บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
สำหรับผู้หญิงแล้ว ประจำเดือนเป็นสิ่งที่แสดงถึงความสมบูรณ์ของร่างกาย ถึงความเป็นผู้หญิงได้อย่างดี ผู้หญิงทุกคน ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านการมีประจำเดือน และผู้หญิง 3 ใน 4 ราย ก็มักมีปัญหาเรื่องอาการปวดประจำเดือนไม่มากก็น้อย
อาการปวดประจำเดือน หมายถึง อาการปวดท้องในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน อาจจะเริ่มปวดเมื่อใกล้ ๆ จะมีประจำเดือน หรือปวดขณะมีประจำเดือน อาการปวดอาจจะเพียงเล็กน้อยพอทนได้ หรือถึงขั้นปวดมากจนรบกวนการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน บางรายอาจจะปวดร้าวไปถึงหลัง และบริเวณต้นขา นอกจากนั้นบางราย อาจมีอาการอื่น ๆ นอกจากปวดท้อง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ถ่ายเหลว บางรายปวดมากจนเหงื่อไหล อาจมีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว เต้านมคัดตึง ปวดบริเวณบั้นเอว เป็นต้น
ในบางรายอาจพบว่า ก่อนหรือระหว่างการมีประจำเดือน อาจมีอาการของโรคไมเกรน ปวดศีรษะ อารมณ์หงุดหงิดได้ง่ายร่วมด้วย
อาการปวดประจำเดือนจะแยกได้เป็น 2 กลุ่มเพื่อให้เหมาะกับการรักษา คือกลุ่มอาการปวดที่มักจะเป็นในช่วงหนึ่งปีหลังจากเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก และกลุ่มอาการปวดที่เกิดจากโรค เช่น มีถุงน้ำ หรือเนื้องอก บริเวณมดลูก ปีกมดลูก หรือ ในอุ้งเชิงกราน อาการปวดแบบหลังนี้จะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงอายุใดก็ได้
อาการปวดประจำเดือนนั้นบางรายปวดแค่พอทนได้ [...]
ท้องนอกมดลูก
คุณผู้หญิงทุกคน ที่กำลังวางแผนจะมีเจ้าตัวเล็ก คงต้องใส่ใจเรื่อง ท้องนอกมดลูกไว้บ้าง เพราะสามารถเกิดกขึ้นได้ 1-2% ทีเดียวครับ
“ท้องนอกมดลูก” คืออะไร?
โดยปกติแล้ว หลังการ “ปฎิสนธิ” กลายเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนจะเติบโตพร้อมทั้งเคลื่อนที่เข้ามาตรงกลาง เพื่อฝังตัวที่โพรงมดลูก เกิดเป็นการตั้งครรภ์ที่ปกติต่อไป แต่ถ้ามีอุปสรรคใดๆ ทำให้ตัวอ่อนเดินทางมาฝังตังที่โพรงมดลูก ไม่ทัน ภายใน 5-6 วัน ตัวอ่อนก็จะฝังตัว ณ บริเวณใกล้เคียงนั้นทันที เรียกว่า “ท้องนอกมดลูก” ซึ่งมากกว่า 95% จะพบฝังตัวที่ท่อนำไข่นั้นเอง แต่ก็จะพบที่บริเวณอื่น เช่น รังไข่ ปากมดลูก หรือในช่องท้อง ก็เป็นได้
สาเหตุของ “ท้องนอกมดลูก”
หากเคยมีการติดเชื้อที่ท่อนำไข่ หรืออุ้งเชิงกราน อาจทำให้ท่อนำไข่อุดตัน เกิดแผล หรือพังผืด ดึงรั้งให้ท่อนำไข่คดงอ จึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของตัวอ่อน ทำให้ไปถึงโพรงมดลูกไม่ทันเวลาฝังตัว จึงฝังที่ท่อและเกิดท้องนอกมดลูกขึ้นได้ นอกจากนี้พังผืดยังอาจเกิดในคนที่เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ช็อคโกแลตซีสต์) เคยผ่าตัดท่อนำไข่ เช่น ทำหมัน หรือแก้หมัน เป็นต้น และยังพบว่านิโคติน จากการสูบบุหรี่ สามารถกระตุ้นให้ท่อนำไข่บีบตัว [...]
รู้ไว้ใช่ว่า….รับวาเลนไทน์
ลมหนาวของปีใหม่ 2010 เพิ่งจะพัดผ่านไปได้ไม่นาน ก้าวเข้าสู่เดือนที่สองของปี เชื่อว่าหนุ่มสาวที่กำลังมีความรักทั้งหลาย คงจะเฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เร็วๆ เพราะจะได้รับอั่งเปาเนื่องจากเป็นวันตรุษจีน อ้าว! ขออภัยครับ คงจะอยากได้รับดอกกุหลาบ สำหรับวาเลนไทน์ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นความเชื่อตามศาสนาคริสต์เท่านั้น แต่ผู้คนทั่วโลก ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ก็พากันถือเอาวันนี้ เป็นวันบอกรักหรือแสดงออกซึ่งความรักต่อกัน และแน่นอนครับ ที่ไทยเราย่อมไม่พลาดเรื่องนี้อยู่แล้ว
การฉลองในช่วงวาเลนไทน์นั้น นอกจากฝ่ายหญิงจะมอบช็อคโกแล็ต และฝ่ายชายจะมอบดอกกุหลาบให้กันและกันแล้ว ก็อาจจะพากันไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน จิบไวน์สักแก้ว นั่งมองตากัน จากนั้นพอเวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น ไวน์สักแก้วก็กลายเป็นหมดไปหลายขวด หลายๆ คู่รักก็เลยมักจะไปลงเอยกันบนเตียง ทั้งโดยตั่งใจ ไม่ตั้งใจ มึนเมา หรือเผลอไผลไปก็ตามแต่ หากยังไม่ได้อยู่ในวัยที่พร้อมจะรับมือกับปัญหาที่ตามมา ก็อาจจะต้องมาเสียใจในภายหลังได้นะครับ
ปัญหาที่จะตามมา ถ้าไม่รู้จักป้องกัน
1. การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ หากมีอะไรกันโดยขาดการป้องกัน หรือการคุมกำเนิดที่ดีแล้ว รับรองว่าคุณจะมีโอกาสเสียวได้เป็นพ่อแม่คนโดยไม่ได้ใจตั้งใจเป็นแน่ ซึ่งนอกจากจะเสียการเรียนและเสียอนาคตแล้ว หลายคู่ที่ตัดสินใจทำแท้ง ยังเสี่ยงต่ออันตรายแทรกซ้อนที่จะตามมา ซึ่งอาจจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว
2. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งซิฟิลิส [...]
ระวัง.? …มันมาเวลากุ๊กกิ๊ก
มันที่ผมว่านั้น ไม่ใช่ความ “มันส์” นะครับ แต่หลังจากที่เราๆ ท่านๆ “กุ๊กกิ๊ก” จนเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว นอกจากความกระปรี้กระเปร่ากาย และกระชุ่มประชวยหัวใจที่ได้รับแล้ว เรายังอาจได้ของแถมเป็นโรคร้ายที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกนานัปการ ถ้าไม่รู้จักป้องกันตัวให้ดี
โดยจากสถิติที่ได้มีการรวบรวมไว้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2525-2550 พบว่าในช่วงแรกมีผู้ติดเชื้อโรครวมสูงขึ้นตามลำดับ เนื่องจากยาปฏิชีวนะที่ใช้กันในสมัยก่อน คือ “เพนนิซิลลิน” นั้น เชื้อโรคมีการดื้อยาสูง ซึ่งอัตราติดเชื้อสูงสุดคือ 790.3 ต่อแสนประชากร ในปี 2529 แต่หลังจากนั้นได้มีการค้นพบยา “ควิโนโลน” ใช้รักษาหนองในอย่างได้ผล อัตราติดเชื้อโดยรวมจึงลดลงเรื่อยๆ เหลือเพียงประมาณ 431 ต่อแสนประชากร และยิ่งเมื่อมีการรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2534 แล้ว ปัจจุบันนี้อัตราติดเชื้อจึงเหลือเพียง 21.9 ต่อแสนประชากร
ถึงแม้ในปัจจุบัน จะมีผู้ติดเชื้อลดลงมาก แต่เนื่องจากโรคเหล่านี้เมื่อเป็นแล้ว จะมีอาการเจ็บปวดและทุกข์ทรมานต่อผู้ที่ติดเชื้ออย่างแสนสาหัส อีกทั้งยังสร้างความอับอายแก่วงศ์ตระกูล และเกิดความแตกแยกในครอบครัว กลายเป็นปัญหาสังคมตามมาในวงกว้าง ดังนั้นถ้าทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับวิธีการติดเชื้อ อาการแสดง การรักษาและการป้องกันที่ถูกต้องและเหมาะสม ก็จะลดปัญหาสังคมและประหยัดงบประมาณประเทศในการรักษาได้อีกมาก ผมจึงอยากนำเสนอเรื่องนี้แบบกว้างๆ ไม่เจาะลึกในรายละเอียดนัก [...]
นานาสาระทางการแพทย์
เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปประชุมที่สิงคโปร์ ร่วมกับแพทย์ท่านอื่นๆ จากทั่วทุกมุมโลก เกี่ยวกับเทคโนโลยีและผลงานวิจัยใหม่ๆ ทางการแพทย์ในด้านอนามัยการเจริญพันธ์ และเห็นว่ามีหลายเรื่องทีเดียวที่น่าสนใจ เลยอยากเอามาเล่าให้ท่านผู้อ่าน For Adult ได้รับรู้ไว้เป็นที่แรก เพราะอาจเป็นประโยชน์กับท่านบ้าง ไม่มากก็น้อย
เรื่องแรก เมื่อเอ่ยถึงเทคนิคทางการแพทย์ ในด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ปัจจุบันในบ้านเราทำได้ไม่แพ้ชาติอื่นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดเชื้อ ทำกิฟต์ ซิฟต์ เด็กหลอดแก้ว หรือบลาสโตซิสต์ คัลเจอร์ ที่ไทยเราทำได้หมด แต่ก็เหมือนกับสถาบันอื่นๆ ทั่วโลก คือมักจะมีการใส่ตัวอ่อนจำนวนมาก เริ่มตั้งแต่ 3-4 ตัว ไปจนเป็นสิบ เพื่อหวังที่จะเพิ่มโอกาส ให้ตัวอ่อนที่ใส่ไป สามารถมีบางส่วนเหลือรอดมาฝังตัวในโพรงมดลูก เจริญเติบโตเป็นทารกที่สมบูรณ์ได้ต่อไป แต่การทำเช่นนี้ บ่อยครั้งที่มักเกิดการตั้งครรภ์แฝดจำนวนมาก เช่น แฝด 3 แฝด 4 ฯลฯ เป็นภาวะแทรกซ้อนทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เมื่อลูกน้อยเกิดมา อาจยังหายใจได้ไม่ดี ต้องอยู่ในตู้อบ ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่เป็นเวลานาน ปัจจุบันทางการแพทย์จึงปรับแนวคิดเสียใหม่ โดยหันมาใส่ตัวอ่อนเพียงตัวเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน 2 ตัว (single Embryo [...]
ประโยชน์นานาของ “ยาคุม”
ขึ้นชื่อว่า “ยาเม็ดคุมกำเนิด” แล้ว แน่นอนว่าประโยชน์หลักของการใช้ยาที่ทุกคนทราบดี ก็คือ ใช้ยับยั้งการตั้งครรภ์ โดยไประงับการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางและฝ่อ ไม่เหมาะกับการฝังตัวของตัวอ่อน อีกทั้งยังมีฤทธิ์ให้มูกที่บริเวณปากมดลูกเหนียวข้น ตัวอสุจิจึงว่ายผ่านได้ยาก รวมทั้งยังทำให้ท่อนำไข่มีการเคลื่อนไหวลดลง ทำให้จับไข่ได้ยากขึ้น แต่ผลอื่นๆ ของ “ยาคุม” ที่ทางการแพทย์นำมาใช้รักษาอาการของโรคอื่นยังมีอีกมาก ผมเลยอยากจะขอเล่าให้คุณผู้อ่านได้ทราบไว้ ดังต่อไปนี้นะครับ
1. ช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ทุก 28 – 30 วัน ป้องกันอาการเลือดออกกะปริดกะปรอย และลดปริมาณเลือดประจำเดือนให้ออกน้อยลง จึงทำให้คุณผู้หญิงไม่เสียเลือดมาก และปวดประจำเดือนน้อยกว่าเดิม
2. ช่วยเลื่อนรอบประจำเดือนออกไป จึงมีประโยชน์เมื่อจะเดินทางไปท่องเที่ยว ไปว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยทานยาที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หรือร่วมกับเอสโตรเจน ก่อนประจำเดือนมาอย่างน้อย 7 วัน และทานต่อเนื่องไปทุกวัน จนกว่าจะเดินทางกลับ
3. ช่วยลดการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ เนื้องอกเต้านมชนิดไม่ร้ายแรง และลดการเกิดตั้งครรภ์นอกมดลูก
4. ช่วยรักษาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ช็อคโกแลตซีสต์) และทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบลดลง
5. ใช้รักษาถุงน้ำที่รังไข่ โดยเฉพาะโรค PCOD ซึ่งจะมีถุงน้ำขนาดเล็กๆ จำนวนมากที่รังไข่ทั้งสองข้าง [...]
คุณแม่…อุ้มบุญ
เกิดมาเป็นลูกผู้หญิงกับเขาทั้งที สุดยอดปรารถนาในชีวิต นอกจากการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและครอบครัวแล้ว ผมว่าทุกท่านก็คงอยากได้มีโอกาสตั้งท้อง อยากสัมผัสความรู้สึกที่มีเจ้าตัวน้อยอีกชีวิตหนึ่ง ดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาอยู่ในท้องตัวเอง จะได้ฟูมฟักดูแลเขาให้ปลอดภัยตลอดทั้ง 9 เดือน จนเมื่อคลอดลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกแล้ว จะได้รับบทบาทสำคัญของความเป็น“แม่” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีเช่นนั้นเสมอไป คุณผู้หญิงบางท่านที่อาจจะมีโรคร้าย หรืออุบัติเหตุใดๆ ก็ตามทำให้ต้องผ่าตัดมดลูกออกไป หรือถึงแม้ยังมีมดลูกอยู่ แต่สุขภาพหรือโรคประจำตัวบางอย่างอาจไม่เอื้ออำนวยให้ตั้งท้องได้ หรือถ้าตั้งท้องก็อาจเสี่ยงต่อการกำเริบของโรค การแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนด
ในสมัยปัจจุบันนี้ วิวัฒนาการทางการแพทย์ในด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ก้าวหน้าไปจนสามารถฝากให้คนอื่นตั้งท้องแทน หรือที่เรียกว่า “อุ้มบุญ” ได้โดยไม่ยากเย็นอีกต่อไป และตรงจุดนี้เองที่อาจเป็นคำตอบและความหวังใหม่สำหรับคุณผู้หญิงที่โชคร้ายเหล่านี้
ความหมายของการ “อุ้มบุญ”
หมายถึงการนำตัวอ่อนของคู่สมรสใดๆ ไปย้ายฝากเข้าไปฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูกของคุณผู้หญิงอีกท่านหนึ่ง เพื่อให้เป็นแหล่งที่ตัวอ่อนจะได้รับสารอาหาร เจริญเติบโต จนคลอดออกมาเป็นทารกน้อยได้โดยปลอดภัย โดยที่ลูกจะมีพันธุกรรมเหมือนกับพ่อและแม่ ที่เป็นเจ้าของอสุจิและไข่ ที่ได้นำมาผสมและเลี้ยงเป็นตัวอ่อนอยู่ภายนอกร่างกาย ก่อนจะนำไปใส่ให้ “คุณแม่อุ้มบุญ” เป็นผู้ตั้งท้องทุกประการโดยที่ไม่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมใดๆไปสู่ลูกน้อยได้เลย ตัวอย่างเช่น เอาตัวอ่อนของพ่อแม่ไทย ไปฝากคุณแม่ผิวดำเป็นนิโกร อุ้มบุญให้ คลอดออกมาก็ยังเป็นเด็กไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ
ใครบ้างที่เหมาะจะมาเป็นคุณแม่อุ้มบุญ
ถ้าได้ญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวมาอุ้มบุญให้ ก็จะเบาใจในระดับหนึ่งว่าเขาคงช่วยดูแลลูกน้อยในครรภ์ให้เป็นอย่างดี แต่โดยรวมแล้วควรเป็นผู้หญิงที่สุขภาพดี ไม่มีโรคที่อันตรายต่อการตั้งครรภ์ เช่น เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง มีโพรงมดลูกและฮอร์โมนเพศหญิงปกติ อายุไม่มากเกินไป [...]
มดลูกต่ำ ทำไงดี
เรื่องของกระบังลมหย่อน หรือมดลูกต่ำนั้น คือภาวะที่กล้ามเนื้อและพังผืดต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่รองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกรานมีอาการอ่อนแรงลง จึงทำให้เกิดการหย่อน ยื่น หรือการเคลื่อนต่ำลงมาของมดลูก กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ผนังช่องคลอดหรือแม้กระทั่งลำไส้ อันนับเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณผู้หญิงจำนวนมากเกิดอาการปวดหน่วงท้องน้อยหรือปวดหลัง รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อยื่นโผล่มาจุกอยู่ในช่องคลอด ระคายเคืองในช่องคลอด มีตกขาวซึ่งอาจปนเลือดหรือหนอง
และที่สำคัญมากๆ คือ ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจในการมีเซ็กส์ ตั้งแต่รู้สึกว่าหลวม ไม่กระชับ ไปจนกระทั่งมีเสียงลมลอดออกจากช่องคลอดในขณะเบ่งเกร็ง หรือกำลังขยับ ซึ่งสร้างความอับอายให้กับคุณผู้หญิง
ความจริงเรื่องนี้ ดูภายนอกไม่รู้หรอกครับ ต้องอาศัยการสังเกตดูว่า ภายในช่องคลอดซึ่งปกติยาวประมาณ 3 นิ้ว หรือเมื่อลองเอานิ้วสอดเข้าไปจนสุดแล้ว ปลายนิ้วจึงอาจสัมผัสไปถึงปากมดลูกได้ แต่ถ้าใครสอดเข้าไปแค่ครึ่งนิ้ว หรือสัมผัสดูเหมือนมีอะไรห้อยย้อยลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลองออกแรงเบ่งหรือไอแรงๆ ดู แล้วพบว่ายิ่งยื่นห้อยลงมาแล้วละก็ แสดงว่าต้องมีการหย่อนของกระบังลมเกิดขึ้นบ้างแล้วไม่มากก็น้อย รายที่เป็นมากอาจพบปัสสาวะเล็ดออกมาพร้อมกับเวลาไอด้วย และควรลองขมิบช่องคลอดดูด้วยว่ายังรู้สึกว่ามีผนังช่องคลอดมาบีบรัดนิ้วมืออย่างกระชับแน่นหรือไม่ เพื่อประเมิณความแข็งแรงของกลมเนื้อที่หย่อนเหล่านั้น
สาเหตุของกระบังลมหย่อน ล้วนเกิดจากปัจจัยที่ทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบริเวณช่องคลอดและเชิงกราน อ่อนแอลง ซึ่งอาจจะมาจากอายุที่มากขึ้นจึงเกิดการเสื่อมสภาพไปตามวัย แต่ก็มีภาวะหลายอย่างที่ส่งเสริมให้เกิดกระบังลมหย่อนได้เร็วขึ้น
1. คลอดบุตรทางช่องคลอด อาจเกิดการยืดขยายหรือฉีกขาดของกล้ามเนื้อบริเวณฝีเย็บและหูรูดรอบทวารหนัก นอกจากนี้ ถ้าคลอดบ่อย มีลูกมาจนแทบจะไม่ต้องเบ่งเลยเวลาคลอดคนหลังๆ อย่างนี้รับรองว่าหย่อนแน่ๆ ครับ ยิ่งถ้าหลังคลอดไม่ขยันออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อกระบังลมให้บ่อยๆ เพื่อช่วยให้กระชับเข้าที่ ก็ยิ่งจะมีแต่หย่อนลงทุกวัน
2. [...]
Polyp (ติ่งเนื้อ)
เมื่อพูดถึงติ่งเนื้อ เราอาจนึกถึงสิ่งที่ยื่นหรือห้อยออกมาจากส่วนของอวัยวะปกติ ยกตัวอย่างเช่น ติ่งหู หรือไส้ติ่ง เป็นต้น ติ่งเนื้อโดยส่วนมากมักไม่ใช่ของผิดปกติอะไร แต่ก็มีอยู่หลายชนิดเหมือนกัน ที่อาจกลายไปเป็นเนื้อร้าย หรือมะเร็งได้ ดังนั้นวันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับเจ้า “ติ่งเนื้อ” ให้มากขึ้นกว่าเดิมกันดีกว่านะครับ
• ถุงน้ำ (Cyst) ที่เรียกกันว่าซีสต์นั้น จะเป็นถุงที่ภายในบรรจุของเหลวอยู่ครับ โดยอาจเป็นของเหลวใสๆ สีออกเหลืองใส ขุ่น มีเลือดปน หรือข้นเป็นไขมัน โดยบางประเภทอาจพบเส้นขน และกระดูกปนอยู่ด้วย
• ฝีหนอง (Abscess) ข้างในเป็นหนองสีเหลือง หรือเขียว มีกลิ่นเหม็น และเจ็บปวดมาก
• ติ่งเนื้อ (Polyp) เป็นเนื้อเยื่อที่ยื่นออกมาจากชั้นของเยื่อบุผิว จึงมักมีสีแดง อ่อนนุ่ม เพราะเต็มไปด้วยเส้นเลือดจำนวนมาก ทำให้มีอาการระคายเคือง บวม จนอาจไปอุดตันอวัยวะต่างๆได้ เมื่อบวมมากอาจมีอาการปวด และถ้าถูกสัมผัสหรือเสียดสีบ่อยๆ ก็อาจฉีกขาดมีเลือดออกได้
• ก้อนเนื้องอก (Tumor) เป็นก้อนเนื้อแข็งๆ ซึ่งหมายความรวมถึงเนื้องอกชนิดปกติ และเนื้อร้ายหรือมะเร็งด้วย
สาเหตุของการเกิดติ่งเนื้อ รวมทั้งวิธีการรักษา จะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่เป็น [...]
เตรียมของใช้ก่อนไปคลอด
ว่างเว้นจากการเขียนเรื่องการตั้งครรภ์และคลอดบุตรมาเสียนาน วันนี้ผมเลยขอเล่าเรื่องน่าสนใจ เกี่ยวกับการเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ ที่จำเป็นสำหรับการไปคลอดบุตรที่โรงพยาบาล เพราะมักจะมีคนไข้ถามอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ค่อยเห็นมีคำแนะนำเรื่องนี้ แม้แต่คุณหมอเองก็มักแนะนำเรื่องอาการที่ต้องมาโรงพยาบาล เช่น เจ็บท้องเป็นพักๆ มีมูกเลือด หรือน้ำเดินออกจากช่องคลอด เป็นต้น เรื่องนี้สำคัญนะครับ เพราะหลังคลอดคุณแม่จะอ่อนเพลีย เจ็บแผล วุ่นวายกับการฝึกเลี้ยงดูลูกน้อย ดังนั้นการเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม ตั้งแต่ 1-2 เดือนก่อนคลอด น่าจะดีกว่าจริงไหมครับ
ของที่ควรเตรียมไปโรงพยาบาล
1. สำเนาบัตรประชาชนของคุณพ่อ - คุณแม่
2. สำเนาทะเบียนบ้านของคุณพ่อ - คุณแม่
3. หนังสือคู่มือการตั้งชื่อเด็ก หรือเตรียมตั้งชื่อจริงมาก่อนเลย ก็จะสะดวกในการแจ้งเกิดยิ่งขึ้น
(เพราะถ้าแจ้งเป็นชื่อเล่นไปตอนแรก ภายหลังก็ต้องไปเปลี่ยน ณ ที่ว่าการอำเภอ/ เขต อีก)
4. เสื้อชั้นในชนิดเปิดให้นมลูกด้านหน้าได้ สัก 2 ตัว
5. แผ่นรองซับน้ำนม
6. ขวดนม พร้อมจุกนมและฝาครอบ 2 ชุด
7. เสื้อและกางเกงเด็กอ่อน รวมทั้งผ้าอ้อม 1 [...]
