ถั่งเช่า (ราแมลง) 冬虫夏草 ตอนที่ 2
ได้กล่าวไปแล้วถึง การกำเนิดของสมุนไพร ถั่งเช่า จากหนอนผีเสื้อค้างคาวที่โตเต็มที่ในฤดูหนาว และถูกเชื้อราเจาะเข้าไปฟักตัวภายในจนตัวหนอนตาย เมื่อเชื้อราโตเต็มที่ในช่วงต้นฤดูร้อน เปลี่ยนสภาพเป็นต้นหญ้า ถั่งเช่าจึงเป็นสมุนไพรที่มีพื้นฐานการแปรเปลี่ยนของพลังจากตัวหนอนและเชื้อราเข้าด้วยกัน เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์กลาง ค่อนอุ่น รสหวาน เข้าเส้นลมปราณ ปอด และไต
สรรพคุณหลักๆ ที่กล่าวกันไว้ในตำราแพทย์จีน มีด้วยกัน 6 ประการคือ
1. รักษาอาการไอเรื้อรัง
2. รักษาเหงื่อออกมากผิดปกติ เหงื่อออกเอง (เหงื่อออกตลอดเวลา自汗 โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว) และเหงื่อลักออก 盗汗 (ออกตอนกลางคืน)
3.รักษาอาการปวดเมื่อยเอว – เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
4. ช่วยรักษาภาวะไตอักเสบเรื้อรัง
5. ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของเคมีบำบัดจากการรักษามะเร็ง
6. เสริมบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ขจัดความเหนื่อยล้า
1. รักษาอากรไอ หอบหืด ไม่ใช่ว่าไอทุกชนิดจะเหมาะกับถั่งเช่า ถั่งเช่าไม่เหมาะกับไอที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และต้องไม่ใช่ไอที่เกิดในระยะเฉียบพลัน มีไข้ตัวร้อน เสมหะเหลือง ฝ้าบนลิ้นเหลือง
ถั่งเช่าเหมาะสำหรับหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ในระยะที่อาการไม่รุนแรง เสมหะมาก สีขาว แต่เรื้อรังเป็นๆ หายๆ รวมทั้งผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง
2. [...]
ถั่งเช่า (ราแมลง) 冬虫夏草
พูดถึงถั่งเช่า หรือราแมลง ตกลงเป็นแมลงหรือรากันแน่? ความมหัศจรรย์ลึกล้ำของถั่งเช่า คือการแปรเปลี่ยนของพลังระหว่างตัวหนอนกับเชื้อราในธรรมชาติ มันเป็นสิ่งก่อรูปร่วมกัน ตัวหนอนกับเชื้อรา
“ราแมลงหรือถั่งเช่า ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า” ช่วงที่ฤดูร้อน ร้อนสุดๆ พื้นที่ความสูงระดับ 3,800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลที่มีหิมะปกคลุม หิมะน้ำแข็งเริ่มละลาย พวกต้นไม้เล็กๆ เริ่มงอกจากพื้นดิน ต้นไม้เริ่มผลิใบเป็น สีเขียว เจ้าหนอนแมลงของผีเสื้อค้างคาวก็เริ่มขยับไหวตัว มีการวางไข่บนใบไม้นับพันๆ หมื่นๆ ฟอง ไข่อันน้อยๆ ค่อยๆ เติบโตแปรสภาพเป็นหนอน เจ้าหนอนตัวน้อยๆ ค่อยๆ เจาะไชสู่พื้นดินที่มีความชื้นและร่วนซุย เพื่อดูดซับอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของรากต้นไม้ ทำให้ตัวมันค่อยๆ อ้วนพี เป็นสีขาวสะอาด ในเวลาเดียวกันกับเชื้อรา ที่ยังอยู่ในสภาพของสปอร์ห่อหุ้มอยู่ ได้พบกับหนอนของผีเสื้อค้างคาวที่สมบูรณ์ มันก็เจาะไชตัวไปฝังตัวอยู่ในหนอน แล้วค่อยๆ ดูดซับอาหารจากเจ้าหนอนเจริญเติบโตแบ่งตัวเป็นสายใยรา งอกงามในตัวหนอน
เจ้าหนอนผีเสื้อค้างคาว ติดเชื้อราเข้าไปในตัว เมื่อเคลื่อนไหวตัวลงลึกประมาณ 2-3 เซนติเมตร ส่วนหัวและหางก็เริ่มตายซึ่งเป็นช่วงของฤดูหนาว จึงเรียกว่า ตงฉง (หนอนฤดูหนาว)
ถึงแม้ว่าหนอนจะตายไปแล้ว แต่เจ้าเชื้อราก็ยังคงเจริญเติบโต [...]
“เขากวางอ่อน” กับการเสริมบำรุงไตหยาง 鹿茸与补益肾阳
เรื่องราวของสมุนไพร “เขากวางอ่อน” ได้รับการบันทึกในสรรพคุณของยาบำรุงสุขภาพและรักษาโรค มากว่า 2000 ปี ในคัมภีร์ “เสินหนงเปิ่นเฉ่าจิง” และจัดเป็นยาประเภทระดับกลาง คือ รับประทานได้ตามความเหมาะสม เพราะมีพิษ ใช้เมื่อเป็นโรค ไม่สามารถกินต่อเนื่องเหมือนกับรับประทานอาหาร
“เขากวางอ่อน” จะงอกงามมากในฤดูใบไม้ผลิ ส่วนที่มีพลังมากที่สุดคือ ส่วนปลายของเขากวางที่เจริญงอกงามได้มากที่สุด ชาวจีนจะใช้สว่านเล็กๆ เจาะไปที่ปลายเขากวางอ่อน แล้วเอาเหล้าหยดเข้าไป จะทำให้มีเลือดไหลออกมาจากรูเล็กๆ นี้ ซึ่งเป็นส่วนที่นำมารับประทาน
ในคัมภีร์ “เปิ่นเฉ่ากังมู่” (本草纲目) กล่าวถึงสรรพคุณของเขากว่างอ่อนไว้ว่า “สร้าง จิง บำรุงไขกระดูก บำรุงเลือด เสริมหยาง เสริมสร้างเอ็นและกระดูก รักษาภาวะพร่องทั้งหลาย”
การบำรุงไตการปรับสมดุล ยิน - หยาง
ไตในทัศนะแพทย์แผนจีน เป็นแหล่งพลังของการเคลื่อนไหวของชีวิต แบ่งเป็นไตยิน และไตหยาง…ถ้าไตหยาง เปรียบเหมือนเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนร่างกายทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ไตยิน ก็เปรียบได้กับน้ำมันที่เป็นเชื้อเพลิง สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังความร้อน (หยาง) ในการขับเคลื่อนชีวิต ดังนั้นไตจึงต้องสมบูรณ์ด้วย ยิน (น้ำมัน) และหยาง (พลัง) ชีวิตจึงจะดำเนินไปได้อย่างดี
จุดเด่นของ เขากวางอ่อน
[...]
ตัณหาทั้ง 4 ของชีวิต (人生四惑)
ตัณหาทั้ง 4 (人生四惑)ได้แก่ ตัณหาในสุรา,ในเพศ, ในทรัพย์สิน, ในอารมณ์(酒,色,财,气)
ความอยาก ความต้องการ หรือตัณหาของมนุษย์คือ การติดในรสหอมกรุ่นของสุรา, ความต้องการทางเพศ, ความปรารถนาในทรัพย์สินเงินทองและการติดกับทางอารมณ์ เป็นคนเอาแก่ใจตนเอง (ใช้อารมณ์ )
ในทางพุทธศาสนา สิ่งเสพติดทางอารมณ์หรือตัณหาเหล่านี้ คือสาเหตุแห่งความทุกข์ ถ้าละเว้นและฝึกปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด จะนำมาซึ่งความสุข สุขภาวะ
ตัณหาทั้ง 4 กับแพทย์แผนจีน
1. ตัณหาในสุรา (酒瘾) : แพทย์จีนโบราณกล่าวถึงการดื่มเหล้า, สุรา สามารถทำให้จิตใจเพิ่มความฮึกเหิม พลังของเหล้าสุรามีฤทธิ์กระตุ้นความกล้าหาญ พอดื่มลงไปในกระเพาะอาหาร พลังตับถุงน้ำดีถูกกระตุ้น พลังจะวิ่งขึ้นบน เรียกว่า พลังถุงน้ำดีแกร่ง (肝气壮) คนที่ดื่มก็จะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ กล้าหาญผิดปกติ พูดจาเพ้อเจ้อ (หลังสร่างเมามักจะเสียใจในสิ่งที่กระทำไป)
ความจริง เหล้าถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์จีนเหมือนกัน เพราะมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการไหลเวียนของพลังในเส้นลมปราณ การดื่มในปริมาณเล็กน้อย สามารถบำรุงม้ามเสริมพลังตับ ทำลายเส้นลมปราณ, กระตุ้นความอยากอาหาร, ป้องกันลมและความเย็นที่กระทบจากภายนอก, คลายทุกข์กังวลได้
การดื่มเหล้าที่มากเกินไป ทำให้นิสัยใจคอและอารมณ์เปลี่ยนแปลง ควบคุมตนเองไม่ได้ ทำลายสุขภาพ [...]
ไขความลับของแพทย์จีน “ทำอย่างไรจะป้องกันไม่ให้เป็นโรค” (如何达到未病先防)
ความหวังของแต่ละคนแตกต่างกันมากจริงๆ สำหรับคนที่ไม่เคยเจ็บป่วยรุนแรง อาจจะไม่เคยคิดว่า คนบางคนขอให้คนที่เขารัก สามารถลืมตาได้ พูดคุยได้ กินอาหารเองได้ หรือลุกขึ้นมานั่งได้ เดินได้หรือมีชีวิตยืนยาวไปอีกหน่อย ก็จะเป็นสุขที่สุดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการได้บ้านหลังใหญ่ๆ รถคันโตๆ มีเงินทองมหาศาล
“การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เป็นสัจธรรมที่ชัดเจนเมื่อเราได้เข้าใจความหมายชีวิตมากขึ้น แต่บางครั้งมันก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะเราไม่เคยคิดที่จะเข้าใจและเตรียมใจ จนถึงวันที่เราเกิดโรคมาถึง
กฎของธรรมชาติของชีวิต คือ การเกิด, แก่, เจ็บ, ตาย เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถลดการเจ็บป่วยไม่สบายให้เหลือน้อยที่สุด ชะลอความชรา มีอายุยืนยาว โดยไม่มีโรคเรื้อรัง และตายไปด้วยภาวะของความเสื่อมหมดอายุแบบธรรมชาติ
ค่าใช้จ่ายในการรักษาเวลาเจ็บป่วยหนักๆ บางครั้งทำเอาทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ชั่วชีวิตแทบไม่มีเหลือ โรคร้ายก็ไม่หาย บางครั้งเสียทั้งเงินและชีวิตก็รักษาไว้ไม่ได้ ปัญหาที่ตามมาอีกมากมายต่อสามีภรรยาและลูกๆ ญาติพี่น้อง ทั้งทางร่างกายจิตใจปัญหา.เศรษฐกิจ,ปัญหาครอบครัว ฯลฯ
การแสวงหาความหวังแห่งการมีอายุยืนนาน ไม่เกิดโรคภัยไข้เจ็บ จึงเป็นศาสตร์ความรู้ที่เราควรจะเข้าใจและเรียนรู้ ไม่ใช่แสวงหาความรู้ในการประกอบอาชีพ หรือความรู้จากภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว
ทัศนะการดูแลสุขภาพเพื่อไม่ให้เกิดโรค และการมีชีวิตที่ยืนยาวตามศาสตร์แพทย์แผนจีน มี 3 ประการ คือ 1. การปรับตัวให้สมดุลกับธรรมชาติ (มนุษย์กับธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียว) (天人合一) 2. [...]
เคล็ดลับปรับสมดุลหยินหยาง ประหยัดพลังงานชีวิต (阴阳平衡的要诀,生命节能)
ถ้าเปรียบเทียบร่างกายมนุษย์เป็นเครื่องจักรกลที่มีชีวิต พลังชีวิตของมนุษย์ล้วนมีพลังที่จำกัด ถ้าใช้อย่างไม่ถะนุถนอม ไม่ดูแล ปล่อยให้สูญเสียพลังมากเกินไป เท่ากับเกิดการขาดทุนติดลบสะสม ทำให้ต้องใช้ทุนเดิม ทุนเดิมก็จะหมดเร็วยิ่งขึ้น ร่างกายก็จะเสื่อมทรุดและหมดสภาพได้เร็วกว่าปกติ
ความเสื่อมของร่างกายและการมีอายุมากขึ้น หรือการเกิดโรค มีสาเหตุมาจากการสูญเสียพลังหยาง (阳气) และสารจำเป็น (ยินจิง.阴精) เป็นด้านหลัก
ใครที่ยึดกุมเทคนิคการประหยัดพลังงานและสารจำเป็นของร่างกายได้ คือ ผู้ยึดกุมเคล็ดลับการปรับสมดุลยินหยาง
การปรับสมดุลยินหยาง มี 3 ปัจจัยสำคัญ
1.ใช้ความสงบนิ่งรักษาสุขภาพ
2. ใช้ความเนิบช้ารักษาสุขภาพ
3. อาศัยบนที่สูงและอากาศเย็นรักษาสุขภาพ
ทั้ง 3 ปัจจัย เป็นเงื่อนไขสำคัญในการประหยัดพลังงานของชีวิต
1. ใช้ความสงบรักษาสุขภาพ (静养)
การออกกำลังกาย เคลื่อนไหว เป็นการเพิ่มความเคลื่อนไหวของพลังชีวิต การสงบนิ่งเป็นการลดการสูญเสียพลังชีวิต
ทัศนะการแพทย์แผนตะวันตก มุ่งเน้นความแข็งแรงของร่างกายทางกายภาพ เน้นการเคลื่อนไหวเป็นหลัก
ทางแพทย์จีน ให้ความสำคัญของการเคลื่อนไหวทางร่างกายและจิตใจ แต่ให้ความสำคัญทางจิตใจ ความสงบเป็นด้านหลัก คนที่ไม่สงบจะมีการเสียพลังงานตลอดเวลา และไม่สามารถเก็บพลังได้ การนั่งสมาธิ, การนอนหลับที่เพียงพอตามเวลาที่เหมาะสม จะประหยัดการใช้พลังงานชีวิต ทำให้มีพลังไว้ใช้นานๆ
2. ใช้ความเนิบช้า รักษาสุขภาพ (缓慢养生)
การทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะการหายใจ การเต้นของหัวใจ การทำงานของระบบประสาท ฯลฯ [...]
คนคือรากฐาน…โรคคือปรากฎการณ์ (人为本,病为标)
คนเราจะเกิดความทุกข์เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำอย่างไรจึงจะหายจากโรค ฝากความหวังไว้กับหมอกับยาเป็นหลัก
สำหรับแพทย์แผนจีนแล้ว การรักษาโรคคือปัจจัยรอง ไม่ใช่ปัจจัยหลัก ปัจจัยหลักคือการรักษาคนด้วยแนวคิดสำคัญที่ว่า “คนคือรากฐาน โรคคือปรากฎการณ์ ” (人为本,病为标)
คัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง”(黄帝内经) มองว่าโรคเป็นผลพวงของการดำเนินชีวิต รูปแบบวิถีของชีวิตในหลายๆ ด้านที่ไม่ถูกต้อง ที่สะสมพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเงื่อนไขพื้นฐานของการจะหายจากโรคได้หรือไม่ (โดยเฉพพาะโรคเรื้อรัง) จึงอยู่ที่ตัวผู้ป่วยเองที่จะยอมเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่างๆ ที่เป็นโทษ, รวมทั้งความเคยชินในการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้องในอดีต หันสู่แนวทางธรรมชาติเพื่อสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับร่าง กาย
คนโบราณว่า “คนตายด้วยโรค ครึ่งหนึ่งมาจากตัณหาราคะ, ที่อยู่อาศัย อีกครึ่งหนึ่งมาจากพลังอุดกั้น (อารมณ์)” (人死于疾病者,色欲居其半,气郁其半) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย คือตัวคนเป็นอันดับที่หนึ่ง ก่อนจะพูดถึงโรค
การพิเคราะห์และวางแผนการรักษาผู้ป่วย จึงต้องพิจารณาแก้ไขปัญหาของคน คือตัวผู้ป่วย และปัจจัยทางร่างกายและจิตใจที่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการเกิดโรค
การปรับสมดุล คือ การดำเนินตามกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ ทำให้ถึงจุดที่เรียกว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์แห่งฟ้า “因天之序” นั่นคือการปรับเปลี่ยนที่ตัวคน ซึ่งเป็นหลักสำคัญ ไม่ใช่การมุ่งเน้นที่จะไปปรับเปลี่ยนโรค (พยาธิสภาพ)เพียงอย่างเดียว
ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดเรื่อง “6 ไม่รักษา”(六不治)ที่กล่าวไว้ในบันทึก “สื่อจี้, เปี่ยนเชียะจว่าน”史记.局鹊传 ซึ่งไม่ได้หมายความว่าแพทย์จะปฎิเสธการรักษา แต่หมายถึง ผู้ป่วยเหล่านี้คือคนที่ยากแก่การรักษา [...]
การกินเจกับผักต้องห้ามทั้ง 5 吃齋(斋)与五葷(荤)
ประเพณีการกินเจ ได้กำหนดนับเอาวันจันทรคติ คือเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน เรื่องระหว่างการกินเจ ถ้าจะเคร่งครัดจริงๆ ต้องถือศีล8 (อุโบสถศีล) ควบคู่กันไปด้วย เพื่อดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา และใจ
จุดมุ่งหมายของการกินเจ จึงมุ่งเน้นการดำรงชีวิตด้วยอาหารที่ไม่เบียดเบียนตนเอง และไม่เบียดเบียนผู้อื่น จึงมีผลดีต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ
การกินเจ คือการไม่กินอาหารคาว ซึ่งรวมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และพืชผักที่มีกลิ่นฉุน การไม่กินเนื้อสัตว์ เพื่องดการทำอันตรายต่อสัตว์ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ทั้งปวงที่ทำมาจากสัตว์
พระในนิกายมหายาน(พระจีน)มักเคร่งครัดการห้ามกินเนื้อสัตว์มากกว่าพระในนิกายหินยาน
อย่างไรก็ตาม “อาหารคาวทั้ง 5”五荤 ไม่ว่าจะเป็นทางพุทธและทางเต๋า ไม่ได้มีความหมายถึงอาหารประเภทเนื้อ แต่มีความหมายถึงพืชผักที่มีกลิ่นฉุนทั้ง 5 การงดอาหารดังกล่าว แม้จะทำให้ภาวะจิตใจสงบลง แต่บางคนอาจเกิดปัญหาต่อสุขภาพได้ เพราะสภาพร่างกายพร่องหรึอเย็นเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จะทำให้ร่างกายถูกยั้บยั้งหรือเป็นยินมากขึ้น จะทำให้ไม่ค่อยสบายตัว อ่อนเพลีย บางคนอาจมองว่าร่างกายกำลังขับสารพิษแต่เพียงด้านเดียว การเรียนรู้ฤทธิ์และรสรวมถึงสรรพคุณของอาหารและนำมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายที่เป็นจริง
“อาหารคาวทั้ง 5”五荤
กระเทียมโทน (薤) มีฤทธิ์อุ่น รสเผ็ดขม [...]
วิธีเปล่งเสียง 6 คำอักษร ขจัดโรค - ทำให้อายุยืน 祛病延年六字法
ความสนใจเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในยุคปัจจุบัน ด้วยความรู้และสิ่งที่ได้รับจากการแพทย์แผนปัจจุบันแบบสูตรสำเร็จ เช่น กินอาหารให้ครบ 5 หมู่, ออกกำลังกาย, พักผ่อนให้เพียงพอ, หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์, ควบคุมจิตอารมณ์, ขับถ่ายของเสีย ฯลฯ ดูเหมือนจะไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาสุขภาพเสียแล้ว การแสวงหาภูมิปัญญาโบราณ ที่สั่งสมประสบการณ์นับพันๆ ปี เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ โดยเน้นการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงเป็นเรื่องที่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน เพราะรายละเอียดในแง่หลักการ, วิธีการ การปฏิบัติ มีความแตกต่างกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญในการอธิบายสิ่งต่างๆ ในสิ่งที่เป็นรูปลักษณ์ แต่เพียงด้านเดียว คือเน้นไปทางด้านวัตถุ หรือสิ่งที่มองเห็นแต่ขาดมิติของสิ่งที่ไร้รูปลักษณ์ คือพลังงาน พลังลมปราณเป็นตัวกำหนดความมีอยู่ของชีวิต พลังชีวิตที่มีอยู่จริง แต่มองไม่เห็น
การฝึกพลังลมปราณ ชี่กง เพื่อปรับสมดุลของอวัยวะภายใน และการไหลเวียนของเลือด -พลังในเส้นลมปราณ ซึ่งเส้นลมปราณ จะเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะภายในร่างกายกับภายนอกร่างกาย รวมถึงการเชื่อมต่อกับพลังแห่งคลื่นธรรมชาติ (ฟ้า-ดิน) การฝึกพลังลมปราณ ชี่กง เป็นวิถีการเชื่อมพลังร่างกาย-จิตใจ กับพลังธรรมชาติ ให้เป็นหนึ่งเดียวอีกวิธีหนึ่ง เป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้ง ล้ำลึก มีมิติทางจิตที่เป็นนามธรรม ไร้รูปลักษณ์ ควบคู่กับการเคลื่อนไหวภายนอก และการหายใจที่มองเห็นได้
วิธีการฝึกลมปราณมีหลายวิธี [...]
“เวลากินอย่าพูด เวลานอนอย่าคุย” 食不语,寝不言
เป็นความสุขมากๆ ของคนทำงานทั้งวัน ตลอดสัปดาห์ เมื่อถึงวันศุกร์หรือวันเสาร์ ซึ่งจะมีโอกาสได้พักผ่อนและออกไปกินอาหารนอกบ้านกัน เป็นความสุขที่ไม่ต้องรีบเร่งกับการกิน มีโอกาสนั่งคุยไปกินไปอย่างสบาย
ขงจื้อ 孔子 ปราชญ์มีชื่อของจีน ซึ่งมีส่วนสำคัญของการวางรากฐานทางวัฒนธรรมของจีนที่สืบทอดกันมา ถ้าวิเคราะห์ในหลายเรื่องหลายราว จะพบบางครั้ง แม้จะเป็นเรื่องของมารยาททางสังคม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีความหมายต่อการดูแลสุขภาพ ของศาสตร์แพทย์จีนแฝงอยู่
“เวลากินอย่าพูด” 食不语
คงไม่ได้หมายความว่า เวลากินข้าวทุกคนต้องเงียบสงบไม่คุยกัน เพราะดูจะขัดต่อความรู้สึกว่านั่งกันพร้อมหน้า จะพูดคุยเฮฮากัน ไม่ให้พูดกันเลยหรือ คงไม่ใช่เช่นนั้น แต่หมายความว่า ขณะที่กำลังกิน ควรมีสมาธิกับการกิน ขณะที่อาหารอยู่ในปากไม่ควรพูดไปด้วย กินไปด้วย โดยเฉพาะการพูดที่ต้องใช้สมองครุ่นคิด หรือวางแผนงาน เพราะขณะกินอาหาร เลือดจากส่วนต่างๆ จะระดมกันมาทากระเพาะอาหารและลำไส้ เพื่อช่วยให้การย่อยและดูดซึมมีประสิทธิภาพดีที่สุด เวลาพูดขณะกินอาหารอยู่ และใช้ความคิดไปด้วย จะทำให้เลือดบางส่วนต้องไปเลี้ยงสมอง ทำให้ระบบย่อยและดูดซึมอาหาร ต้องขาดเลือดไปบางส่วน นอกจากนี้ยังทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด หรือบางทีเกิดสำลักอาหารได้ การกินที่ดีต้องมีสมาธิ ลิ้มรสอาหารอย่างตั้งใจ เคี้ยวอย่างละเอียด เป็นการกระตุ้นน้ำย่อยไปในตัว( อธิบายแบบแพทย์จีน บริเวณใบหน้ามีเส้นลมปราณกระเพาะอาหารไหลเวียน เวลาเคี้ยวอาหารถือเป็นกระตุ้นไปในตัว) กระเพาะอาหารไม่ต้องทำงานหนัก จิตใจไม่ครุ่นคิดเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องเครียด รวมศูนย์ทุกอย่างอยู่ที่ ทำให้การกินอาหารเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่ใช่รีบเร่งกิน [...]
