขบวนการสร้างพลังงานในเซลล์ของร่างกาย  โดยเริ่มต้นจากการที่ร่างกายเราสามารถสร้างสารตั้งต้นขบวนการสังเคราะห์พลังงาน ชื่อ ไพรูเวท ซึ่งสามารถสร้างจากโปรตีน จากไขมัน หรือจากคาร์โบไฮเดรทก็ได้ ในภาวะที่มีออกซิเจนไพรูเวท จะสามารถเปลี่ยนเป็น Acetyl CoA ซึ่งเข้าสู่ขบวนการสังเคราะห์พลังงานแบบใช้ออกซิเจน ซึ่งเป็นขบวนการถ่ายทอดอิเลคตรอนชนิดหนึ่ง ก่อเกิดเป็นพลังงาน และมี by-product เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และอนุมูลอิสระอีกจำนวนหนึ่ง พูดให้สั้นเข้าก็คือ ขบวนการทางอนุมูลอิสระ เป็นส่วนสำคัญของชีวิตทุกชีวิตที่ใช้ระบบออกซิเจน ร่างกายมีระบบในการควบคุม โดยร่างกายมีสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อไปกำจัดให้หมดไปได้แก่ 1. ซุปเปอร์ออกไซด์ ดีสมิวเทส SOD, 2. คาทาเลส catalase และ 3. กลูต้าไธโอน
แต่หากอนุมูลอิสระเกิดขึ้นมากเกินไป หรือระบบควบคุมทั้งสามเสียไป อนุมูลอิสระก็จะท่วมท้น และเกิดความเสียหายต่อเซลล์ โดยเฉพาะในส่วนของ DNA ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ เซลล์เสื่อมสภาพ [...]

“Gene Test” ตรวจยีนส์ก่อนสาย…ป้องกันก่อนกลายพันธุ์

03 Nov 2009
Posted by นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

ยีนส์ คือรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มนุษย์เราเองก็มีรหัสพันธุกรรมนี้อยู่ในร่างกาย เป็นรหัสที่อยู่ในเซลล์แต่ละเซลล์ ทุกเซลล์จะมีเหมือนกันหมด โดยยีนส์จะควบคุมลักษณะการแสดงออกของคน 
ยีนส์แต่ละยีนส์จะควบคุมการแสดงออกของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร เช่น ยีนส์เพศก็จะแยกได้เป็นยีนส์เพศชายและยีนส์เพศหญิง  ถ้าเป็นยีนส์ที่เกี่ยวกับผิวพรรณก็จะแยกเป็นผิวขาว ผิวดำ ยีนส์ที่เกี่ยวกับเส้นผมก็จะเป็นยีนส์ที่มีเส้นผมสีทอง ยีนส์ที่เป็นเส้นผมสำดำ
ยีนส์จะได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ ก็คือเราเอายีนส์ครึ่งหนึ่งของพ่อมา และเอายีนส์ครึ่งหนึ่งขอแม่มา  แล้วก็มารวมเป็นยีสน์ของเราในที่สุด
ยีนส์กลายพันธุ์
บางครั้งก็มีการผิดพลาดในการรวมกันของยีนส์  เรียกว่าการกลายพันธุ์ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตั้งแต่ตอนที่ยีนส์ของพ่อและยีนส์ของแม่มารวมกัน หรืออาจจะเกิดระหว่างทางในการเจริญเติบโตในท้องก็ได้ หรืออาจจะเจริญเติบโตออกมาแล้วๆ เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นก็ได้ การกลายพันธุ์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะว่าเซลล์ของเรามีการแบ่งตัวตลอดเวลานั่นเอง
            การกลายพันธุ์ของยีนส์ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมีตัวกระตุ้นทำให้มีการกลายพันธุ์ อย่างเช่น สิ่งแวดล้อม รังสีเอ็กซเรย์  สารเคมี ควันบุหรี่ สารพิษต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้ยีนส์เกิดการกลายพันธุ์ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาสุขภาพ
ยีนส์กลายพันธุ์ก่อมะเร็ง
ในที่นี่จะมุ่งในเรื่องของการกลายพันธุ์ของยีนส์มะเร็งอย่างเดียวก่อน ยีนส์มะเร็งมันก็คือการกลายพันธุ์ของยีนส์ที่ควบคุมการแบ่งเซลล์ ทำให้เซลล์มันแบ่งตัวแบบไม่มีขีดจำกัด ทำให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง   เพราะโรคมะเร็งก็คือโรคที่มีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์แล้วลุกลาม ควบคุมไม่ได้ แล้วก็ยังกระจายได้ด้วย
            เซลล์มะเร็งก็จะมียีนส์ที่แตกต่างกันไป มียีนส์เฉพาะเซลล์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ เรียกว่าอองโคยีนส์ ก็คือยีนส์มะเร็ง  เป็นยีนส์ที่ถูกถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม แต่มันอาจจะทำงานหรือไม่ทำงานขึ้นก็ได้ในชั่วชีวิตคนๆหนึ่ง แต่เมื่อไหร่ที่มันทำงานขึ้นมามันก็ทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็ง
ยีนส์ประเภทที่สองที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งก็คือ ยีนส์ที่ปกติแต่ว่าถ้ามันถูกกลายพันธุ์ในตำแหน่งนั้นมันก็จะกลายเป็นยีนส์มะเร็ง เรียกว่าโปรโตอองโคยีนส์  ก็คือยีนส์ที่มันปกติอยู่ แต่ตำแหน่งนั้นเป็นตำแหน่งสำคัญถ้ามันกลายพันธุ์ตรงนั้นมันจะกลายพันธุ์เป็นอองโคยีนส์ ตำแหน่งสำคัญคือตำแหน่งของยีนส์ [...]

อาหารต้านมะเร็ง

17 Sep 2009
Posted by น.พ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต www.absolute-health.org

มีคนสงสัยว่า อาหาร จะต้านมะเร็งได้อย่างไร แล้วคนเป็นมะเร็ง ควรทานอย่างไร จึงจะดีที่สุด  ก่อนอื่นต้องแยกให้ชัดเจนก่อนว่า การป้องกันมะเร็ง กับการรักษามะเร็ง เป็นคนละเรื่องกัน การป้องกันมะเร็ง เราจะเลือกใช้อาหารและสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ อาหารก็ต้องเลือกที่ปลอดสารพิษ หรือมีการล้างอย่างดี เช่น การล้างด้วยน้ำด่าง แช่ด้วยผงถ่าน หรือใช้เครื่องล้างผักสำเร็จรูป ซึ่งจะใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อ ทำลายสารเคมีตกค้าง และใช้อัลตร้าโซนิกในการทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยชะล้างสารเคมีตกค้าง ที่อาจฝังแน่นในเนื้อผักผลไม้ลึกลงไปกว่าที่ผิว การเลือกใช้วิธีไหนก็คงขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ และทัศนคติต่อการดูแลรักษาสุขภาพ  เช่น ผงถ่าน ข้อดีคือ ดูดซับสารพิษได้ดี โรงพยาบาลทุกแห่งมีใช้ เวลาผู้ป่วยได้รับสารพิษที่ไม่มีข้อห้ามในการล้างท้อง ก็จะใช้ผงถ่านในการล้างท้อง เพื่อดูดซับสารพิษออกมา ผงถ่านกระปุกใหญ่ ใช้ได้นานเป็นเดือน ราคากระปุกละ 85 บาท  ส่วนการใช้น้ำด่างและน้ำที่มีค่า ORP ติดลบ สำหรับคนที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำด่างและน้ำ ORP เป็นลบไว้แล้วที่บ้าน ก็สามารถใช้น้ำชนิดนั้นมาแช่ผักผลไม้ได้เลย  ความจริง ผงถ่านเมื่อละลายน้ำแล้ว ก็จะเกิดความเป็นด่าง ซึ่งจะดึงดูดโมเลกุลของสารเคมีต่างๆ ให้หลุดออกมาจากผิวของผักผลไม้ได้ดี  ส่วนเครื่องล้างสารพิษออกจากผักผลไม้ ราคาเครื่องละ 20,000 – 30,000 [...]

เสริมภูมิต้านทานโรค ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

19 Aug 2009
Posted by นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

ในปัจจุบันเชื้อไวรัสและเชื้อโรค มีพัฒนาการที่รวดเร็ว เกิดเป็นสายพันธ์ต่างๆ เช่นไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ H1 1N1 2009 ที่ระบาดไปทั่วโลก แต่เคยสังเกตบ้างไหมว่าทำไมบางคนมีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วย แต่ทำไมบางคนจึงป่วยบ่อย
            คนที่ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ ก็เพราะร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันคอยปกป้องอยู่ ภูมิคุ้มกัน เป็นกลไกการป้องกันตนเองอย่างหนึ่งของร่างกาย ในสภาวะปัจจุบัน เราต้องเผชิญกับสารพิษ สารเคมีทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่เรียกรวมๆ ว่าปัจจัยนำเข้า นั่นก็คือ
·         จากอากาศและมลภาวะต่างๆ ที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบๆ ตัว แม้แต่ห้องนอนที่เราคิดว่าสะอาดดีแล้ว ก็เต็มไปด้วยเชื้อโรคเล็กๆ มากมายที่มองไม่เห็น
·         จากการรับประทาน อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละมื้อ โดยทั่วไปจะมีหลักง่ายๆ ที่ถูกปลูกฝังคือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นคาร์โบไฮเดรทคือข้าวและแป้งมากที่สุดรองลงมาคือ เนื้อสัตว์ นม ไข่ แต่พืชผัก ธัญพืชเอาไว้ท้ายๆ  แต่จะมีใครคิดว่าการเกิดโรคและการเจ็บป่วยในปัจจุบัน ที่เป็นกันมาก เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไขมัน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง นั้นมีความเกี่ยวข้องมาจากการกินอาหารจำพวกเนื้อสัตว์-ไขมัน มากเกินไป และวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหารในปัจจุบันล้วนมีการใช้สารเคมีจากยาฆ่าแมลง สารเร่งเนื้อต่างๆ  ซึ่งเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยได้เช่นกัน
·         การสะสมของสารเคมีเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำ  จากของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น [...]

วัยทอง สมองเพชร

02 Jul 2009
Posted by นพ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต

          วัยทอง  ฟังดูแล้วน่าจะเป็นคำจำกัดความในทางที่ดี แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อใครถูกตราหน้า ว่าเป็นวัยทอง กลับไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนัก  เพราะหมายถึงการเข้าสู่วัยสูงอายุ ในเพศหญิง คือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ในเพศชายระดับฮอร์โมนเพศจะลดลงอย่างช้าๆ  แต่ในเพศหญิง ระดับฮอร์โมนเพศจะลดลงฮวบฮาบ ทำให้นอกจากการหมดรอบเดือนแล้ว ยังเกิดอาการทางร่างกายและจิตใจได้หลายอย่าง
            ความจริงแล้ว อาการขาดฮอร์โมน จะเกิดก่อนหน้าที่ประจำเดือนจะหยุดไปจริง บางทีเริ่มเกิด 4 - 5 ปี ก่อน ซึ่งมักจะเริ่มจากประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ มาช้าไป มาน้อยไป ในที่สุดก็จะหายไปไม่มาอีก ฮอร์โมนเพศที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะวัยทองในสตรี มีสามชนิดคือ เอสโตรเจนโปรเจสเตอโรน และเทสโทสเตอโรน ฮอร์โมนเพศหญิงสองชนิดคือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน สร้างขึ้นที่รังไข่ โดยการควบคุมจากต่อมใต้สมอง ส่วนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเราเข้าใจกันว่าเป็นฮอร์โมนเพศชาย ความจริงแล้วในหญิงก็มีการสร้างไว้ใช้งานเหมือนกัน โดยจะมีบทบาทสำคัญทางด้าน ความรู้สึกทางเพศ  ฮอร์โมนตัวแรกในเพศหญิงที่ลดลงก็คือ เทสโทสเตอโรน ซึ่งอาจจะลดลงไปก่อนหน้าที่จะหมดประจำเดือนจริง ๆ เป็นสิบถึงสิบห้าปี  ตามมาด้วยการขาดโปรเจสเตอโรน และขาดเอสโตรเจนในที่สุด
            อาการในผู้หญิงวัยทอง ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น ร้อนวูบวาบตามร่างกาย เหงื่อออกมากตามมือและเท้าโดยเฉพาะในเวลากลางคืน อ่อนเพลียง่าย [...]

ภาวะกระดูกพรุน

18 Jun 2009
Posted by

ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน คือ ภาวะกระดูกบาง หรือเมื่อเป็นมากขึ้นจะเรียกว่า กระดูกพรุน ซึ่งจะเกิดมากเมื่อเพศหญิงขาดฮอร์โมนจำเป็น ทั้งที่เกิดจากอายุ และที่เกิดก่อนวัยอันควร เช่น ผ่าตัดมดลูกและรังไข่ทั้งสองข้างไปพร้อมกัน และไม่สามารถใช้ฮอร์โมนทดแทนได้ เนื่องจากแพ้ หรือกลัวเป็นมะเร็ง กลัวอ้วน สิวขึ้น ฯลฯ
หลายท่านอาจไม่ทราบว่า กระดูกของมนุษย์เป็นเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องสองอย่างคือ การสร้างกระดูก และการสลายกระดูก เกิดขึ้นควบคู่กันไปเรื่อยๆ จนตลอดชีวิต ทั้งสองอย่างนี้ถูกควบคุมด้วยระบบฮอร์โมนหลายชนิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย
ฮอร์โมนที่สั่งการให้สร้างกระดูกคือ โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จากต่อมใต้สมอง, ไธรอยด์ฮอร์โมน และฮอร์โมนเพศ หญิงคือเอสโตรเจน ในชายคือแอนโดรเจน นอกจากนี้วิตามินดีและพาราไธรอยด์ฮอร์โมน ก็มีผลในการดึงแคลเซียมกลับเข้ากระดูกเพื่อเกิดการสร้างกระดูก
ฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกคือ แคลซิโตนินจากต่อมไธรอยด์ ทั้งนี้แคลซิโตนินจะหลั่งออกมาเมื่อร่างกายมีภาวะขาดแคลเซียม หรือได้รับแคลเซียมไม่พอเพียง เนื่องจากแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญในขบวนการทำงานต่างๆ ของร่างกาย เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ การส่งผ่านกระแสประสาทไปยังอวัยวะเป้าหมาย ที่ลำไส้ แคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการจับกับกรดไขมันอิสระและกรดน้ำดีซึ่งระคายเคืองผนังลำไส้ ดังนั้นการได้รับแคลเซียมทางอาหารอย่างพอเพียงจึงช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ได้  เนื่องจากแคลเซียมจะสลายออกจากกระดูกตลอดเวลาหากว่าร่างกายได้รับไม่เพียงพอ
ดังนั้น การรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอ หรือให้แคลเซียมเสริม จึงมีส่วนช่วยลดอัตราการสลายกระดูกได้ แต่การสร้างกระดูก ขึ้นกับฮอร์โมนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น บางคนคิดว่ารับประทานแคลเซียมแล้วกระดูกจะหนาขึ้น [...]